หลายวันก่อน beeman มีธุระไปหน่วยประกันฯ ชั้น 6 อาคาร CITCOMs ...

   หากพอมีเวลา ผมมักจะไปเยี่ยมคุณวิภา (แอ๊ว) เจ้าของ บล็อกชาวโมบาย ที่ห้องทำงาน คุณวิภาเป็นผู้ประสานงานหลัก mobile Unit

     
   ภาพคุณวิภา เพิ่มผลนิรันดร์  
     

   เหตุผลหลัก ที่ไปเยี่ยมคือ คุณวิภา มีคุณสมบัติของผู้บริการที่ดี คือ มักจะบริการลูกค้า (ผู้ออกหน่วย) ให้ดีที่สุด...อีกเหตุผลส่วนหนึ่งคือ คุณวิภาแกทานเจ เวลา beeman ออกหน่วยก็จะไม่มีปัญหาเรื่องอาหารเจ....คุณวิภาจะเตรียมพร้อมทุกมื้อ

   นอกจากนี้คุณวิภายังมีคุณสมบัติของนักฟังที่ดี...เวลา beeman ไปเยี่ยม แม้มีธุระยุ่งๆ ก็จะให้เวลาฟัง beeman พูดเสมอๆ ส่วนมากเป็นเรื่องคำแนะนำในการออกหน่วย...ซึ่งถ้าเป็นไปนได้..คุณวิภาก็มักดำเนินการให้มีผลในภาคปฏิบัติ..และทำได้ดีกว่าที่ beeman คิดเสียอีก...เรียกว่าเป็นนักปฏิบัติที่ดี มี KM inside ในตัวเอง

   ครั้งล่าสุดที่พบกัน ผมพูดเปรยๆ ว่า เดี๋ยวนี้ beeman เขียนบันทึกสะเปะสะปะ ไม่ค่อยมีอะไร...คุณวิภาแกก็พูดให้กำลังใจเล็ก ๆ..ว่า

  • ทุกบันทึกของ beeman มักมีสาระและบันทึกซ่อนอยู่...อย่างบันทึกที่เขียนในเชิงคำถามว่า "มีใครเคยทิ้งรองเท้าข้างเดียวไหม" คุณวิภาก็ได้ความรู้ในเชิง การคิดเปรียบเทียบ
  • หรืออย่างบันทึกสั้นๆ ที่ beeman เขียนบันทึกสดๆ เรื่องการไปเที่ยวงานพืชสวนโลก...คุณวิภาบอกว่า ถึงแม้ไม่ได้มีเนื้อหาสาระอะไรที่เป็นความรู้...แต่มันทำให้น่าติดตามว่า beeman หายไปไหน...และบันทึกต่อๆ มาคาดหวังได้เลยว่าจะมีการเล่าเรื่องไปพืชสวนโลก โดย beeman ซึ่งถ้าติดตามอ่านก็จะมีสาระซ่อนอยู่....

   เกริ่นถึงคุณวิภามาพอสมควรแล้ว (ความจริงเล่าเรื่องของ beeman มากกว่า แต่ซ่อนเรื่องให้คุณวิภาเป็นคนเล่าแทน beeman จะได้ลดอาการคลื่นเหียนอาเจียน)

   คุณวิภามีอุปนิสัยที่คล้าย beeman หลายอย่าง..แน่นอนอย่างหนึ่งคือการทานเจ...

  • คุณวิภาทานเจมาก่อน beeman คือ คุณวิภามีปัญหาด้านสุขภาพมาตั้งแต่เด็ก...
  • คุณแม่และพี่สาว ลองให้คุณวิภาทานเจ..พอทานเจแล้วสุขภาพดีขึ้น คุณวิภาเลยทานต่อมาตั้งแต่นั้น...(ถ้าคุณวิภามาอ่านบันทึกนี้..ก็ช่วยเล่าเรื่อง...ความเป็นมาเป็นไปของการทานเจของตัวเอง..และอานิสงค์ของการทานเจ Share ให้ท่านอื่นๆ อ่านบ้าง..ก็คงเป็นประโยชน์นะครับ)
  • จบเรื่องของคุณวิภาครับ

   คราวนี้มาถึงเรื่อง beeman ทานเจบ้าง

  • ตอนเด็กๆ ผมมีประสบการณ์ ที่ทำให้หยุดทานเนื้อหมูไปเป็นปี..คือ เห็นเขาฆ่าหมู..โดยมัดหมูไว้กับหลัก..ตรึงขาหมูกับเสา ๔ เสา ให้หมูอยู่ในท่ายืน..กรอกน้ำร้อนเข้าปากหมู ให้หมูถ่ายออกมา...แล้วก็เอามีดแหลมๆ แทงคอหมู แล้วแหวะให้เลือดไหลลงกะละมังที่รองไว้ด้านล่าง...
  • ตอนเด็กๆ ผมไม่ค่อยชอบทานเนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์ที่ทานก็มีเนื้อหมูและปลาทูเป็นส่วนใหญ่ 
  • อาหารหลักของ beeman นอกจากผักแล้วก็มีไข่
  • ตอนไปโรงเรียน ข้าวกลางวันที่นำไปด้วย มักมีไข่สามอย่างสลับกันไปใน ๕ วัน คือ ไข่ดาว ไข่เจียว และไข่ต้ม..ในไข่ ๓ อย่างนี้ beeman ชอบไข่เจียวมากที่สุด
  • เนื้อสัตว์ที่ beeman ไม่ทาน คือ สัตว์ป่า และสัตว์ปีก พวกไก่ เป็ด เนื่องจากรู้สึกไม่ชอบที่ผิดหนังมีตุ่มๆ (จากการถอนขน)
  • ช่วงตรุษจีน beeman จะไม่ค่อยมีความสุข เพราะสัตว์จะมีการตายจากการถูกฆ่ามากในช่วงนี้...เพราะคนจีนเขาจะบูชาเทวดาด้วยเนื้อสัตว์ ๓ อย่าง เรียกว่า "ซาแซ" ซึ่งมักจะมีหมู เป็ดไก่ และปลา
  • beeman ไปที่ร้านค้า...เห็นไก่ถูกขังอยู่ในสุ่ม แล้ว ไก่ตัวแล้วตัวเล่าก็จะถูกนำไปเชือด...ไก่จะถูกถอนขนที่คอ...ถูกเชือดที่หลอดลม และก็เอาเลือดใส่ชาม...ปล่อยให้แข็งตัว..ทำเป็นเลือดไก่ขาย...
  • ไก่ที่อยู่ในสุ่ม เห็นเพื่อนถูกฆ่า ก็ตื่นตกใจ...ถ้าไก่คิดได้แบบคน คงนึกว่า...เดี๋ยวก็เป็นคิวของเรา...
  • อาการที่ไก่ตื่นตกใจ จะเกิดความเครียด และหลั่งฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียดออกมา
  • คนที่ทานเนื้อสัตว์มากๆ สารแห่งความเครียดก็สะสมอยู่ในตัว เป็นคนที่โมโหง่าย...และสะสมสารก่อมะเร็งไว้ในร่างกายด้วย

   โดยปกติ beeman ก็ไม่ค่อยทานเนื้อสัตว์อยู่แล้ว ทานแต่หมูและปลา..อาหารหลักคือไข่และผัก

   ในรอบ ๑๐ ปี ที่แล้ว beeman ไปรับธรรมมะ...และจะมีการตั้งปณิธาน กินเจ..แต่เนื่องจาก beeman กลัวว่าจะทำไม่ได้..เพราะทำให้บริสุทธิ์ได้ยาก เนื่องจากเรายังอยู่ในสังคมและต้องเดินทางตลอด..จึงตั้งใจทานเจ..แบบมังสะวิรัติมากว่า และตั้งใจปฏิบัติแค่ ๙๐ เปอร์เซนต์..คือเป็นแบบเจเขี่ยเสียส่วนใหญ่...และถ้าไปงานเลี้ยงที่ไหนถ้าเขาจัดอาหารเจให้ได้ก็เป็นสิ่งที่ดี...

   แต่ถ้างดงานเลี้ยงเลย..ก็อาจมีผลทางด้านสังคม..บ้าง..วิธีนี้จึงเอาไว้สุดท้าย...แต่ใช้วิธีพยายามหลีกเลี่ยงบ้าง....

   "คนที่ปกติ..ไม่ผิดศีลข้อปาณา..." มักเป็นผู้ที่ไม่มักโกรธ และมักมีผิวพรรณผ่องใส...

.

BeeMan

BeeMan