จากที่ได้เข้าร่วมประชุมเสวนา การจัดการความรู้เรื่องไก่ไข่ในวิถีชีวิตชุมชน ที่สวนป่าครูบาสุทธินันท์ เมื่อวันที่  14 มกราคม 2550  ที่ผ่านมาตามโครงการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ไก่ไข่เพื่อทดแทนการนำเข้าของกรมปศุสัตว์         

          หลายท่านอาจจะยังงงว่า แล้วโครงการนี้จะมาเกี่ยวข้องกับชาวบ้านได้อย่างไร         

          สมัยก่อนคงไม่เกี่ยวกับชาวบ้านแน่นอน เพราะงานวิจัยของหน่วยงานราชการเป็นงานที่ดูจะเป็นความลับ ลึกลับจนยากที่ชาวบ้านจะติดตามทัน  และหลายคนก็ไม่อยากตามเนื่องจากผลงานวิจัยต่าง ๆ ของหน่วยงานที่่มีความชำนาญเฉพาะเป็นผู้วิจัยนั้น ยังไม่ถึงมือชาวบ้านหรือไม่ได้ทำเพื่อชาวบ้านจริง                 

          แต่ ณ วันนี้ ฟ้าเริ่มเปิด  เปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้พบปะพูดคุยร่วมกันกับนักวิชาการที่เป็นนักทดลองในห้องปฏิบัติ  โดยให้ชาวบ้านทำการวิจัยหรือเป็นผู้ปฏิบัติเองและมีนักวิชาการเป็นผู้ต่อยอดความรู้ คอยให้คำแนะนำเมื่อเกิดปัญหา ไม่ลอยแพชาวบ้านให้คิดเอง ทำเอง ขาดทุนเองเหมือนที่แล้ว ๆ มา                       

          ชาวบ้านจะไปไม่รอดถ้าจะเลี้ยงไก่ตามระบบฟาร์มขนาดใหญ่ เพราะไม่ทันเทคโนโลยี อีกทั้งสายป่านก็ไม่ยาวพอ  และการเลี้ยงในเชิงธุรกิจก็จะไปส่งเสริมแต่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งไม่สามารถเอาเกษตรกรรายย่อยไปผูกพันกับระบบธุรกิจขนาดใหญ่ได้ รวมทั้งมีข้อท้วงติงได้ว่าถ้าเกษตรกรรายย่อยทำแล้วไม่คุ้มทุน  รวมทั้งราคาไข่ไก่ในท้องตลาดก็ราคาสูง แม่พันธุ์ไก่ของบริษัทยักษ์ใหญ่ก็ราคาแพง

          จึงต้องพัฒนาสายพันธุ์ให้เหมาะสมกับชาวบ้าน ประเภทเลี้ยงง่าย ตายยาก เพียงแต่ต้องให้ชาวบ้านมีกระบวนการเรียนรู้ และเชื่อมความรู้ทั้งการปฏิบัติของตนเอง และสมาชิกในกลุ่ม ให้ได้ชุดความรู้ที่เหมาะสมกับตนเอง รวมทั้งผลิตอาหารเลี้ยงไก่ได้  อาชีพการเลี้ยงไก่ไข่ที่เป็นระบบจะไม่ไกลจากชาวบ้านอีกต่อไป แต่จะสร้างอาชีพที่หลากหลาย สร้างรายได้ที่มั่งคง เป็นสั่งคมที่มั่นคั่งและต้องพึ่งพาตนเองได้ในที่สุด

          ดังกรณีของพ่อทองที่เลี้ยงไก่บ้าน ประมาณ 20 ตัว ไว้บริโภคเนื้อและไข่ ที่ท่านได้ใส่ความรู้ความตั้งใจลงไปในไก่ด้วยอย่างเต็มที่ เพราะเล้าไก่ของพ่อทองนั้นน้ำท่วม อีกทั้งถ้าทำรังให้ไก่ไข่อยู่ต่ำมาก ก็จะทำให้ไข่สกปรก ซึ่งท่านบอกเห็นตัวอย่างจากฟาร์มขนาดใหญ่ที่ให้ไก่อยู่สูงจากพื้นดิน

         ปกติทั่วไปเราจะเห็นเล้าไก่มีชั้นเดียว แต่พ่อทองมีเล้าไก่สองชั้นเหมือนตู้นอนบนรถไฟก็ไม่ปาน หรืออาจยกระดับเป็นโรงแรมไก่ห้าดาวได้ไม่น้อยหน้าโรงแรมหมูของพ่อวิจิตร  ชั้นล่างเป็นพื้นดินมีไว้สำหรับไก่ลูกทุ่งคลุกดินคลุกทราย  ชั้นบนเป็นพื้นไม้ไผ่ แถมยังมีบันไดให้ไก่ที่ขี้เกียจบินปีนป่ายขึ้นได้สะดวก  มีรังให้ไก่ไข่ มีพื้นที่ให้ไก่นอนพัก ไม่ต้องนอนคลุกขีhไก่อีกต่อไป  วิธีการเหล่านี้อาจเป็นรูปแบบหนึ่งที่สามารถนำไปปรับใช้กับคนเลี้ยงไก่รายอื่นได้ ไม่ว่ากัน

          ไม่ต่างอะไรกับการเลี้ยงโค ที่ผู้เลี้ยงต้องการมากที่สุด คือ การพึ่งตนเอง โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารถ้าหากผู้เลี้ยงโคสามารถผลิตอาหารที่ดีและมีคุณภาพที่เหมาะสมกับตนเองสำหรับเลี้ยงโคได้ตลอดปี ซึ่งจะส่งผลต่อราคาของโคให้สูงขึ้น  เกษตรกรก็จะรายได้สูงขึ้นและสามารถพึ่งตนเองได้ในที่สุด

          แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเลี้ยงเฉพาะโคอย่างเดียวเท่านั้น เพราะการเลี้ยงโคจะต้องเชื่อมสัมพันธ์ไปถึงอาชีพทางการเกษตรอื่น ๆ ด้วยทั้งการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ควบคู่ไปด้วยกัน