กรณีกลุ่มกรงนก
ชอบใจคำว่า "การค้าเชิงวัฒนธรรม" ของคุณภีม เห็นด้วยค่ะว่าคงจะไม่สูญสลายไปง่ายๆ
กรณีกลุ่มกรงนก เราวางเป้าหมายการทำงานอยู่ที่กลุ่ม (ซึ่งทำหน้าที่เป็นเพียงคนกลางรวมซื้อรวมขายอย่างที่คุณภีมว่า) การเคลื่อนงานผ่านกลุ่มโดยคาดหวังการเปลี่ยนแปลงวิถีการผลิตในชุมชน จึงผิดจากข้อเท็จจริง การวิเคราะห์ของคุณภีมถูกต้องอย่างยิ่งว่า "ทำได้ยาก"
ตอนเริ่มงานกับกลุ่ม เรายังไม่เห็นปัญหาของโครงสร้างการผลิต เรามองกลุ่มในฐานะต้นแบบของระบบหักบัญชี แต่เมื่อเกิดปัญหา น่าเสียดายที่ตัวเอง ปรับวิธีทำงานไม่ท้นเพราะตอนนั้นคิดไม่ออก ทั้งๆที่จริงๆแล้วพอมีทาง เช่น ทำงานกับหน่วยอื่นๆในพื้นที่ให้มากขึ้น เช่น พัฒนาชุมชน อบต.
โจทย์ของกลุ่มกรงนกในฐานะคนกลางคือ การหาสินค้าอื่นๆมาค้าขายเพิ่มเติมจากกรงและวัตถุดิบ เพื่อกระจายความเสี่ยงให้กลุ่มอยู่ได้ (เป็นภูมิคุ้มกันให้กลุ่ม) มองอย่างตรงไปตรงมา กลุ่มกรงนกไม่มีบทบาทหน้าที่ต้องมาสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชน พี่มะ ในฐานะกรรมการกลุ่ม คิดถูกแล้ว (สอดคล้องกับบทบาทในกลุ่ม) ที่มองเป้าหมายการร่วมกิจกรรมอยู่ที่เครือข่ายเพื่อนเสี่ยวเกลอ แต่การร่วมโครงการก็ทำให้พี่มะมองกว้างไกลไปกว่าบทบาทเดิมของตัวเองอยู่มาก
กำลังคิดทบทวนว่า ในพื้นที่อื่นๆ เรามีความบกพร่องเรื่องการวางกลุ่มเป้าหมายหรือไม่
บทเรียนอีกข้อคือ ทีมสังเคราะห์ตรงกลางที่ช่วยกันคิดจะสำคัญมาก เรามีแนวคิดที่จะมี "ทีม" ลงไปช่วยกันดูในพื้นที่ แต่ในทางปฏิบัติ เราเพิ่งได้"ทีม" (มากกว่า 1)จริงๆ ก็ตอนเกือบจบโครงการ