ชีวิตจริงของอินเทอร์น : ครูเพื่อศิษย์

เมื่อวานนี้ได้ไปแนะนำให้คุณครูในกลุ่มหัวหน้าสายวิชา และหัวหน้าระดับชั้น ของช่วงชั้นที่ ๒ ที่มีอยู่ด้วยกัน ๙ คน รู้จักกับการ ลปรร.โดยอาศัยเทคนิค “เรื่องเล่าเร้าพลัง”

เนื่องจากช่วงเวลาที่ครูสะดวกนั้น คือช่วงเวลาหลังเลิกเรียน พลังของครูส่วนใหญ่จึงหรี่เต็มที แต่ก็ต้องขอบคุณที่ทุกคนเห็นในความสำคัญและมาเข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้กันอย่างพร้อมเพรียง

กระบวนการแนะนำวิธีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดำเนินไปเรื่อยๆ จนถึงการสาธิตเรื่องเล่า วันนี้ดิฉันเลือกเล่าเรื่อง “ลมข้าวเบา...เงาเดือนเพ็ญ” ที่เคยไปเล่าในเวที NewSchool Forum เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ได้ปรับเนื้อหาของการ ลปรร. ที่เน้นให้เห็นถึงพัฒนาการของ ๓ ปีที่ผ่านมาว่า ผู้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานอย่างไร และเติบโตเข้มแข็งขึ้นได้อย่างไร

เมื่อดิฉันเล่าจบแล้วก็พากันสรุปประเด็น น้องๆทั้งห้องตาสว่างขึ้น และต่างก็ต่อเติมประเด็นในส่วนที่ตนเข้าไปเกี่ยวข้องกันอย่างออกรส จากนั้นก็ถึงคิวของน้องๆบ้าง

คุณครูโก้ ซึ่งเป็นคุณครูกีฬาเริ่มเล่าเป็นคนแรก (ก่อนที่จะเริ่มเล่าดิฉันปรับเก้าอี้ให้เป็นรูปวงกลม เพื่อให้ทุกคนใกล้ชิดกันมากขึ้น) ครูโก้เล่าถึงการสังเกตเด็กนักเรียนคนหนึ่งอย่างละเอียด เป็นแรมปี และวิธีการส่งข้อสังเกตที่พบไปให้คุณแม่ เพื่อช่วยกันกับทางบ้านแก้ไขลักษณะทางกายภาพของเด็กให้ตรงกับปัญหาที่แท้จริง

คุณครูตุ๊ก ผู้สอนวิชามานุษและสังคมศึกษา เล่าถึงตัวเองว่าแต่เดิมเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจคนรอบข้าง เพราะฝึกตัวเองให้อยู่กับหนังสือมาตั้งแต่เด็ก เพลงที่เลือกฟังก็จะเป็นเพลงคลาสสิค ที่พาให้ตัวเองดิ่งลึกลงไปใหญ่ เมื่อโชคชะตาพาให้ต้องมาเป็นครู ก็รู้ว่าคงต้องเปลี่ยนตัวเอง และต้องเอาใจใส่ผู้คนมากขึ้น

ตอนแรกมีปัญหาว่า เห็นเด็กทุกคนเหมือนกันไปหมด เพราะจำรายละเอียดที่แสดงถึงความแตกต่างของเด็กแต่ละคนไม่ได้ แต่เมื่ออยู่ด้วยกันไปนานวันเข้า ความตั้งใจที่จะใส่ใจก็ช่วยให้จดจำรายละเอียดของเด็กๆได้มากขึ้นเรื่อยๆ การฟังเพลงก็เริ่มที่จะฟังเพลงป๊อบได้บ้างแล้ว และตอนนี้ก็มี “หัวใจที่รักใครก็ได้” เพราะมีความรักให้กับเด็กทุกคน พร้อมที่จะให้อภัยพวกเขา และมองเห็นความน่ารักที่ทุกคนมีอยู่ในตัวเอง

ครูอัม ผู้สอนวิขาคณิตศาสตร์ เล่าถึงตัวเองว่าเดิมไม่ค่อยชอบสอนคณิตศาสตร์เท่าไรนัก แต่เมื่อโรงเรียนให้โอกาสไปศึกษาวิธีการสอนคณิตศาสตร์แนววอลดอร์ฟ ก็ได้นำมาลองปรับใช้ สังเกตว่าเด็กๆเปลี่ยนไปจนไม่มีใครเลยที่จะบอกว่าไม่ชอบคณิตศาสตร์ มีเด็กคนหนึ่งมาบอกว่า ตอนนี้เขาชอบคณิตศาสตร์มาก แต่ก็รู้ว่าเขายังทำได้ไม่ดีเท่าไรนัก

เรื่องเล่าในวันนี้ สร้างความอิ่มเต็มเข้าไปถึงหัวใจของทุกคนที่ได้ฟัง ทุกคนทำสิ่งที่ดีที่สุดให้เกิดขึ้นกับศิษย์อย่างน่ายกย่อง น้องๆทุกคนได้เห็นพลังของเรื่องเล่าว่าสามารถดึงความรู้ฝังลึกออกมาได้ และแบ่งปันกันได้ลึกถึงระดับคุณค่า ซึ่งไม่อาจพบได้จากการสกัดความรู้ด้วยวิธีอื่น

ขอบคุณทุกคนสำหรับการลปรร. = การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่มีคุณค่าครั้งนี้ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ฝึกตนฝนปัญญา

คำสำคัญ (Tags)#ประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง#kmในโรงเรียน#goodnews#เรื่องเล่าจากครู#เรื่องเกี่ยวกับนักเรียน

หมายเลขบันทึก: 74650, เขียน: 26 Jan 2007 @ 17:00 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 17:09 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก


ความเห็น (5)

PAN
เขียนเมื่อ 

นี่ขนาดพลังหลี่เต็มที่แล้วนะเนี่ย ยังเล่ากันได้ดีขนาดนี้ น่าชื่นชม จริงๆค่ะ

      คุณครูใหม่คะ ตอนนี้วิธี KM และ ลปรร นี่ เค้าอบรมให้กับคุณครูทั่วประเทศหรือยังคะ
ขอบคุณค่ะ คงเป็นเพราะทุกคนเป็นคุณกิจตัวจริงที่ทำงานเพื่อศิษย์ ..ขอนำคำชื่นชมนี้ไปบอกต่อกับคุณครูเพื่อเป็นกำลังใจกันต่อๆไปด้วยนะคะ ส่วนคำถามที่ว่าวิธี KM และการ ลปรร.มีการอบรมให้กับครูทั่วประเทศหรือยังนั้น ตอบได้ว่า..ยังค่ะ แต่ก็มีบ้างแล้วในเขตพื้นที่การศึกษาที่มีความสนใจค่ะ
เข้ามาชื่นชมครูใหม่ในการเล่าเรื่องเรื่องการเล่าเรื่อง ...เป็นเรื่องที่ดีจริงๆ ครับ
ขอบคุณค่ะอาจารย์