GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เก็บน้ำผึ้งริมทาง...สิ่งดีๆในชีวิต

ถ้าวันนั้นไม่หยุดรถ ..คงไม่ได้เรียนรู้ประสบการณ์ดีๆเช่นนี้

           ป้าเจี๊ยบรู้เรื่องผึ้งน้อยมากค่ะ แต่ใช้ประโยชน์จากผึ้งมานาน เพราะชอบกินน้ำผึ้ง
           วันที่ 27 ธันวาคม 2549 ก็มีอุบัติการณ์ริมถนนที่ทำให้ป้าเจี๊ยบ ผ้าแพร แพทริค พ่อจ้อย และแม่แอน ได้เรียนรู้เรื่องน้ำผึ้ง..สิ่งดีๆในชีวิตที่ไม่คาดคิดมาก่อน
           ขณะที่พ่อจ้อยขับรถพาเราลงจากดอยภูคา จังหวัดน่าน  โดยเด็กๆ
ว่าคาถาย่นระยะทาง หลับปุ๋ยไปเรียบร้อยแล้ว ป้าเจี๊ยบชมวิวสองข้างทางอย่างโปร่งใจ  เห็นควันและคนกลุ่มหนึ่งวุ่นวายอยู่ใกล้กล่องสีขาวๆ  ได้ยินแม่แอนพูดขึ้นว่า เค้าทำอะไรกันคะ ป้าเจี๊ยบเห็นเหมือนกันเลยตอบไปว่า คงจะเก็บน้ำผึ้ง เพราะกล่องขาวๆ พวกนั้น เป็นกล่องเลี้ยงผึ้ง
           แม่แอนบอกว่า
แอนอยากดูจังเท่านั้นแหละค่ะ  น้องชายของป้าเจี๊ยบก็เบรครถทันที เอาใจภรรยาด้วยการเข้าเกียร์ถอยหลังอย่างระมัดระวัง กลับไปยังภาพที่เราเห็น น่าจะเกือบ 200 เมตรค่ะ
           พอจอดรถริมถนนใกล้ที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว ป้าเจี๊ยบกับแม่แอนก็ลงไปเจรจาสิคะ พบสุภาพบุรุษมาดเท่หน้าตาใจดี คะเนว่าเป็นเจ้าของแน่ๆ ก็ตรงเข้าไปยกมือไหว้ทักทาย และขออนุญาตชมกิจการที่กำลังดำเนินอยู่  ซึ่งท่านก็ตอบว่ายินดี  พอได้ยินเท่านั้น แม่แอนก็วิ่งไปปลุกลูกทั้งสองคนลงมาร่วมกิจกรรมทันที
           ไม่ใช่เฉพาะเด็กทั้งสองคนเท่านั้นที่ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ได้เห็น ผู้ใหญ่เองก็ไม่น้อยหน้าเลยค่ะ หลังจากพูดคุยฟังคำอธิบายไปได้พักหนึ่ง ถึงได้นึกขึ้นมาว่ายังไม่ได้แนะนำตัวกันเลย ท่านส่งนามบัตรให้ เราก็เลยรู้จักท่านว่าชื่อ สว่าง ปิยาภิชาต  เจ้าของสวนผึ้งนางพญา และเป็นอาจารย์เกษียณจากมหาวิทยาลัยนเรศวรด้วยค่ะ
           เราเห็นคนงานใช้ควันไล่ผึ้งออกจากรัง  เห็นการนำผึ้งออกจากกล่องสีขาวที่บรรจุรังผึ้ง 8 รัง อย่างใกล้ชิดโดยที่ไม่มีผึ้งตัวไหนต่อยเราเลย  แต่มีตัวหนึ่งหลงเข้าไปในผมหยิกของแพทริคแล้วออกไม่ได้  ซึ่งแพทริคก็ยืนเฉยๆ  เอาแต่ร้องว่า
ไม่อร่อยนะ ๆๆ อาจารย์สว่างนึกว่าแพทริคกินน้ำผึ้งที่อาจารย์ให้ชิมมากเกินไปจนไม่อร่อยแล้ว  จึงถามว่าไม่อร่อยแล้วหรือ แพทริครีบบอกว่า แพทพูดกับผึ้งครับ ก็หนุ่มน้อยไม่กล้าเอามือจับผึ้งออก ทุกคนเลยได้หัวเราะกันใหญ่
           ผ้าแพรกับแพทริคมีส่วนร่วมในการเฉือนรังผึ้งออกจากกรอบไม้ เพื่อให้น้ำผึ้งไหลออกมาได้เมื่อนำไปใส่ในถังเหวี่ยง มีดที่ใช้จะเสียบไว้ในเตาที่มีถ่านติดไฟด้วย เพื่อให้มีดร้อน จะได้เฉือนรังผึ้งออกได้ง่ายๆ
           ถังเหวี่ยงจะสลัดน้ำผึ้งออกมาจากรังที่อยู่ในกรอบไม้ ระหว่างนั้นจะมีละอองน้ำผึ้งฟุ้งขึ้นมา ซึ่งอาจารย์สว่างบอกว่าบำรุงผิวพรรณดีมาก พอบอกเช่นนั้น ป้าเจี๊ยบกับแม่แอนก็เอาหน้าไปเสนอตรงถังเหวี่ยงทันที
           เมื่อแม่แอนถามถึงเกสรผึ้ง (
bee pollen) อาจารย์สว่างก็จัดแจงหาไม้เล็กๆมาชี้ให้ดู และสะกิดก้อนสีเหลืองขนาดเล็กนิดเดียวจากรังผึ้งออกมาให้ชิม ชิมกันหลายก้อนเลยล่ะ  รวมทั้งให้ชิมน้ำผึ้งทั้งรวง  โดยอาจารย์บอกว่าให้คายขี้ผึ้งออกทิ้ง สุดยอดเลยค่ะ
           อาจารย์ให้ความรู้แก่คนแปลกหน้าอย่างพวกเราและตอบคำถามอย่างเต็มอกเต็มใจเป็นเวลาเกือบชั่วโมง เราได้ความรู้เรื่องการเลี้ยงผึ้งและเห็นการเก็บน้ำผึ้งอย่างใกล้ชิด
           เรายิ่งซาบซึ้งหนักขึ้นไปอีก  เมื่ออาจารย์สว่างกรอกน้ำผึ้งจากถังเหวี่ยงใส่ขวดโค้กลิตรให้เต็มขวดเลยค่ะ  น้ำผึ้งสีทองใสแจ๋ว (อาหารของผึ้งแถวนี้คือน้ำหวานจากดอกสาบเสือ) ไม่ใช่สีน้ำปลาอย่างที่เห็นทั่วไปนะคะ  แถมด้วยรวงผึ้งที่มีน้ำผึ้งติดอยู่เต็มไว้เคี้ยวเล่นอีก  ซึ่งใส่ให้ทั้งแบบเป็นถุงและกล่องพลาสติก คณะเดินทางหวานชื่นกันถ้วนหน้าค่ะ
           กลับมาถึงกรุงเทพ ป้าเจี๊ยบเล่าประสบการณ์เก็บน้ำผึ้งอวดพี่น้องเพื่อนฝูงและลูกศิษย์ซะหลายรอบ และแบ่งปันน้ำผึ้งแท้ๆ ให้ได้ชิมกันว่าหวานและหอมขนาดไหน
           จากความรู้ที่ได้รับในวันนั้น ทำให้ป้าเจี๊ยบอดไม่ได้ที่จะเข้าไปค้นหาชื่อ สว่าง ปิยาภิชาต ในอินเตอร์เนต  เลยได้รู้ว่าท่านเป็นนักเลี้ยงผึ้งชั้นแนวหน้าคนหนึ่งของเมืองไทย  ป้าเจี๊ยบยิ้มไม่หุบเลยค่ะ       
           โอ้ย..ทำบุญอะไรไว้หนอจึงได้โชคดีขนาดนั้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 74026
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

คุณป้าเจี๊ยบค่ะ

นอกจากคำบรรยายในบันทึกแล้ว ภาพที่ป้าเจี๊ยบนำมาแสดงไว้  เห็นภาพชัดเจนและกระตุ้นการเรียนรู้ได้ดีทีเดียวค่ะ 

ขอบคุณมากค่ะ

ป้าเจี๊ยบขา ตามเค๊กที่อาจารย์ beeman แนะนำมาค่ะ จะมาขอรบกวนให้ป้าเจี๊ยบทำให้ทานบ้าง

เค๊กรังผึ้งที่แสนจะน่าลิ้มลอง

  • ตามมาแบบผึ้งครับ
  • ขอบคุณมากครับที่นำมาเล่า
  • ได้เห็นวิธีการเก็บน้ำผึ้งด้วย

ถ้ามีเทคโนโลยีแบบว่าส่งวัตถุทางอินเตอร์เนตได้แบบในหนังวิทยาศาสตร์ ป้าเจี๊ยบจะอบเค้กและจัดส่งไปให้โดยไม่รีรอเลยค่ะ

อยากไปหาประสบการณ์ชีวิตกับอาจารย์จัง!  น่าสนุกจังเลยคะ...

 สวัสดีค่ะ

P

อย่างนี้ เรียกว่า ทัศนศึกษาค่ะ

เพราะเป็นอาจารย์หรือเปล่าคะ จึงให้มีแม่เหล็กดึงดูด ไปหา คนระดับอาจารย์เหมือนกัน

ขอบคุณที่เล่าค่ะ ได้ความรู้ไปด้วยค่ะ