ผมตั้งใจเปิดบันทึกใหม่ ณ ที่ตรงนี้

         เกี่ยวกับการเจริญสติและการปฏิบัติธรรมโดยเฉพาะ ให้ผู้ปฏิบัติธรรมหรือผู้ที่สนใจในธรรมะปฏิบัติได้อ่าน หรือใช้พื้นที่ตรงนี้ ถามเกี่ยวกับธรรมะหรือวิธีปฏิบัติธรรมในแนวการเจริญสติปัฏฐานสี่

         โดยเริ่มต้นอาจนำเอาคำถามจากเวป http://vipassanachiangmai.com  มาตอบเป็นการปูทางไปก่อน และขอออกตัวว่า มิได้เจตนาอวดอ้างตนเองเป็นผู้รู้ทางธรรม เพียงแต่ประสงค์ต้องการเผยแพร่และชักจูงให้คนได้เข้าใจในหลักธรรมการปฏิบัติและสนใจในการปฏิบัติธรรมเท่านั้นครับ

         ขอเชิญชวนทุกท่าน ทั้งที่เป็นผู้ปฏิบัติธรรมและผู้สนใจธรรมปฏิบัติ ตั้งคำถามหรือร่วมตอบคำถามได้เลยนะครับ

         ถือว่า เป็น KM ในการปฏิบัติธรรมเพื่อเจริญธรรม

         ภาพผู้เขียน ยืนอยู่หน้าพระพุทธรูป"พุทธศิริชัยสุธานี" วิหารกลางจันทร์ ศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่(ศูนย์สอง) ตอนวันปีใหม่ ๒๕๕๐

เริ่มต้นด้วยคำถามที่ ๑ ในบล็อกนี้

         อันว่าด้วยเรื่อง "บุญ"และ"การทำบุญ" จากหนูกัญชลี
 
ถาม 

        ปุจฉา มาอีกแล้วเจ้าค่า อาจารย์ขา
        พุทธศาสนิกชน ปฏิบัติอย่างไรจึงจะได้บุญ สั่งสมไว้ใช้วันข้างหน้า?
       "เจ้าบุญ"นั้นซื้อ ได้หรือไม่? ทำไมจึงแนะนำให้ซื้อ "บุญ"?
        ทำบุญนั้นสำคัญไฉน?
        ทำบุญกับการทำกรรมดีต่างกันอย่างไร?

       ขอให้อาจารย์ทั้งสองท่านมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงนะคะ

       สาธุ สาธุ สาธุ

       กัญชลี (ผู้อยากอยู่คอนโด)

ตอบ

      วิสัชชนามาแล้วเจ้า...
      แต่..เอ! ใครกันนะแนะนำให้ซื้อบุญ...เนื่องจากบุญไม่ใช่ของซื้อของขาย บุญเป็นสิ่งที่ต้องขวนขวายทำเองและได้เองครับ


      ความจริงแล้ว โดยทั่วไปชาวพุทธ(ไทย) ทั้งหลายเป็นผู้ตื่นมงคลตื่นข่าว โดยเฉพาะในเรื่อง บุญ จะชอบเป็นพิเศษและส่วนใหญ่เป็นผู้ฝักใฝ่ปราถนาในบุญ...

      ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากเป็นผู้มีศรัทธาแล้ว เพียงแต่ควรเข้าใจให้ถูกต้องเพื่อการทำบุญจะได้ถูกทางเท่านั้น

       คำว่า "บุญ" นั้นหมายถึงเครื่องชำระจิต

       แปลว่าทำบุญแล้วจิตใจจะต้องสดชื่นและสะอาด(จากกิเลส) เหมือนตอนที่เราอาบน้ำเย็นชื่นใจและฟอกสบู่จนเนื้อตัวขาวสะอาด

       การที่เราประสงค์จะทำบุญหรือแสวงหาบุญ คือการแสวงหาการกระทำที่นำมาชำระจิตใจของเราให้สะอาดและบริสุทธิ์จากกิเลสนั่นเอง

      สามารถกระทำได้ 3 ทาง คือ ทางกาย ทางวาจาและทางใจ

      โดยมีวิธีสร้างบุญหรือทำบุญให้เกิดขึ้น 10 วิธี เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุสิบประการ คิดว่าน่าจะรู้และคุ้นๆมาบ้างแล้วนะครับ

      อธิบาย ให้ฟังเพียงย่อๆว่า การทำบุญ แบ่งออกเป็นหมวดสาม  ได้แก่  1. ทาน 2. ศีล 3. ภาวนา

      หรือสามารถขยายได้เป็นหมวดสิบ คือ

      1.บุญที่เกิดจากการทำทาน

      2.บุญที่เกิดจากรักษาศีล

      3.บุญที่เกิดจากการเจริญภาวนา

     4.บุญที่เกิดจากการประพฤติอ่อนน้อม

     5.บุญที่เกิดจากการขวนขวายรับใช้การงานที่เป็นกุศล

     6.บุญที่เกิดจากการให้ส่วนบุญแก่ผู้อื่น

     7.บุญที่เกิดจากการยินดีในความดีของผู้อื่น

     8.บุญที่เกิดจากการฟังธรรม

     9. บุญที่เกิดจากการแสดงธรรม

    10.บุญที่เกิดจากการทำความเห็นให้ตรง

     (เอาใจความเท่านี้ คำบาลีไปหาอ่านเองนะ)

     ฉะนั้น หนูกัญชลีเจ้าขา จะเห็นได้ว่าเท่าที่กล่าวมา ไม่มีสักข้อเลยที่เราจะหาซื้อได้หรือมีผู้สามารถทำให้เราได้

     หากมีใครมาแนะนำให้ซื้อบุญเราจะได้รู้ว่าเป็นการหลอกลวงแต้ๆ อาจารย์สังเกตว่าคนไทยเข้าใจว่า"การทำบุญ" นั้นมีเพียงข้อแรกเท่านั้น คือ"การให้ทาน" จึงตื่นกันเฉพาะแต่เรื่องของการทำทานและไม่เข้าใจในเรื่องของทานว่า คือการให้อย่างถูกต้อง

     ส่วนใหญ่ติดยึดว่า ให้แล้ว ต้องคำนึงในเรื่องผลตอบแทน(ผลของบุญ) ว่าจะต้องได้"อะไร"กลับมา

     จึงมองไม่เห็นผลบุญ(ที่เกิดการชำระจิต= จิตสะอาดจากโลภะ)ที่เกิดขึ้นในจิต แต่สร้างตัวโลภบุญเกิดขึ้นแทน

     จึงกลายเป็นทำบุญได้บาปหรือแทนที่จะสะอาดกลับสกปรกเพิ่มขึ้น

     หากเข้าใจในเรื่องการทำบุญถูกทาง จิตจะถูกอบรมหรือถูกทำชำระให้สะอาดจากกิเลส

     การทำทานมีเจตนาแฝงไว้คือการชำระความโลภ ความตระหนี่ ความเห็นแก่ตัวของคนทั้งหลาย ซึ่งผู้ใดรู้ชัดจะเห็นชัดเจนในการทำบุญของตน ยิ่งทำทาน ตัวโลภะจะยิ่งน้อยถอยลง หรือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย จนเจ้าตัวรู้สึกได้ เกิดจิต(บุญ)สะอาดผ่องแผ้วยินดีในกุศล(โสมนัสจิต)ที่เกิดขึ้นจากการทำทาน ยิ่งทำยิ่งชัด (มีสุขจากการเป็นผู้ให้ แทนที่สุขจากการเป็นผู้รับ)

     ส่วนบุญที่เกิดขึ้นด้วยการกระทำอื่นๆนั้น เป็นการพัฒนาให้เกิดการกระทำที่กว้างขวางและละเอียดอ่อนมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่ามีจุดมุ่งหมายในการขจัดกิเลสอีกหลายตัว

     เช่น การรักษาศีล คือ การสำรวม ป้องกันมิให้กิเลสทั้งโลภ โกรธ มาอาศัยกายและวาจาของเราไปทำบาปกรรมชั่วได้ เรียกว่าสร้างรั้วป้องกันภัย และหากประสงค์จะทำบุญให้ยิ่งๆขึ้น คือสะอาดมากขึ้น ก็มาเจริญภาวนา

     ภาวนา คือการสร้างสติให้หมุนรอบจิต เพื่อป้องกันกิเลสที่จะเข้ามาสร้างให้จิตเป็นบาป คือคิดชั่วด้วยโลภ ด้วยโกรธ ด้วยหลง

     ส่วนที่เหลือของการทำบุญอื่นๆนั้นเป็นการฝึกและตัดกำลังกิเลสตัวอื่นๆ ด้วยการสั่งสมเหตุที่ดี เช่นทำการงานที่เป็นกุศล อ่อนน้อม(ตัดทิฏฐิมานะหยิ่งจองหอง) เป็นต้น

     และท้ายสุดของการทำบุญต่างๆจะมาลงที่ตัวปัญญา ภาษาบาลีเรียกว่าทิฏฐุชุกัมม์ คือ การทำความเห็นให้ตรง

     ซึ่งเปรียบดังการสร้างตัวปัญญา ที่เข้าใจว่า การที่เราขวนขวายทำบุญสร้างกรรมการกุศลมาทั้งหมดเพื่ออะไร...

     เพื่อความเข้าใจว่า เราเดินมาตรงทางแล้ว ชำระจิตด้วยการกระทำ(กรรมดี)ด้วยเหตุกุศลต่างๆ(ทั้ง10 ประการ)มาแล้ว กิเลสจะลดน้อยถอยลง และกุศลจิตมีกำลังเพิ่มมากยิ่งขึ้น


      จนเป็นเหตุให้เกิดสัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูก ที่เป็นพลังแรกแห่งองค์มรรค ที่จะขับให้เกิดแรงมหากุศลสร้างกรรมดี(ภาวนากุศล)ให้ยิ่งๆขึ้นจนบรรลุมรรคผลนิพพาน


     ดังนั้น บุญจึงสำคัญด้วยประการฉะนี้ ตอบมาซะยืดยาวประหนึ่งความสูงของคอนโดชั้นสิบเทียวล่ะ จะได้สมปรารถนานะครับ