" ....การมีภูมิคุ้มกันที่ดีจะช่วยทำให้กิจการสามารถดำรงอยู่ได้ในลักษณะไม่เสี่ยงมากจนเกินไปทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นที่ไม่อาจคาดเดาล่วงหน้าได้ หรือถ้าหากได้รับผลกระทบก็จะสามารถฟื้นตัวได้ในเวลารวดเร็วพอสมควร โดยที่การจะมีภูมิคุ้มกันที่ได้นั้นจำเป็นจะต้องมาจากการพึ่งตัวเองให้ได้เป็นส่วนใหญ่"

บ่ายวันที่ 25 มค. ทีมสังเคราะห์โครงการระบบแลกเปลี่ยนชุมชน คุยกันต่อ  พวกเราคุยกันมาถึงเรื่อง  "การมีภูมิคุ้มกัน"  ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของเศรษฐกิจพอเพียง

คำถามคือ ระบบแลกเปลี่ยนชุมชน สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ชุมชนได้อย่างไร

เรา (ผู้เขียนบันทึก) เสนอว่า  ระบบแลกเปลี่ยนสร้างภูมิคุ้มกัน 3 ทาง (1) ลดรายจ่าย (2) สร้างผลผลิตที่หลากหลายในพื้นที่เพื่อลดความเสี่ยง (3) คือ การสร้างตลาดในท้องถิ่นที่ทำให้ใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพ (ไม่เหลือทิ้ง)และลดต้นทุนการตลาด (ค่าขนส่ง ดอกเบี้ย เป็นต้น) เป็นการสร้างตลาดทางเลือกให้ชุมชน จึงเกิดเป็นภูมิคุ้มกันได้

แต่น้องตุ๊ก พัชรินทร์ ไม่เห็นด้วยที่จะเรียกสิ่งเหล่านี้  ว่าเป็น "ภูมิคุ้มกัน" 

นฤมนเห็นว่า เป็นภูมิคุ้มกัน  แต่ไม่ใช่เป็นลักษณะเฉพาะของ ระบบแลกเปลี่ยน

อ.ภีมบอกว่า  ยังไม่เห็นการเชื่อมโยงของสิ่งที่นำเสนอว่าเป็น "ภูมิคุ้มกัน"  กับสิ่งที่เกิดขึ้นและที่สังเคราะห์กันเมื่อเช้า 

เวลาหมด พวกเราจึงต้องทิ้งโจทย์ใหญ่ไว้ให้หัวหน้าโครงการคิดต่อ

วันนี้  เราจึงต้องกลับมาตั้งต้นคิดกันใหม่อีกครั้งว่า "ภูมิคุ้มกัน" คืออะไรแน่

 ตอนนี้ได้คำนิยามหนึ่งจากงานเขียน ของ ศาสตราจารย์อภิชัย พันธเสน ว่า   " ....การมีภูมิคุ้มกันที่ดีจะช่วยทำให้กิจการสามารถดำรงอยู่ได้ในลักษณะไม่เสี่ยงมากจนเกินไปทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นที่ไม่อาจคาดเดาล่วงหน้าได้ หรือถ้าหากได้รับผลกระทบก็จะสามารถฟื้นตัวได้ในเวลารวดเร็วพอสมควร  โดยที่การจะมีภูมิคุ้มกันที่ได้นั้นจำเป็นจะต้องมาจากการพึ่งตัวเองให้ได้เป็นส่วนใหญ่"

คงต้องคิดต่อว่าจะนำนิยามนี้ไปช่วยอธิบายสิ่งที่พบเห็นได้อย่างไร  และไม่ใช่เรื่องที่ "ลอยมา" จากจินตนาการของผู้สังเคราะห์

ที่ยากกว่า คือ จะสื่อสารกับผู้เข้าร่วมสัมมนาที่จะจัดในวันที่ 15 มีนาคมอย่างไร ภายใต้เวลาไม่กี่นาที