GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เรียนอะไรถึงจะดี...มีความก้าวหน้า...

คำถามที่พ่อแม่มักจะถามและหาคำตอบแทนลูก...ถูกต้องไหม

อ่านบันทึกคุณศิริ รวมทั้งจากคำถามที่ตัวเองก็ได้รับมาหลายครั้งแล้ว เป็นแรงส่งให้เขียนบันทึกนี้ค่ะ

ต้องตอบคำถามตัวเองก่อนว่า ต้องการอะไรในชีวิต รู้ตัวหรือยังว่าชอบทำอะไร อะไรที่คิดว่าทำซ้ำๆกันทุกวันแล้วจะมีความสุขอยู่ได้ไม่เบื่อ เชื่อว่ามีน้อยคนจะตอบได้จริงๆนะคะ ยิ่งเป็นเด็กระดับที่กำลังต้องเลือกว่าจะเรียนอะไรดี ยิ่งคงจะตอบได้ยาก ต้องฟังพ่อแม่และคุณครูแนะแนวกันเสียมากกว่า คงมีเด็กน้อยคนจะมีบุคลิกลักษณะและความตั้งใจมาแต่ดั้งเดิมและรู้ตัวเองว่า อยากจะเป็นอะไร

ถ้าเราคิดว่าจุดมุ่งหมายในชีวิต คือการงานดี มีความก้าวหน้า (ก้าวไปถึงอะไรดี...ผู้อำนวยการ...ผู้ว่าราชการ....ศาสตราจารย์...) มีฐานะมั่นคง (มีเงินเก็บสักเท่าไหร่ดี....เป็นแสน...เป็นล้าน...เป็นสิบล้าน...เป็นหลายๆสิบล้าน...) ....เราในฐานะพ่อแม่ กำลังอยู่ตรงไหน เราจะก้าวหน้าไปได้ถึงไหน เราอยากให้ลูก ก้าวไปไหน...ลองคิดดูนะคะ เราคือคนที่น่าจะรู้จักลูกได้ดีที่สุด เขาคิดเหมือนเราไหม เรารู้ตัวเราเองหรือยัง เรารู้จักลูกจริงๆหรือยัง...ตอบคำถามพวกนี้ให้ได้ก่อนค่ะ

สำหรับตัวเอง...สิ่งที่จะทำให้ลูก สิ่งที่อยากให้มีให้ลูก (ตอนนี้รู้สึกว่าหลายๆโรงเรียน หลายๆสถาบันได้มีการจัดให้เด็กๆแล้ว) ก็คือ ให้ข้อมูลค่ะ สังเกตนิสัยลูกแล้วให้ข้อมูลอาชีพต่างๆ ให้เด็กระดับมัธยมปลายได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสงานอาชีพต่างๆอย่างจริงจัง สัก 1 สัปดาห์ (อาจจะเป็นในช่วงปิดเทอม) ถ้าเป็นไปได้ ให้พวกเขาได้มีโอกาสสัมผัสกับหลายๆอาชีพให้มากที่สุด สักระยะหนึ่ง แล้วให้เขาตัดสินใจอีกทีว่า อะไรที่อยากเรียนรู้นานกว่านั้น ไปฝึกไปดูต่ออีกนานขึ้นหน่อย ว่าเป็นสิ่งที่ชอบจริงไหม อยากจะมีชีวิตทั้งชีวิตทำงานแบบนั้นไหม

เมืองไทยเรา ซึ่งเลือกแล้วเลือกเลย (ทางเดินชีวิต) นั้น น่าจะสร้างโอกาสการให้ข้อมูลสำหรับเด็กๆให้มากที่สุดค่ะ เพราะหากยอมเสียเวลาตรงนี้ (แม้จะเป็นปี) ก็น่าจะยอม เพราะอีกประมาณ 30-40 ปีที่เหลือ เขาจะต้องอยู่กับสิ่งนั้นไปตลอด ในขณะที่ประเทศอย่างออสเตรเลียนั้น เขาสามารถ"ลอง"ได้เสมอ ตัวเองได้พบคนที่กำลังจะจบปริญญาเอกในไม่นานนี้ ซึ่งเริ่มจากการเรียนไม่จบแม้ระดับมัธยมปลาย ไปทำงานกรรมกรทุกรูปแบบมาหลายๆปี แล้วจึงค้นพบตัวเองว่า ไม่ได้อยากทำงานแบบนั้น กลับมาเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้วก็เรียนได้อย่างมีความสุขจนน่าทึ่ง ได้พบคนที่มีโอกาสเลือกเปลี่ยนชีวิตแบบนี้มากมายหลายคนค่ะ ชอบระบบแบบนั้นมาก เห็นได้เลยว่า "โอกาส"ในการเลือกทางเดินชีวิตของเขามีอยู่ตลอดเวลา อยากจะกลับมาเข้าระบบการศึกษาเมื่อไหร่ ก็ทำได้เสมอ (เจอแม้คนอายุ 70 กว่าที่กลับมาเรียนปริญญาเอก...ในมหาวิทยาลัยทุกที่นะคะ ไม่ใช่เฉพาะมหาวิทยาลัยเปิดแบบของเรา) และไม่มีใครมองว่าเป็นเรื่องแปลกอะไรว่าจะขอเอาเรื่องเขาทั้งหลายเหล่านี้มาเล่าให้คนไทยฟังอยู่เหมือนกันค่ะ แต่สิ่งที่จะบอกตรงนี้ก็คือ 

ให้ลูกเลือกเองเถอะค่ะ ให้ข้อมูลให้มากที่สุด ความก้าวหน้าแบบที่เราอยากไปถึง อาจจะเป็นคนละอย่างกับลูกก็ได้ค่ะ และจากสิ่งที่ตัวเองเรียนรู้ก็คือ ทุกอาชีพ คนที่ก้าวหน้าและมีความสุข คือคนที่รักสิ่งที่ตัวเองทำ ทำได้ดีและทำได้จริงค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 73021
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะว่าคนเราควรจะทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ เพราะฉะนั้น แทนที่จะถามว่า  เรียนอะไรถึงจะดี...มีความก้าวหน้า  น่าจะถามว่า เรียนอะไรถึงจะมีความสุข  เพราะเมื่อเรามีความสุขกับสิ่งที่เราทำ  สิ่งต่าง ๆ ก็มักจะตามมาเอง ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ความก้าวหน้า แต่ถึงแม้สิ่งเหล่านี้ไม่ตามมา  แค่เรามีความสุขก็น่าจะพอแล้ว
  • จำได้ว่าสมัยอยู่มัธยมฯ ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่าเราจะเลือกเอนทรานซ์คณะใด เพราะนั่นหมายถึงเรากำลังเลือกว่าจะประกอบอาชีพอะไรในอนาคตด้วย
  • จะไม่ค่อยแน่ใจว่าเลือกมาถูกทางหรือยัง ปรึกษาพ่อแม่ก็ไม่รู้เรื่อง พ่อจบ ป.7 แม่จบ ป.4ทั้งสองท่านบอกไม่เข้าใจ ให้ไปถามครู
  • ครูแนะแนว เป็นคุณครูคนสำคัญที่จะช่วยเหลือเราได้ในตอนนั้น "คุณครูสมร เนาว์เย็นผล" เป็นคุณครูแนะแนวที่ชี้นำแนวทางให้เราเป็นได้อย่างที่เป็นในวันนี้ และมีความสุขในสิ่งที่เป็นอยู่ขณะนี้
  • ความสุขและความชอบเป็นส่วนสำคัญในการประกอบอาชีพ ความก้าวหน้าและค่าตอบแทนเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจค่ะ
   มนุษย์แต่ละคนก็เป็นหนึ่งหน่วยของชีวิตอิสระ  และต่างก็เป็นแค่ธุลีหนึ่งของจักรวาล  ช่วงเวลาของการมีชีวิตนั้นสั้นนัก .. การให้แต่ละคนเป็นตัวเขาให้ดีที่สุด คือความถูกต้องครับ .. จะส่งเสริม จะช่วยจัดสภาพการณ์ที่เอื้อต่อการเลือกสรรของเขาอย่างไรทำได้ทั้งนั้น แต่อย่าเผลอไป Dominate ให้ใครเขาต้องเป็นอย่างที่เรา อยากให้เป็น เลยครับ  ผมว่าเป็นการเห็นแก่ตัว และบาปด้วย