นับว่าสวรรค์ยังมีตา นำพาสิ่งดีๆ จากการมีน้ำใจที่ผมให้แท็กซี่ ได้ไมตรีจากแท็กซี่นำโทรศัพท์กลับมาให้ที่สถานีรถไฟหลักสี่ ...นี่แหละน้ำใจแลกไมตรีแด่แท็กซี่มีคุณธรรม

        วันนี้หลังจากเลิกจากการสัมมนาทางวิชาการ เรื่องทิศทางการบริหารการศึกษาไทยในอนาคต ที่โรงแรม   รามาการ์เด็นท์ กทม.  ผมได้โดยสารรถแท็กซี่ที่ผ่านหน้าโรงแรมให้ไปส่งที่สถานีรถไฟหลักสี่ (เพื่อหาข้อมูลช่องทางการเดินทางโดยรถไฟ ซึ่งสุดท้ายไปรถทัวร์ชัวร์กว่า)
ผมใช้เวลาในรถแท็กซี่ไปกับการสนทนาทางโทรศัพท์จนถึงที่หมาย จึงรีบควักแบ๊งค์ร้อยให้คนขับแท็กซี่พร้อมกับพูดว่า " ไม่ต้องทอนครับ" Tip ให้ไปเลยเกือบสามสิบบาท แล้วก็รีบลงจากรถ เมื่อหาที่วางกระเป๋าเอกสารการประชุมได้แล้วก็นึกจะใช้โทรศัพท์ขี้นมาจึงเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงด้านขวาพบว่าไม่มีอะไร ทั้งควักทั้งคลำกระเป๋ากาง เกงด้านซ้ายและกระเป๋าเสื้อสูททุกใบทั้งในและนอก ผลคือไม่มีแม้แต่วี่แวว จึงถึงบางอ้อว่าท่าจะตกในรถแท็กซี่เสียแล้ว ทำใจว่าเตรียมซื้อโทรศัพท์ใหม่ทดแทนมือถือของราชการที่หายนี้ได้เลย ในท่ามกลางความสับสนกังวลอยู่กับการก้มหน้าตบกระเป๋านั้นพลันมีเสียงพูดมาจากด้านหน้าผมว่า  " พี่...โทรศัพท์พี่ใช่ไหมครับ" ผมเงยหน้าขึ้นพบคนขับแท็กซี่คนนั้นถือโทรศัพท์มายื่นที่ตรงหน้า....นับว่าสวรรค์ยังมีตา นำพาสิ่งดีๆ จากการมีน้ำใจที่ผมให้แท็กซี่ ได้ไมตรีจากแท็กซี่นำโทรศัพท์กลับมาให้ที่สถานีรถไฟหลักสี่ ...นี่แหละน้ำใจแลกไมตรีแด่แท็กซี่มีคุณธรรม