การแพทย์ทางเลือก
ปัจจุบันมีการแพทย์ทางเลือกและการแพทย์แบบผสมผสานให้เลือกได้มากมายหลายแบบ แต่การแพทย์เหล่านี้ยังไม่มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์รับรองผลได้อย่างเป็นทางการ ดังนั้นจึงอาจนำมาใช้ได้แต่ควรใช้ร่วมกับการรักษาอย่างเป็นระบบเท่านั้น และการเลือกใช้แต่ละชนิดควรพิจารณาข้อดีข้อเสียอย่างละเอียด เพื่อความแน่ใจว่าไม่เสียเวลาหรือเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์
1. การแพทย์แผนจีน
การแพทย์แบบจีนมีความเชื่อในพลังตามธรรมชาติของร่างกายที่ส่งผลต่อสุขภาพและการฟื้นหายจากความเจ็บป่วย แม้จะยังไม่มีผลการวิจัยอย่างเป็นระบบรับรองประสิทธิภาพของการรักษา แต่ก็พบว่าการรักษาส่วนใหญ่ปลอดภัยและส่งผลดีต่อสุขภาพ และกำลังได้รับการยอมรับให้เป็นการรักษาผสมผสานร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบันในโรงพยาบาลหลายแห่ง
- การกดจุด การกดจุดมีพื้นฐานมาจากความเชื่อเรื่องพลังชีวิตที่ไหลผ่านเส้นทางต่าง ๆ ซึ่งมองไม่เห็นในร่างกาย และเมื่อเส้นทางการไหลของพลังเหล่านี้เกิดติดขัดก็จะทำให้เกิดการเจ็บไข้ไม่สบาย ในการบำบัดด้วยการกดจุดแพทย์จะกดนิ้วลงบนจุดต่าง ๆ ในร่างกายเพื่อแก้การไหลเวียนของพลังชีวิตให้กลับเป็นปกติ แม้ว่าผลการรักษาจะยังไม่เป็นที่รับรองชัดเจน แต่ผู้ป่วยหลายคนรายงานว่ารู้สึกสบายขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลจากแรงกดหรือความรู้สึกผ่อนคลายก็เป็นได้
- การฝังเข็ม การฝังเข็มมีที่มาจากแนวคิดเดียวกับการกดจุดนั่นเอง และได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในแวดวงการแพทย์แผนปัจจุบันเนื่องจากมีการวิจัยพบว่าการฝังเข็มสามารถบรรเทาปวดอย่างได้ผลในบางกรณี และลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัดได้ด้วย นอกจากนี้ยังคาดว่าการฝังเข็มน่าจะได้ผลดีในการบำบัดอาการปวดเนื่องจากโรคมะเร็ง โดยการบำบัดด้วยวิธีฝังเข็ม แพทย์จะสอดเข็มเล่มบางยาวเข้าตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายและทิ้งค้างไว้ประมาณ 15-40 นาที ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการไหลและแก้ไขการอุดตันของพลังชีวิต อาจมีการใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นให้เข็มร้อนขึ้นด้วยมีรายงานว่าการฝังเข็มไม่ทำให้เจ็บปวดและบางคนพบว่าทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ผลเสียของการฝังเข็มเกิดขึ้นได้น้อยมาก สิ่งสำคัญคือต้องการบำบัดโดยผู้ที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ในสถาบันที่เชื่อถือได้ และมีการดูแลเรื่องสุขอนามัยความสะอาดของเครื่องมือต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด
- ไท้เก๊ก ท่ารำมวยจีน หรือที่เรียกว่าไท้เก๊กนี้เป็นการออกกำลังที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากสามารถเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ด้วยการเคลื่อนไหวเนิบช้า และยังทำให้ความยืดหยุ่นของร่างกายดีขึ้น มีสมดุลของร่างกายดีขึ้นและลดความเครียดอย่างได้ผล เนื่องจากการรำมวยจีนต้องผสานท่าทางเคลื่อนไหวเข้ากับการหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ จึงทำให้เป็นการทำสมาธิอีกวิธี ด้วยผลดีหลาย ๆ อย่างประกอบกันนี้เองจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ไม่สามารถออกกำลังอย่างหักโหมได้
2. สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
แม้จะเป็นการใช้สมุนไพรเป็นยารักษาโรคกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล และมีสมุนไพรบางอย่างที่ใช้บรรเทาอาการที่เกี่ยวเนื่องกับความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะอย่างได้ผล แต่ส่วนใหญ่แล้วยังไม่มีรายงานถึงขนาดรับประทานที่เหมาะสมอย่างชัดเจนหรือรายงานถึงผลข้างเคียงในระยะยาว รวมทั้งการเกิดปฏิกิริยากับยาที่ใช้ในการรักษาชนิดอื่น ๆ แม้จะมียาสมุนไพรวางขายตามท้องตลาดจำนวนมาก แต่ผู้ใช้ยาเหล่านี้ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงและความคุ้มค่าด้วย ทางที่ดีควรอ่านฉลากอย่างละเอียดถึงสรรพคุณ ผลดี และผลเสียของยา ดูแหล่งที่ผลิตและบรรจุภัณฑ์เพื่อความแน่ใจในกระบวนการผลิต เพราะนอกจากจะมีปัญหาเรื่องขนาดและส่วนผสมไม่ชัดเจนแล้ว ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำเร็จรูปที่วางขายอาจมีกระบวนการผลิตที่ไม่ถูกสุขอนามัยเท่าที่ควร ผู้ป่วยควรถามความเห็นแพทย์ว่าควรรับประทานยาสมุนไพรหรือไม่และควรบอกให้แพทย์ทราบหากรับประทานสารใดด้วยจุดมุ่งหมายเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ เพื่อจะได้เป็นข้อมูลสำหรับแพทย์เพื่อพิจารณาหากเกิดอาการเปลี่ยนแปลงขึ้น สำหรับการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมต่าง ๆ อาจเลือกรับประทานสารที่มีแร่ธาตุและวิตามินบางอย่างซึ่งผลการศึกษาระบุว่าน่าจะมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพของต่อมลูกหมาย หรือช่วยบรรเทาอาการของมะเร็งต่อมลูกหมากได้ อาทิ
- ธาตุสังกะสี จัดว่าเป็นสารธรรมชาติที่สำคัญต่อสุขภาพลูกหมาก มีการศึกษาพบว่าธาตุสังกะสีมีประโยชน์ต่อการรักษาโรคต่อมลูกหมากโต และพบว่าคนที่มีมะเร็งต่อมลูกหมากมีระดับธาตุสังกะสีในร่างกายต่ำกว่าปกติ สารอาหารที่มีธาตุสังกะสีอยู่มาก ได้แก่ หอยนางรม เมล็ดฟักทอง อัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต
- วิตามินบี ได้แก่ บี1 บี2 บี3 บี6 บี12 และกรดโฟลิค เป็นวิตามินที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย นอกจากนี้วิตามินบี6 ยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุสังกะสีได้ดีขึ้น จึงเป็นการเสริมสร้างสุขภาพต่อมลูกหมากได้ด้วย แม้จะรับประทานอาหารได้ตามปกติร่างกายก็อาจได้รับวิตามินบีน้อยกว่าที่ควรได้เนื่องจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาขับปัสสาวะ หรือยาต้านโรคซึมเศร้าที่ทำให้ร่างกายต้องการวิตามินบี6 มากขึ้น
- อาหารที่มีวิตามินบี6 มาก ได้แก่ เมล็ดดอกทานตะวัน ถั่วเหลือง ลูกเดือย ข้าวกล้อง
- กรดไขมันโอเมก้า-3 เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายเนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ และสร้างฮอร์โมนต่าง ๆ เมื่ออยู่ในร่างกายกรดไขมันนี้จะเป็นสารเคมีที่มีบทบาทสำคัญในการลดการอักเสบ และช่วยในการส่งคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย กรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายมีมากในน้ำมันจากพืชบางชนิด เช่น น้ำมันถั่วเหลือง ส่วนกรดไขมันโอเมก้า-3 พบได้มากในน้ำมันปลา และเนื้อปลาต่าง ๆ ที่มีเนื้อแน่นและมัน เช่น ปลาดุก ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน
- วิตามินอี นอกจากจะมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว วิตามินอียังช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ด้วย ร่างกายจะดูดซึมวิตามินอีที่มีอยู่ตามธรรมชาติได้ดีกว่าวิตามินอีสังเคราะห์ถึงสองเท่า อย่างไรก็ตามการปรุงอาหารด้วยความร้อนสูง หรือแช่อาหารในช่องแข็งจะทำให้สูญเสียคุณค่าของวิตามินอีอาหารที่ให้วิตามินอีมาก ได้แก่ ถั่วลันเตา แตงกวา หน่อไม้ฝรั่ง ผักขม และไข่แดง
- วิตามินซี เช่นเดียวกับวิตามินชนิดอื่น วิตามินซีอาจช่วยลดพิษของสารเคมีและอนุมูลอิสระในร่างกาย รวมทั้งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายและควบคุมฮอร์โมนสร้างความเครียดให้อยู่ในระดับปกติ อย่างไรก็ตามผลของวิตามินซีต่อมะเร็งต่อมลูกหมากยังไม่เป็นที่รู้ชัด วิตามินซีมีมากในผลไม้รสเปรี้ยว และผักบางชนิด เช่น ผักคะน้า บร็อคโคลี ผักขม พริกหวาน
3. การบำบัดกายและใจ
การบำบัดกายและใจมีที่มาบนพื้นฐานความเชื่อว่าร่างกายและจิตใจมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง และมักใช้เพื่อลดความเครียดและความวิตกกังวลเพื่อเสริมสร้างความรู้สึกสุขสบายโดยรวม นอกจากนี้ยังมีหลักฐานบ่งชี้ว่าอาจทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้นด้วย แม้จะไม่สามารถรักษามะเร็งต่อมลูกหมากได้แต่ผู้ป่วยบางรายมีความรู้สึกว่าการบำบัดกายและใจมีผลทั้งทางกายและใจต่อความเจ็บป่วยของตน
- การสะกดจิต มีการสะกดจิตเพื่อให้หายจากโรคมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล และในการแพทย์สมัยใหม่ได้มีความสนใจนำการสะกดจิตมาศึกษาและใช้งานในหลายสาขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการบำบัดทางจิต การสะกดจิตทำให้เกิดภาวะผ่อนคลายซึ่งจะทำให้จิตใจคุณเปิดกว้างและจดจ่อกับคำแนะนำ ไม่มีใครรู้แน่ว่าการสะกดจิตส่งผลให้เกิดกลไกตอบสนองอย่างไรแต่คาดว่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในคลื่นสมองเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยใช้เทคนิคการผ่อนคลาย ระหว่างการบำบัดคุณจะได้รับคำแนะนำที่ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการบรรเทาอาการเจ็บป่วย แต่การสะกดจิตไม่อาจบังคับให้ผู้ป่วยทำสิ่งที่ไม่ต้องการทำได้
- การทำสมาธิ การทำสมาธิช่วยให้กายและใจสงบลง โดยมีที่มาจากการปฏิบัติทางศาสนาและวัฒนธรรม การนั่งนิ่งตั้งใจจดจ่ออยู่ที่สิ่งหนึ่งสิ่งใดช่วยให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะพักอย่างลึกซึ้งและลดการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย การหายใจเข้าออกช้าลง กล้ามเนื้อผ่อนคลาย การทำสมาธิอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเครียดและยังมีการวิจับพบว่าทำให้ความดันโลหิตลดลงได้ด้วย
- การบำบัดด้วยดนตรี การเต้นรำ และงานศิลปะอื่น ๆ การบำบัดด้วยศิลปะเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดความรู้สึกสงบและผ่อนคลายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง และความรู้สึกสุขสบายรวมทั้งลดอาการซึมเศร้าได้ด้วย ปัจจุบันสถาบันสุขภาพหลายแห่งส่งเสริมการใช้ดนตรี การเต้นรำ และศิลปะเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและบางแห่งอาจมีโปรแกรมบำบัดสำหรับผู้ป่วย
- โยคะ โยคะเป็นศาสตร์ที่ปฏิบัติกันมานานหลายพันปี โดยมีการผสมผสานทั้งท่วงท่า การเคลื่อนไหว และการหายใจ พร้อมทั้งการผสมกลมกลืนร่างกายและจิตใจระหว่างการฝึก ดังนั้นผู้ปฏิบัติจึงต้องจดจ่อกับการเคลื่อนไหวและลมหายใจเข้าออกของตน จึงเสมือนการบริหารกายพร้อมทำสมาธิไปพร้อมกัน โยคะช่วยลดความเจ็บปวด ลดความเครียดและความวิตกกังวล แต่การฝึกโยคะจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลอย่างแท้จริง