อุปสรรคในการดำเนินการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ

         เนื่องจากนโยบายและวิสัยทัศน์ดั้งเดิมของผู้บริหารยุคเก่าได้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาการสาธารณสุขออกเป็นส่วนๆ โดยเน้นการรักษาพยาบาลเป็นหลักเนื่องจากสถานการณ์ทางด้านประชากรและทรัพยากรที่เกี่ยวข้องมีข้อจำกัด อีกทั้งองค์ความรู้ด้านการสาธารณสุขยังรวมศูนย์  การมองภาพรวมของการแก้ปัญหาด้านสาธารณสุขของประเทศจึงมุ่งไปที่การกระจายสถานบริหารสาธารณสุขได้แก่ สถานีอนามัย โรงพยาบาลอำเภอ โรงพยาบาลจังหวัดออกไปให้มากที่สุดเพื่อหวังว่าจะมีสถานพยาบาลและโรงพยาบาลเพียงพอให้กับประชาชนที่เจ็บป่วย 

         กระนั้นก็ตามผลสำรวจในระยะหลังออกมาว่าจำนวนคนไข้มิได้ลดจำนวนลง กลับเพิ่มจำนวนขึ้นในโรงพยาบาลแต่ละแห่ง นอกจากนั้นแนวโน้มของโรคก็เปลี่ยนไปทำให้รัฐบาลต้องเพิ่มจำนวนบุคลากรด้านสาธารณสุขได้แก่แพทย์ พยาบาลและอื่นๆลงไป ก่อให้เกิดปัญหาการกระจายแพทย์ที่ไม่เหมาะสมมากขึ้นเรื่อยๆ                

         อุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในการดำเนินการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพได้แก่

         1.    ผู้บริหารระดับสูงไม่มีวิสัยทัศน์ด้านส่งเสริมสุขภาพ อาจเนื่องจากเคยชินและคุ้นเคยกับภาพเก่าๆ ไม่ค่อยรับรู้การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมไม่กระจายงานกระจายอำนาจ คิดว่าตนเองเป็นศูนย์กลางในทุกเรื่อง

         2.    นโยบายที่ไม่ต่อเนื่อง การไม่ต่อเนื่องของนโยบายอาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล วิสัยทัศน์ก็เปลี่ยนไปหากไม่กำหนดเป็นยุทธศาสตร์ของชาติเป็นแผนแม่บทก็อาจอ่อนไหวไปด้วย

         3.    ขาดการจริงจังของผู้บริหารหน่วยงาน ความจริงจังของผู้บริหารโรงพยาบาลเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการส่งเสริมสุขภาพเป็นสิ่งที่ยากตรงจุดเริ่มต้น ต้องเผชิญอุปสรรคนานัปการหากไม่มีความจริงจังและแน่วแน่พอการดำเนินงานก็อาจล้มเหลวได้

         4.    การขาดแรงจูงใจ ต้องเข้าใจว่างานส่งเสริมสุขภาพเป็นงานหนักและต้องการความมุ่งมั่นอย่างสูง ดังนั้นผู้บริหารต้องให้ความสนใจในเรื่องแรงจูงใจ กำลังใจ ให้ความใกล้ชิดไม่ให้รู้สึกโดดเดี่ยว สอบถามทุกข์สุขอยู่เสมอ

         5.    ขาดความสามัคคีในหน่วยงาน การแลกเปลี่ยนความขัดข้องภายในหน่วยงานและนอกหน่วยทำให้เกิดความใกล้ชิดมีปัญหาปรึกษากันได้ตลอด เมื่อมีความไม่เข้าใจต้องรีบเคลียร์กันโดยเร็ว

         6.    ภายในชุมชนมีปัญหา เช่นผู้เสียผลประโยชน์ ผู้มีอิทธิพลเกรงสูญเสียความเป็นผู้นำ ประชาชนมีปัญหาเรื่องความยากจน เหล่านี้จำเป็นต้องหาพันธมิตรเครือข่ายไว้แก้ปัญหาหรือทุเลาเบาบางลง

         7.    ขาดความรู้ด้านการจัดการที่ดี ขาดการจัดลำดับความสำคัญ ความสัมพันธ์ของความสำเร็จแต่ละขั้นตอน วางพื้นฐานไม่แน่น ไม่จำเป็นต้องรีบบรรลุความสำเร็จ แต่ต้องให้เกิดความสัมฤทธ์ที่มั่นคง

         8.    การสื่อสารไม่เหมาะสม การใช้เทคโนโลยี่มากเกินไปจะขาดการสื่อสารอย่างใกล้ชิด หากไม่จำเป็นควรใช้การพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และอื่นๆดังได้กล่าวแล้ว

         9.    ขาดการประสานงานที่ดี ผู้บริหารระดับกลางจะเป็นผู้ประสานงานได้ดีที่สุด

          10.                       เน้นที่รูปแบบ เอกสารหรือวิธีการเกินไป ไม่เน้นที่สาระ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับหน่วยราชการ สำหรับการประเมินผลจำมีหัวข้อต่างๆมากมาย ผู้บริหารก็มักจะไปให้ความสำคัญกับการทำให้ครบตามหัวข้อแล้วรู้สึกว่าสำเร็จแล้ว  ซึ่งจริงๆอย่าไปสนใจกับเรื่องพวกนี้มาก เพราะหากการดำเนินงานสัมฤทธ์ผลจะได้ทั้งสาระและรูปแบบเอง

           11.                       กลัวผิดรูปแบบเพราะไปอบรมมา ไม่ดูสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง การพัฒนางานส่งเสริมสุขภาพต้องกำหนดสาระต่างๆตามสภาพแวดล้อมซึ่งไม่เหมือนกัน การดูความสำเร็จของที่อื่นแล้วนำมาปรับใช้ดีกว่านำมาใช้ทั้งหมด