ใครที่คิดว่าความทุกข์ของตัวเองยิ่งใหญ่ ลองรับฟังความทุกข์ของผู้หญิงคนนี้ดู แล้วท่านจะรู้ว่า คำว่า ยิ่งใหญ่ของคุณนั้น ก็แค่ จิ๊บจ๊อย เท่านั้นเอง

ผมเคยตั้งใจว่าจะไม่พูดถึงความปวดจากโรคมะเร็ง แต่พอมีบันทึกแรกและมีคนอ่านพอสมควรก็เลยมีบันทึกสองตามมา
“…….”

คนที่เป็นมะเร็งก็นับว่าโชคร้ายอยู่แล้ว แต่นี่เธอตั้งครรภ์ด้วย
ตอนที่รักษาคนไข้คนแรกเมื่อปีที่แล้ว
เราค่อนข้างกังวล ที่จะให้มอร์ฟีนแก่เธอ แต่เมื่อได้
e-mail ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทาง Canada แล้ว ความกังวลก็หมดไป เราดูแลเธอหลายเดือนจนเธอคลอด เธอได้ชื่นชมลูกในระยะเวลาสั้น ก่อนที่เธอจะจากโลกนี้ไป

 แล้วเราก็ได้รับคนไข้ที่คล้ายกันอีกคนหนึ่งในเดือนนี้
เธออายุ 20 ปีเศษ เดิมทีเดียวเป็นมะเร็งกระดูก ต้องตัดขาไปข้างหนึ่ง เมื่อปีกว่า หลังผ่าตัดคราวนั้นเธอหายไปไม่มาตามนัดครั้งนี้เธอมาโรงพยาบาลเพราะปวดมาก
เธอบอกว่า แต่งงานได้ประมาณ 1 ปี แล้ว และตั้งครรภ์ได้ 28 อาทิตย์ ทั้งที่ตอนนี้โรคมะเร็งก็ลุกลามไปมากแล้ว เธอหายใจเหนื่อยเพราะน้ำขังในช่องปอด และมดลูกก็บีบตัวเป็นระยะเหมือนจะคลอดก่อนกำหนด เธอต้องนอนพักอยู่บนเตียงและดมออกซิเจนตลอดเวลา
วันแรกที่รับปรึกษาเรื่องอาการปวด เราให้มอร์ฟีนเธอโดยใส่ใน syringe pump หยดให้อย่างต่อเนื่อง วันรุ่งขึ้นอาการปวดดีขึ้นมาก จากนั้นในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา เราพยายามปรับยาให้เป็นมอร์ฟีนเม็ดและมอร์ฟีนน้ำ ซึ่งสามารถควบคุมอาการปวดของเธอได้ดี  

วันนี้แวะไปเยี่ยมเธออีก
เธอยังคงนั่งบนเตียงคนเดียว (ผมเห็นเธออยู่คนเดียวทุกครั้ง) กำลังทานข้าว เธอยกมือไหว้ทักทาย ใบหน้ายิ้มเล็กน้อย เหมือนกับไม่มีความทุกข์ซึ่งแบกไว้มากมายในจิตใจ
หลังพูดคุยซักพักหนึ่งและปรับยาให้เธออีกครั้ง ผมพูดกับเธอว่า
ดูเท้าบวมนะ (ที่เหลือข้างเดียว) โปรตีนในเลือดก็ต่ำ (อัลบูมิน)
ผมมองถ้วยข้าวต้มเห็นมีหมูบะช่อเหลืออยู่ 2 ชิ้น
กินไข่ด้วยนะ
พร้อมกับหันไปบอกพยาบาล ward ที่ไปดูคนไข้ด้วยว่าช่วยหาไข่ให้เธอทานด้วย
คิดว่ากินเพื่อลูกนะ

เป็นการจบบทสนทนากับเธอในวันนั้น
เธอ ยิ้ม ยิ้ม เหมือนรับรู้ว่า เธอต้องสู้ และสู้ เพื่อลูกคนแรกและคนสุดท้ายของเธอ อีกไม่นานมากลูกเธอก็จะคลอดแล้ว แม้ว่าลูกจะตัวเล็กไปหน่อยตามที่หมอบอกก็ตาม

ผมหวังว่าลูกของเธอคงจะรับรู้ถึงความรู้สึกของแม่...ที่เป็นอย่างเธอบ้าง