การทำงานที่ไม่ได้หวังผลตอบแทน ..... ย่อมนำมาสู่ซึ่งความสุข..เป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่า....แต่อาจจะนำมาสู่ความเฮง..โดยไม่รู้ตัว
การทำงานที่ทำด้วยใจรัก...เสียสละ  ....อุทิศเวลา..ทุ่มเทสติปัญญา..ผลที่ได้คุ้มค่าเกินกว่าที่จะบรรยาย..จึงเกิดมาเป็น..เก่งบวกเฮง
เก่งบวกเฮงของครูอ้อยเป็นบันทึกที่เขียนมาจากความเป็นจริง  ไม่ได้ปรุงแต่ง  หากท่านผู้อ่านสนใจ  เชื่อใจ  และมีความเชื่อมั่น  ในผลบุญแห่งการทำดี  และมีผลตอบแทนทางใจ  ท่านจะหาอ่านได้ที่  บันทึกเหล่านี้  เรียนเชิญตามความสนใจ  เก่งบวกเฮง  เก่งบวกเฮง(2)  เก่งบวกเฮง(3)    เก่งบวกเฮง(4)   เก่งบวกเฮง(5)    เก่งบวกเฮง(6)  
ครูอ้อยเขียนแบบเจตนารมณ์ที่ไม่ได้โอ้อวด  หากท่านยังทำใจให้รักที่จะอ่านไม่ได้  ก็ขอให้คลิก  back  ไปได้เลยค่ะ...
แต่หากท่านมีความรู้สึกต้องการเติมพลังใจ  ในการที่ท่านได้ทำความดี  แล้ว  ส่งผลตอบแทน  อย่างน้อยก็...ความสุข...ที่ทุกท่านใฝ่ฝันหามาตลอดชีวิตของการทำงาน..เรียนเชิญท่านอ่านต่อไป 
บันทึกนี้ความจริงครูอ้อยจะเขียนตั้งแต่เทศกาลวันครูแล้ว  แต่ครูอ้อยมีภารกิจมากมาย  ประกอบกับที่ครูอ้อยประสบกับเหตุการณ์การฆ่าตัดตอนความคิดขึ้นมา  ครูอ้อยจึงตั้งปณิธานชีวิตขึ้นมาอีก 1 ข้อ  คือ  จะเขียนบันทึกนี้ที่บ้านเท่านั้น 
การเขียนบันทึกที่บ้าน...มีข้อสังเกตคือ   IP  การกระทำของผู้ฆ่าตัดตอนนี้  ไม่ได้สลักสำคัญอะไรในชีวิตครูอ้อยหรอกค่ะ  แต่ครูอ้อยขอ...เวลา...
เวลา..ที่จะทำอะไรขึ้นมาอีกในช่วงที่อยู่ที่ทำงาน  เพื่อการเดินหน้าแห่งชีวิตการทำงาน  ซึ่งสังคมแห่งการศึกษายังต้องการ 
ครูอ้อย..มีความสุขกับผลงานที่ได้ทำ  และเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในระดับต่อไป   ถึงแม้ว่าจะเกิดการฆ่าตัดตอนทางความคิดไปแล้ว  แต่จะตามไปฆ่าที่บ้าน  หรือที่อื่นๆไม่ได้โดยเด็ดขาด  โดยเฉพาะการฆ่าตัดตอนทางใจ 
ชีวิตของการเป็นครูของครูอ้อยนั้น  เป็นชีวิตที่ช่ำชอง  โชติช่วง  ชินชา  กับความรู้สึกที่แตกต่างๆกัน แบบหน้ามือเป็นหลังมือบ่อยครั้งมาก  ด้วยความรู้สึกที่ต้องทำงานจึงจะเกิดความเฮงขึ้นมาในอันดับต่อมา  ครูอ้อยจึงได้พบกับเส้นชัยแห่งความสำเร็จในทุกครั้ง   จงทำใจกับการอ่าน  เชื่อได้ในสิ่งที่อ่านหรือไม่ ต้องพิสูจน์ด้วยการอ่านต่อไป 
 เมื่อ ปี พ.ศ.2546  ครูอ้อยทำงานหนักมาก  หมายถึง  ผลงานทางวิชาการ  ด้วยการขอกำหนดตำแหน่ง  ซึ่งเป็นเรื่องที่สุดสุดของความเป็นครูที่รักความก้าวหน้า 
นอกเหนือจากการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแล้ว   ครูอ้อยต้องเดินรุดหน้าต่อไป หรืออาจจะวิ่งไปด้วยก็ได้ในยามที่มีพลัง  ครูอ้อยเดินเข้าสู่การประกวด  หรือการแข่งขันทางวิชาการบ่อยมาก  ประกอบกับ  ครูอ้อยรู้ช่องทาง  และพบเวทีที่ควรจะอยู่  หรือจะไป  ครูอ้อยจึงส่งผลงานเพื่อการคัดเลือก  " ครูดีในดวงใจ "  เป็นตัวแทนของครูในโรงเรียน 
ซึ่งต่อมา  มันเป็นดาบที่แกว่งไกวที่จะฟาดฟันความคิดของครูอ้อยตลอดเวลา  ในสังคมแห่งความริษยามาดร้ายกัน  ไม่อยากเห็นใครดีเกินหน้า 
แต่ครูอ้อยยังเดินต่อไป  ด้วย  เก่งบวกเฮง  ..จึงได้  รางวัล..ครูดีในดวงใจ  รุ่น 1   ของโรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย(กระจ่าง สิงหเสนี)  และในปีต่อมา  ก็มีครูอีก 1 ท่านที่ได้รับรางวัลนี้   และล่าสุด  ก็ไม่มีครูท่านใด..เดินทางตามถนนสายนี้อีกเลย