ความรู้หน้างานที่ทุกคนได้จากการปฏิบัติไม่ว่าจะอยู่ในวงเรียนรู้ใด ในบทบาทของตัวละคอน KM ตัวใดก็ตาม ก็จะได้รับการบันทึกไว้อย่างดี จะทำให้ประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสังเคราะห์ความรู้ในระยะต่างๆของโครงการจัดการความรู้แก้จนเมืองนคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะสิ้นสุดโครงการ บันทึกดังกล่าวเปรียบเสมือนบันทึกของนักวิจัยภาคสนาม field note ที่อ่านแล้วมีชีวิตชีวา เห็นถึงขบวนการขับเคลื่อนการทำงานโครงการฯ movement ต่างๆ สำหรับรวบรวมหรือสังเคราะห์เป็นชุดความรู้หรือประสบการณ์การทำงานของโครงการฯได้ในที่สุด

ผมอ่านบทความเรื่องก้าวใหม่ของขบวนพัฒนาเมืองนครศรีธรรมราช ของ อ.ภีม ภคเมธาวี ลิ้งค์ ทำให้เห็นถึงความพยายามของภาคส่วนต่างๆหลายภาคส่วนที่จะมาร่วมกันพัฒนาเมืองนครศรีรรมราช ก็ทำให้รู้สึกว่าดีมากๆกับภาคส่วนต่างๆเหล่านี้ และอาจารย์เองก็อยากเห็นการร่วมไม้ร่วมมือประสานเสียงเป็นเสียงเดียวกัน ร้องเพลงเดียวกัน โน้ตเดียวกัน โดยใช้บล็อก gotoKnow เป็นช่องทางในการประสานเสียง

ขณะนี้ผมเองกำลังอยู่ในระหว่างช่วย กศน.จังหวัดนครศรีฯพัฒนาคุณลิขิตของอำเภอต่างๆ 23 อำเภอ ให้เป็นแม่ไก่ไปแนะนำบล็อกแก่บุคลากรท่านอื่นๆทั้งในหน่วยงานตนเองและต่างหน่วยงาน ทั้งในระดับอำเภอ ตำบล และลงสู่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นแกนนำหมู่บ้าน และครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการแก้จนซึ่งเป็นคุณกิจของเราสำหรับผู้ที่มีศักยภาพขีดความสามารถและความพร้อมด้านอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ เช่น คอมพิวเเตอร์ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ  ให้เขียนบันทึกความรู้หน้างานลงในบล็อกgotoKnow ซึ่งคิดว่าในเวทีครั้งต่อๆไปคงจะได้เห็นพัฒนาการ ความคืบหน้ากันว่าอำเภอใดมีหรือไม่มีในเรื่องอะไร กำหนดการที่จะได้พบกันทั้งปีเหลืออีก 7 ครั้ง พบกันในระดับจังหวัดอีก 3 ครั้ง และพบกันเองในระดับอำเภออีก 4 ครั้ง ลิ้งค์อ่านกำหนดการพบปะพูดคุยเสวนา ไม่แน่ครั้งหน้าอาจจะได้ทำเครื่องมือชุดธารปัญญาของคุณลิขิตและการบันทึกบล็อกอย่างที่คุยไว้กับอาจารย์ก็ได้หากประสานกันดีๆ

กลุ่มเป้าหมายคุณลิขิตที่เข้ารับการอบรมในวันนั้น เมื่อ 19 ม.ค.50 เท่าที่ผมสังเกตดูพบว่ามีระดับผู้บริหาร กศน.อำเภอไม่กี่คน ผมว่าไม่เกิน 5 คนนะ และแต่ละคนก็คือผู้บริหารซึ่งมีภารกิจมากมาย ไม่อาจที่จะทำตัวเป็นผู้เรียนเรียนรู้ให้ครบกระบวนการได้ แต่ดูถึงความตั้งใจและใคร่รู้แล้วนับว่ามีอยู่สูงทีเดียว ผมก็ให้หวั่นๆอยู่เหมือนกันว่าจะกลับไปทำหน้าที่คุณลิขิตในวงเรียนรู้คุณอำนวยอำเภอ ซึ่งในทีมคุณอำนวยอำเภอซึ่งมีกันอยู่ 5 คน คือ ผอ.กศน. ปลัดอำเภอ พัฒนาการอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ และเกษตรอำเภอ ทีมนี้น่าจะได้มีสักคนหนึ่งที่มีทักษะและสมรรถนะในเรื่องนี้ จะได้ใส่องค์ความรู้ในวงเรียนรู้ของคุณอำนวยอำเภอเอาไว้ เพราะวงนี้เขาคุยกัน 5 คนเท่านั้น ผมคิดว่าอาจจะจำเป็นสำหรับพัฒนาสมรรถนะเรื่องการลิขิตและบันทึกบล็อกให้กับคุณอำนวยอำเภออีกรอบหนึ่งหรือเปล่า หรือจะให้ลูกน้องของ ผอ.กศน.อำเภอที่เข้าอบรมเต็มหลักสูตรไปทำหน้าที่ถ่ายทอดให้

ทุกคนทราบดีว่าเนื่องจากผู้บริหารนั้นเป็นผู้ทีมีภารกิจมากมาย เราจะมีตัวช่วยอะไรให้เขาได้ลิขิตหรือบันทึกบล็อกได้สะดวกๆได้บ้าง เพราะถ้าไม่ลิขิตหรือบันทึกลงบล็อกก็น่าเสียดายองค์ความรู้ วิธีคิดวิธีการซึ่งย่อมมีโอกาสได้เรียนรู้สูงกว่าบุคคลอื่นทั้งเรียนรู้ในองค์กรและเรียนรู้นอกองค์กร ไม่ว่าจะไปประชุม อบรม สัมมนา ดูงาน ฯลฯ มากกว่าใครเพื่อนในหน่วยงาน ได้เก็บสะสมความรู้ไว้เยอะแยะ อีกทั้งเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์องค์กร หรือส่วนของหัวปลา ที่สำคัญที่สุดคือเป็นสัญลักษณ์ของหน่วยงานหรือองค์กรนั้นๆน่าที่จะได้เขียนหรือลิขิตในนามขององค์กรนั้นๆเสียเอง

บังเอิญวันนี้ได้อ่านบันทึกของอาจารย์บีแมนเรื่อง เรื่องนี้ต้องขยาย : บล็อกกลางของชาว มน. ลิ้งค์อ่าน  ใจความสำคัญก็คือ ที่ มน.จะจัดให้มีบล็อกกลางสำหรับลงเรื่องราวของผู้ที่มีความรู้ แต่ไม่มีเวลา ไม่มี....โดยส่งความรู้นั้นมาให้ธุรการกลาง ไม่ว่าจะส่งมาเป็นโน้ต เทป ฯลฯ ธุรการกลางของบล็อกก็จะเป็นธุรจัดการให้เป็นบันทึกให้เรียบร้อยเลย ผมก็ปิ้งแว้ปขึ้นมาว่าวงเรียนรู้คุณอำนวยอำเภอในโครงการจัดการความรู้แก้จนเมืองนครฯเรา ไม่จำเป็นมีบล็อกกลางเหมือนอย่างที่ มน.ทำก็ได้ เป็นบล็อกของคุณอำนวยท่านนั้นหรือของหน่วยงานนั้นๆนั่นแหละ หากผู้บริหารมีข้อจำกัดเขียนไม่ได้จริงๆก็ให้ใครก็ได้ในองค์กรที่ไว้วางใจที่สุดเขียนให้แต่มีข้อแม้ว่าตนจะต้องส่งโน้ต บันทึก โพยความรู้ให้เขา ระยะต่อๆไปไม่แน่คุณอำนวยอำเภอจะเข้ามาเขียนเองอย่างไม่มีข้ออ้างว่าไม่มีเวลา ไม่มี....ก็ได้นะครับ และแนวคิดนี้ก็ใช้ได้ครับกับคุณเอื้อจังหวัดที่จะส่งโน้ต บันทึก โพยความรู้ให้เลขานุการ หน้าห้อง ฯลฯ เขียนไปพลางๆ ซึ่งไม่แน่ว่าทำแบบนี้แล้วในที่สุดจะเป็นบันไดที่จะปลดข้ออ้างต่างๆได้ เช่น ไม่มีเวลา.......สารพัด

ความรู้หน้างานที่ทุกคนได้จากการปฏิบัติไม่ว่าจะอยู่ในวงเรียนรู้ใด ในบทบาทของตัวละคอน KM  ตัวใดก็ตาม ก็จะได้รับการบันทึกไว้อย่างดี จะทำให้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสังเคราะห์ความรู้ในระยะต่างๆของโครงการจัดการความรู้แก้จนเมืองนคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะสิ้นสุดโครงการ บันทึกความรู้ดังกล่าวเปรียบเสมือนบันทึกของนักวิจัยภาคสนาม  field note ที่อ่านแล้วมีชีวิตชีวา เห็นถึงขบวนการขับเคลื่อนการทำงานโครงการฯ movement ต่างๆ  สำหรับรวบรวมหรือสังเคราะห์เป็นชุดความรู้หรือประสบการณ์การทำงานของโครงการฯได้ในที่สุด

บันทึกมาแลกเปลี่ยนครับ