GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เมื่อครูอ้อยไปเที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลก2006...(2)

การนัดหมายเป็นสิ่งที่สำคัญในการเดินทาง สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือ หมายเลขโทรศัพท์ที่จะติดต่อกับคนที่มารับเรานั่นเอง

การเดินทางโดยทางรถไฟนี้ จะผิดเวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ครูอ้อยลงจากรถไฟ  เวลา 07.20 น.  แต่ไม่เห็นน้องชายมารอรับเลย

คุณพ่อบอกให้ครูอ้อยโทร.ไปหาน้องชาย

และครูอ้อยก็ปฏิบัติตามคำสั่ง  เพราะคุณพ่อจะเกิดความกังวลใจง่ายๆ  และน้องชายของครูอ้อยก็มาแล้ว  กำลังเข้ามาในสถานี  พวกเราต้องเดินออกไปข้างหน้าสถานีรถไฟ

คุณพ่อดีใจมากที่ได้เห็นหน้าลูกชายคนโต  แต่เป็นน้องครูอ้อย 4 ปี     น้องชายของครูอ้อยชื่อ  อุ้ย

คุณพ่อก้าวพลาด  เกือบล้มลง  แต่คุณพ่อเป็นคนแข็งแรงจึงยั้งตัวเองไว้ได้  แต่เราไม่ควรจะละเลย  ต้องมองคุณพ่อ  เวลาเดินทุกครั้ง  นี่ถ้าล้มลงไป นะ  ..คุณแม่ต้องจัดการครูอ้อยแย่แน่ๆเชียว  ตั้งแต่นั้นมา  พวกเราเลยต้องแบ่งหน้าที่คอยดูคุณพ่อด้วย

น้องชายของครูอ้อยแต่งงานกับสาวชาวเหนือ  จังหวัดลำปาง  และมาสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้  หลายปีแล้ว  แต่.....ไม่มีลูกสืบสกุล

คุณพ่อคิดถึงลูกชาย  ครูอ้อยเห็นเป็นโอกาสอันดีจะมาเที่ยวงานพืชสวนโลก  จึงชวนคุณพ่อมาด้วย  เท่ากับได้ผลแบบ ทูอินวัน  ทีเดียว 

ในบันทึกที่แล้ว  ครูอ้อยยังเล่าไม่จบ เพราะห่วงการไปอยู่เวรประจำวัน   หากท่านยังไม่ได่อ่าน  เรียนเชิญอ่านที่บันทึกนี้ก่อนค่ะ  เมื่อครูอ้อยไปเที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลก2006

 

อากาศในเช้าวันนั้นคือวันที่15 มกราคม 2550  หนาวเย็นพอสมควรสำหรับคนมาจากกรุงเทพฯ  ครูอ้อยชอบอากาศแบบนี้มาก แต่ไม่อยากเดินทางไปไหน  อยากอยู่แต่ในบ้านเท่านั้น 

น้องชายพาไปกาด

กาด หมายถึง  ตลาด  

ชื่อ  กาดรวมโชค

ครูอ้อยเลือกซื้ออาหารตามที่ชอบและถามสมาชิกทุกคนด้วยว่าชอบอะไร  และตกลงจะกินข้าวเหนียว น้ำพริกหนุ่ม  และของปิ้งย่าง ตามที่ทุกคนชอบ

 

แน่นอนค่ะ  มาถึงเมืองเหนือ  ก็จะขาดเสียมิได้  คือ  ไส้อั่ว  ครูอ้อยเลือกเส้นที่ยาวที่สุดในร้านและร้อนๆใหม่ด้วยค่ะ  ชั่งกิโลแล้ว  มูลค่า 80 บาท  ครูอ้อยตกลง  หั่นเป็นชิ้นเล็กพอคำ  

พ่อบ้านครูอ้อยเลือซื้อปลาแดดเดียว ตับย่าง เนื้อย่าง  แคบหมู ของอร่อยของทุกคนทั้งนั้น 

และมุ่งหน้าไปที่พักที่น้องชายเตรียมไว้  เราคุยกันไปตลอดทางถึงการเดินทางและวางแผนว่าจะไปไหนกันก่อน  ซึ่งตกลงว่า  เราจะพักตอนเช้าหลังกินข้าวเช้า  อาบน้ำอาบท่า  ไปดูบ้านพักที่เป็นแฟลตที่น้องชายอยู่ (ซึ่งจะกล่าวในตอนต่อไปค่ะ)

 

ตอนที่เดินจะไปขึ้นรถ  คุณพ่อทักทายคนเลี้ยงหมาในตลาด  และหมาตัวนี้ก็น่ารัก  มันรู้ภาษามากเลยค่ะ   ยกมือไหว้เราด้วยน่ารักมาก  คุณพ่อคงคิดถึง  เจ้าโยกเยก  ยู่ยี่....ที่บ้านกระมัง  คุณพ่อกับคุณแม่จะเลี้ยงหมาไว้หลายตัว เวลาไปไหนก็จะคิดถึงมัน  ดังนั้น เมื่อคุณพ่อมาเที่ยวครั้งนี้  คุณแม่ก็ไม่ได้มาด้วย  ต้องแบ่งหน้าที่กันไป  นี่คือภารกิจของคนเลี้ยงหมา  ที่รักและผูกพันกับมัน  ทอดทิ้งมันไม่ได้เลย 

กลับมาเรื่องกินอีกดีกว่า

 

สมาชิกทุกคนในวันนี้  น่าชมเชย  เพราะกินง่ายมาก  ไม่เรื่องมาก  แบบนี้ไปไหนไปกัน  ครูอ้อยชอบค่ะ

ที่พักของน้องชาย ก็แสนสบายค่ะ 

เรากินอิ่มก็เดินเล่นสักพัก  น้องชายก็จะพาไปเที่ยวแล้ว 

เราจะไปดอยสุเทพกันค่ะ 

รออ่านบันทึกต่อไปนะคะ  ครูอ้อยต้องไปเดินเวรตอนกลางวันอีกแล้วค่ะ ขอบคุณกับการติดตามอ่านนะคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 73229
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

อ่านแล้วหิวข้าวเลยค่ะ ครูอ้อยขา

ถึงแม้ทุกท่านจะเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทาง แต่แววตาของทุกท่าน ดูมีความสุขม้าก มาก ค่ะ

สวัสดีค่ะคุณแป๊ด คุณ รัตติยา เขียวแป้น

  • ความจริงก็ไม่เหนื่อยกับการเดินทางค่ะ  เพราะเรานอนไปเชียงใหม่ 
  • แต่เหนื่อยตอนไปดอยสุเทพ ทางมันคดเคี้ยวและเหม็นน้ำมันรถมากเลยค่ะ
  • ทุกคนมีความสุขค่ะ  เพราะนานแล้ว เราไม่ได้พบกันค่ะ

ขอบคุณค่ะ คุณแป๊ด ยังมีตอนต่อไปอีกค่ะ

น้ำพริกหนุ่มในวันนั้นยังอร่อยติดใจครูอ้อยอยู่เลย

หากมีเวลาจะไปอีก...นั่งรถไฟไปด้วย