GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เรียนรู้จากหนังเรื่อง “มหา’ลัยเหมืองแร่”

หนังหรือละคร ทุกๆเรื่องที่นำเสนอขึ้นมาหากเราดุให้เป็นแล้ว แต่ละเรื่อง ล้วนแต่มีสาระที่เราจะเรียนรู้ได้ เหมือนอย่างที่พูดกันว่า “ดูหนัง ดุละคร แล้วย้อนดูตัว”

      สมัยเด็กผมอยากดูหนังมาก โดยเฉพาะหนังบู๊ ตื่นเต้น ยิงกันแหลกทั้งเรื่อง ดูเสร็จแล้วก็เอามาเล่าสู่กันฟังสนุกสนาน ไม่ได้คิดถึงสาระสำคัญอะไรเลย ดูแล้วก็ผ่านไป แต่ปัจจุบันเวลาดูหนัง ดูละคร นอกจากจะได้ความสนุกสนาน เป็นการพักผ่อนแล้ว ยังคิดถึงสาระที่หนังหรือละครเรื่องนั้น สื่อออกมาให้เราได้เรียนรู้ และหนังเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมดูซ้ำๆ หลายรอบ ดูทุกครั้งก็จะได้ข้อคิด หรือจุดเรียนรู้ เพื่อสอนตนเองเป้นประจำ นั่นก็คือเรื่อง มหาลัยเหมืองแร่ ครับ                

 จากหนังมหา ลัยเหมืองแร่ได้ให้ความรู้  ดังนี้

1.   คนเขียนภาพยนตร์  อาจินต์   ปัจพรรค  คิดจะเป็นวิศวกรเหมืองแร่แต่ไม่สำเร็จ  เรียนแล้วถูกปลดออก  ก็เลยแทนที่จะเรียนเหมืองแร่  จากมหาวิทยาลัย  กลายเป็นเรียนรู้จากงานจริง  สถานที่จริงคือ  เหมืองแร่กันเลย

2.   ได้เรียนรู้เห็นวิธีการปรับตัวจากคนเมือง  ไปอยู่ในที่กันดารถึง   3 - 4  ปี  เข้าเมืองตาหลิ่ว  ต้องหลิ่วตาตาม

3.   สิ่งที่เห็น  สิ่งที่คิดอาจไม่เป็นความจริง  จากการเขียนผิดตัวเลขความสมบูรณ์ของหลุมเจาะสำรวจ  จาก  0.01  เขียนเป็น  6.01  ทำให้ต้องเดินเรือขุดผิด  ขาดทุนจนเกิดวิกฤติ

4.   จะเห็นว่าอาจินต์เป็นวัยรุ่น  แต่แสวงหาประสบการณ์จากงานจริงแล้วนายฝรั่งให้เริ่มจากการเป็นกรรมกร

5.   ได้เรียนวิธีการทำงานของเจ้านาย  ที่ทำให้ลูกน้องรัก  ซึ้งใจได้  ของนายฝรั่ง  โดยการเข้าไปร่วมทุกข์ร่วมสุขกับลูกน้อง

6.   ได้เห็นว่า   คนดีอยู่ที่ไหนก็ดี  ไม่มีปัญหาและลูกน้องรัก  ของนายหัวคนใหม่

7.   อาจินต์  ต้องมาทำงานหาเงินที่ภาคใต้  เพื่อเอาเงินกลับมาแต่งงาน  แต่ก็ไม่ดีเหมือนที่คิด  ไปแล้วก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย

8.   ได้เห็นภาพลูกน้องกับเจ้านาย  ทำงานคลุกคลีกันเหนื่อยด้วยกัน

9.   การเอื้ออาทร  เปิดใจในหมู่ทีม  จึงประสบความสำเร็จและมีสุข

10. อาจินต์ถูกทดสอบให้ไปจับขโมย   อยากเห็นความกตัญญู  ต่อบริษัทองค์กร  ก่อนที่จะขึ้นเงินเดือนให้อาจินต์

11. ความซื่อสัตย์และยอมรับผิด   นายก็ให้อภัยเมื่อทำผิด

12. เรามายังไง   ก็ไปยังงั้น  ไม่ตกต่ำไปกว่าเดิม

13. ได้เห็นการทำงานที่ใช้หลักความสามารถโดยไม่ต้องใช้ใบประกาศนียบัตรมารับรอง

14. ความเชื่อความศรัทธา   จงศรัทธาในตัวผู้นำ

15. ความเปลี่ยนแปลงเกือบทุกฉาก   ผู้นำและผู้ตามยอมรับและกล้าเผชิญ  เพื่อให้หมู่เหล่าอยู่รอด

16. นางเอก   ไม่ได้จูงมือกับอาจินต์  ผิดคาดหมาย

17. ชีวิตต้องต่อสู้   ไม่ต้องเลือกงาน

18. การแสดงน้ำใจของนายต่อลูกน้อง   เป็นสิ่งผูกมัดใจให้กับลูกน้อง  

19. ทำให้เห็นสัจจะธรรม   รักแท้  แพ้ใกล้ชิด

20. เห็นแนวคิดเชิงบวกตลอดทั้งเรื่อง

21. การตัดสินใจเป้าหาแหล่งแร่ความสมบูรณ์แหล่งแร่   6.01  แต่ที่จริง  0.01  ถือว่าเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ  ควรที่จะทบทวนตัวเลข  (Verify)  ให้ดีก่อน  เข้าไปทำ  เพราะสิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นความจริง  ซึ่งในกรณีนี้เป็นการเขียนผิด

22. ได้เห็นตำนานเรือขุด   ในอดีตกาล  ซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้วในเมืองไทย

23. เวลาดูหนังดูละคร   แล้วย้อนกลับมาดูตัวเราก็จะได้ประโยชน์มา    

             ผมเชื่อว่าหนังหรือละคร ทุกๆเรื่องที่นำเสนอขึ้นมาหากเราดุให้เป็นแล้ว แต่ละเรื่อง ล้วนแต่มีสาระที่เราจะเรียนรู้ได้ เหมือนอย่างที่พูดกันว่า ดูหนัง ดุละคร แล้วย้อนดูตัว นั่นแหละครับ    

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 74033
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 15
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (15)

เคยดูแล้วประทับใจเช่นกันค่ะ แต่หลังจากอ่านบันทึกนี้ของคุณ ภูคา ทำให้อยากดูอีกรอบ เป็นเรื่องที่คนทำงานต้องดู ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าหรือลูกน้อง

ลุงแดง   ผมว่าเจ๋งนะ   แสดงโดยสีเทา

ลุงแดง  เป็นคนบ้านนอก ปอสี่  เป็นยามเฝ้าประตู  แต่  หัวใจ  น้ำใจ  คำสอน   --->  จ๊าบ  มากๆครับ

ปริญญา  ฐานะ เงินทอง --->  ไม่สามารถ วัด ปัญญาตนได้   เพราะ สติ ต่างหากที่เป็นตัววัดถึงปัญญา

ชอบเรื่องนี้มากเหมือนกันค่ะ ก็เลยขอเสริมว่ายิ่งถ้าได้อ่านหนังสือเรื่อง "เหมืองแร่" ของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ แล้วละก็จะยิ่งได้ข้อคิดดีๆมากมายเลยค่ะ เพราะเมื่อเป็นภาพยนตร์รายละเอียดบางเรื่องก็ถูกตัดออกด้วยข้อจำกัดของเวลา แค่แนะนำนะคะ เผื่อสนใจ

โดยส่วนตัวผมชอบผู้กำกับ คุณจิระ มะลิกุล มาก จากเรื่อง ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑

เรื่องนี้เลยคาดหวังเยอะ

แต่เป็นความยากของการทำเรื่องสั้นหลายๆ ตอนให้เป็นหนังที่ลื่นไหล

เมื่อดูหนังเลยเหมือนเล่าเรื่องสั้น จบเป็นตอนๆ ไม่ต่อเนื่อง

ส่วนเรื่องเนื้อหา ภาพสวย ทุกอย่าง OK ครับ

สุดท้ายไม่ค่อยประทับใจเรื่องนี้มากนัก

แต่ถ้าเป็น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ยกนิ้วให้เลยครับ

คุณภูคาเคยดูไหมครับ

โอ้โห คุณภูคา ค่ะ

      เล่าแก่นของเรื่อง จนทำให้รู้สึกต้องไปโหลดมาดูซะแล้ว ไว้ดูจบก่อนนะคะ ค่อยมาแลกเปลี่ยนใหม่

ขอบคุณทุกท่านครับ..

  • คุณพัชรา..ผมเองก็ดูหลายๆรอบครับ ตอนแรกๆก็ดูเพื่อความสนุกสนาน รอบหลังๆดูไปจับประเด็นไปเรื่อยๆครับ
  • คุณเพื่อน..ได้เปรียบมากกว่าผมนะครับได้อ่านหนังสือด้งยคงได้รายละเอียดเยอะ
  • คุณรัตติยา..ขอบคุณล่วงหน้าครับยินดี ลปรร.ครับผม
  • ขอบคุณสุดๆ ท่านคนไร้กรอบ..ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ผมให้ผมดูหนัง ดูละครเป็น เป็นผู้ที่ชี้ช่องทางสว่างให้กับผม ครับ
  • ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม 15 ค่ำ เดือน 11 ผมดูแล้วครับ ชอบเหมือนกัน "เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด" ดูเหมือนคำนี้จะเป็นแรงบันดาลหรือเป็นภูมิต้านทานอีกคำหนึ่งที่ทำให้ผมศรัทธาในสิ่งที่กำลังทำอยู่ครับ.....

สวัสดีครับ 

  • เรื่องนี้ได้ดูตั้งแต่ฉายในโรงภาพยนตร์เลยครับ ดูแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ
  • ชื่นชมคุณภูคาสำหรับความรู้ที่ได้จากการดู แล้วนำมาแบ่งปันให้เพื่อนๆ ครับ     
  • 4 ปีในเหมืองแร่ ถ้าวัดจากเงินที่ได้คงไม่คุ้มค่าแน่ครับ แต่ถ้าวัดจากประสบการณ์ผมว่าคุณอาจินต์ได้รับประสบการณ์ชีวิตที่คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม (อยากน้อยก็นำประสบการณ์มาเขียนเป็นหนังสือ แล้วได้นำมาทำเป็นภาพยนตร์)
  • ประทับใจตอนหนังจบที่มีเบื้องหลัง ที่คุณอาจินต์กลับไปเจอเพื่อนสมัยอยู่ในเหมืองแร่ เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของทั้งคู่แล้วอดยิ้มตามไม่ได้ครับ  
อยากดูค่ะแล้วเค้าหาดูกันที่ไหนคะ คุณภูคา...คำถามดิฉั๊นอาจเชยมาก....แต่ดิฉั๊นไม่รู้จริงๆ ค่ะ

ขอบคุณครับ..

  • คุณเจษฏา..ยุคนี้มีหนังดีๆให้เราได้ดูเพื่อการเรียนรู้เยอะขึ้นนะครับ ดูแล้วคิด วิเคราะห์ตาม นอกจากจะได้ความสนุกสนานแล้วยังได้บทเรียนดีๆอีกด้วยครับ...
  • คุณเมตตา ครับ..หนังเรื่องนี้ออกมานานพอสมควรแล้วครับ  ตอนนี้หาดูได้ง่ายๆ ลองหาซื้อแผ่น VCD ดูก็ได้ครับ...

ชอบมากเลยเรื่องนี้

คือว่าพ่อหนึ่งเคยเป็นนายหัวค่ะที่เหมือง 6

เป็นกำลังใจให้หนังสือ และภาพยนตร์ที่ดีๆ อย่างนี้นะค่ะ ชอบมากเลยค่ะ สร้างหนังดีๆ มีสาระ ให้แง่คิด อย่างนี้ออกมาเยอะๆนะค่ะ

อิอิ

เพิ่งจะมาดูตอนที่ต้องทำรายงานส่งครูนี่แหละค่ะ

เป็นภาพยนตร์ที่ดีมากๆ ชอบมากๆเลยค่ะ

ให้ข้อคิดหลายได้หลายข้อเลยค่ะ

เปนภาพยนตร์ที่ดูกี่ครั้งก็มิรู้เบื่อ

ได้ข้อคิดเยอะมาก

อยากให้มีคนมาถ่ายทอดประสบการณ์เป็นภาพยนตร์แบบนี้อีกครับ

เนื้อหาดีนะคะ ถึงแม้ว่าจะนานมามากแล้ว

อยากอ่านหนังสือ เรื่องนี้ น่ะค่ะ

ไม่มีโอกาสได้อ่านไม่รู้ว่าหาได้ที่ไหน?

เป็นหนังเรื่องแรกที่ลงทุกซื้อด้วยตัวเอง (ปี 2006) ประมาณ ป.6

นานแล้วค่ะ ซึ้งดี ที่เข้ามาชมนี่ก็เพราะ อาจารย์ให้ทำงานส่งเกี่ยวกับเรื่องนี้

ขอบคุณค่ะ ที่ได้ สรุปการเรียนรู้จากหนังมาให้.

ความเห็นที่ว่า รักแท้แพ้ใกล้ชิดนั้น ผมไม่เชื่อ เพราะผมคิดว่าหากใจเรา สองคนรักคนต่อให้นานแค่หากเขาก็ยังรักกัน สำหรับผมนั้นผมเชื่อในรักแท้คับ และผมจะพิสูดให้ทุกคนเห็นว่ารักแท้มีอยู่จริงในโลก