GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วิจัย...หลุมพรางแห่งการปฏิรูปการศึกษา

หากครูมีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนก็ดีไป แต่ถ้าต้องการสร้างผลงานนั่นแหละจะกลายเป็นหลุมพรางทางการศึกษาอย่างแท้จริง

บทความต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นของข้าพเจ้า(นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาวิจัยและสถิติทางการศึกษา)  ซึ่งอาจจะเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา  ความรู้  ประสบการณ์และอายุ  ดังนั้นท่านจะเห็นด้วยหรอไม่เห็นด้วยก็ได้

นับจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542  มีผลบังคับใช้โดยยึดหลักการปฏิรูปการเรียนรู้ตามแนวทางที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา  ซึ่งมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  เป็นระยะเวลา 7  ปีของการปฏิรูปการศึกษา  ก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนการจัดการศึกษาอย่างมาก  ทั้งด้านนโยบายและแผน  หลักสูตร  กระบวนการจัดการเรียนรู้  การประเมินผลการเรียนรู้  มาตรฐานและประกันคุณภาพ  การบริหารจัดการ  ครูและบุคลากรทางการศึกษา  การวิจัยและพัฒนา  และการมีส่วนร่วมของภาคีอื่นในการจัดการเรียนรู้               ส่งผลให้ภารกิจสำคัญของครูที่เน้นการสอนก็เพิ่มการวิจัยเข้าไปด้วย  ทำให้นอกจากการเขียนแผนการสอนแล้วยังต้องทำวิจัยอีกด้วย  ช่วงแรกครูบ่นกันมากว่ามีภาระงานเพิ่มขึ้นทำให้ไม่มีเวลาเตรียมการสอน  ต่อมาเมื่อมีการชักจูงโดยมีรางวัลตอบแทนสำหรับครูที่มีผลงานวิจัย  โดยอาจเป็นการเลื่อนขั้นหรือเลื่อนเงินเดือน  เพื่อลบล้างคำกล่าวที่ว่า ความชั่วไม่มี  ความดีไม่ปรากฏเอาไป 1 ขั้น อย่างที่ทราบกันดีการทำวิจัยไม่ได้เป็นเรื่องง่ายๆ  โดยเฉพาะการทำวิจัยทางการศึกษาซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมศาสตร์  ทำให้ครูส่วนใหญ่ไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง  แต่ก็ต้องทำซึ่งทำอย่างถูกๆ ผิดๆ  นักเรียนกลายเป็นหนูทดลอง   หากครูมีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนก็ดีไป  แต่ถ้าต้องการสร้างผลงานนั่นแหละจะกลายเป็น หลุมพรางทางการศึกษาอย่างแท้จริง  ซึ่งจะทำให้การศึกษาไม่ได้พัฒนาถึงแก่นแท้จะเป็นเพียงแค่ฉากนอก  มีแต่การรายงานเพียงตัวเลขที่สวยหรูแต่เนื้อในไม่ได้สวยหรูเหมือนรายงาน  งานวิจัยทางการศึกษาส่วนเกิดจากการ make ข้อมูล  แม้กระทั่งงานวิจัยของนักศึกษาระดับปริญญาโทที่มีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยตรวจสอบยังพบว่ามีการแก้ไขข้อมูลให้สวยหรู หากตั้งคำถามว่าการวิจัยดีจริงหรือไม่  ผมต้องตอบว่า ดีอย่างแน่นอน   แต่ต้องไม่ยึดติดกับระเบียบขั้นตอนมากเกินไป  มีความยืดหยุ่นในการดำเนินการ  วัตถุประสงค์มุ่งแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง  ไม่ได้หวังประโยชน์จากการวิจัยเพียงเพื่อสร้างผลงานหรือทำตามที่ถูกบังคับ  แล้วการวิจัยก็จะช่วยพัฒนาการศึกษาไทยอย่างแท้จริง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ปฏิรูปการศึกษา
หมายเลขบันทึก: 73473
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

ปรากฏการณ์ที่เขียนในบันทึก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และเป็นหลุมพรางที่เราต้องยอมรับ

 

ขอบคุณพี่จตุพรที่มาเยี่ยมเยือนนะครับ...จะพยายามเขียนต่อไปเรื่อยๆครับผม

เห็นด้วยค่ะ