GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

บรรยากาศการออกหน่วยฯ ที่ "อำเภอท่าสองยาง"

เก็บบรรยากาศมาเล่า เอาภาพประทับใจมาฝาก

เช้าวันที่ 22 ธันวาคม 2549 (ประมาณ เก้าโมงเช้า) เดินทางออกจากมหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งหน้าสู่จังหวัดตาก เพราะหนทางคอ่นข้างยาวไกล และผ่านภูเขามากมายทำให้ต้องเดินทางเร็วกว่าทุกครั้ง ด้วยเส้นทางที่ขดเคี้ยวไปมานี่เอง ทำให้หลาย ๆ คนต้องพึ่งยาแก้เมารถ ยาดม กันเป็นแถว หรือไม่ต้องหาของเปรี้ยว ๆ มารับประทาน เราแวะพักรับประทานอาหารกลางวันกันที่อำเภอแม่สอด และมุ่งหน้าไปยังอำเภอท่าสองยางกันต่อ เส้นทางระหว่างที่เดินทางไปยังอำเภอท่าสองยาง ข้างทางเป็นบ้านของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงนับร้อยเรียงรายอยู่ และมีด่านตรวจคนเข้า-ออก อย่างเข้มงวด (ประมาณ 3 ด่าน) เนื่องจากเป็นเขตชายแดน ติดกับประเทศพม่านั่นเอง และโรงเรียนบ้านแม่สลิดหลวงอยู่ห่างจากประเทศพม่าเพียง 200 เมตร เท่านั้นค่ะ

ตามกำหนดการได้บอกไว้ว่าจะมีการแสดงต้อนรับและรับประทานอาหารมื้อเย็นกันที่โรงเรียนด้วย พอเดินทางมาถึงที่โรงเรียนบ้านแม่สลิดหลวง ก็พบกับน้อง ๆ นักเรียนแต่งกายแบบชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงมาคอยต้อนรับพวกเรา ซึ่งอากาศในตอนนั้นก็เริ่มหนาวแล้ว

 

          และแล้วมาถึงช่วงเวลาที่รอคอย....นั่นคือ การแสดงต้อนรับได้เริ่มขึ้นแล้ว เชื่อไหมคะ? เวลานั้นมีแต่ช่างภาพทั้งนั้นเลย เพราะใครก็ตามที่มีกล้องอยู่ในมือก็ต้องจับภาพไว้ทันที แม้กระทั้งโทรศัพท์มือถือของใครที่ถ่ายรูป หรือบันทึกวิดีโอได้ ก็ไม่ปล่อยให้พลาดเช่นกัน

        การแสดงที่ว่านี้เรียกว่า "รำตง" ร้องเพลงออกมาเป็นภาษาชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง และตอนท้ายคุณครูที่ร่วมแสดงก็ออกมาแปลให้ฟัง จับใจความสั้น ๆ ได้ว่า "ยินดีต้อนรับ" ค่ะ ต้องขออภัยที่ไม่สามารถจำคำแปลทั้งหมดได้ค่ะ หลังจากที่เราได้ชมการแสดงอันน่าประทับใจ จนบางคนอาจจะลืมอาการเมารถไปแล้ว เราก็มารับประทานอาหารเย็นร่วมกันที่โรงเรียน จากนั้นก็ทยอยกันขึ้นที่พัก ซึ่งอยู่บนอุทยานแม่เมย ต้องใช้รถตู้เท่านั้น เส้นทางค่อนข้างหวาดเสียวพอสมควร นั่งรถไปแบบเดี๋ยวเอียงซ้ายที ขวาที มองไม่เห็นข้างทางเพราะเริ่มจะมืดแล้ว ระยะจากโรงเรียนถึงอุทยานแม่เมยประมาณ 10 กิโลเมตร แต่มีความรู้สึกว่าเป็นระยะทางที่แสนจะยาวไกลกว่านั้น (อาจเป็นเพราะไม่เห็นวิวข้างทางด้วยก็อาจเป็นได้) พอถึงที่พัก ก็คิดอยู่นานว่าจะอาบน้ำดีไหม? เพราะอากาศหนาวเย็นมาก ตัดสินใจลองล้างหน้าดูก่อนละกัน ปรากฏว่า หน้าชาไปเลยค่ะ น้ำเย็นมาก ๆ เย็นกว่าน้ำในตู้เย็นบ้านเราเสียอีก แต่อย่างไรก็อาบค่ะ เพราะคิดว่าตอนเช้าอากาศต้องหนาวเย็นกว่านี้แน่ ๆ ....และเป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ ค่ะ แทบไม่อยากจะออกจากผ้าห่มเลยค่ะ  เรารับประทานอาหารเช้ากันที่อุทยานแม่เมย แล้วทยอยกันลงมาที่โรงเรียน เพื่อเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อมสำหรับการให้บริการ ซึ่งเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ถูกจัดเตรียมไว้บ้างแล้วในวันที่เราเดินทางมาถึงก่อนที่จะขึ้นที่พัก

 

ทีมMobile Unit สหเวชศาสตร์ บางส่วนค่ะ

ระหว่างเดินทางลงมาที่โรงเรียนบ้านแม่สลิดหลวง ได้เห็นทะเลหมอกเล็ก ๆ ด้วยค่ะ สวยงามมาก คุณครูที่โรงเรียนมาคอยต้อนรับ และมาสอบถามว่าต้องการล่ามกี่คน อ้าว งง ไปพักหนึ่งค่ะ เอ๊ะคราวนี้ทำไมต้องใช้ล่าม แต่ก็มานึกได้ว่าพี่วิภาได้แจ้งไว้ว่าประชากรที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง พอนึกออกได้ดังนี้จึงแจ้งจำนวนล่ามให้คุณครูทราบ

ขณะที่ให้บริการก็เรียนรู้ภาษาของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงจากน้อง ๆ ที่มาเป็นล่ามให้ด้วย ตัวอย่างเช่น "ตั๊บเบลอะ  แปลว่า  ขอบคุณ" หรือถ้าจะให้ยาวกว่านั้น "เอ๊าะหมี่วิเลี่ยะ  แปลว่า กินข้าวมาหรือยัง?" น้อง ๆ และประชาชนในพื้นที่เป็นมิตรดีมากค่ะ ครูและบุคลากรที่โรงเรียนบ้านแม่สลิดหลวงให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกมากเลยค่ะ

สำหรับภาควิชาเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ ครั้งนี้ได้ให้บริการเจาะเลือดในวันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2550 ทั้งวัน เนื่องจากวันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2550 เราต้องเก็บของเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับมหาวิทยาลัยนเรศวร ออกเดินทางกลับประมาณ 12.00 น.ค่ะ และนอกจากบริการตรวจเลือดให้กับประชาชนในพื้นที่แล้ว ในครั้งนี้ยังให้บริการให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ประจำสถานีอนามัยตำบลแม่สองในเรื่อง การย้อมสี AFB เพื่อตรวจหาเชื้อวัณโรค โดยอาจารย์นพดล   จำรูญ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคนิคการแพทย์ และมอบชุดย้อมสีให้กับสถานีอนามัยตำบลแม่สองไว้จำนวน 1 ชุด (ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริการเคลื่อนที่ฯ มหาวิทยาลัยนเรศวรค่ะ)

เก็บภาพมาฝาก จากมือสมัครเล่นค่ะ 

 

 

 

ใกล้กันมาก...ข้ามฝั่งแม่น้ำเมยก็เป็นประเทศพม่าแล้วค่ะ

จากโรงเรียนบ้านแม่สลิดหลวง เดินทางไปอีก 200 เมตร ก็ถึงประเทศพม่าแล้วค่ะ

 

 

 ร้านขนมข้างโรงเรียน

(ในตะกร้าสีฟ้านั้นเป็นกล้วยทอดแบบชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงค่ะ)

 

ที่อยู่ในกระทะนี้คือ กล้วยทอดค่ะ ทอดกันทั้งลูกเลยค่ะ

 

พร้อมให้บริการแล้ว...แต่ทำไมยังกอดหมอนอยู่ละคะ?

(เฉลย : หมอนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ให้บริการของภาควิชากายภาพบำบัดนั่นเองค่ะ)

 

อนาคตนักฟุตบอลทีมชาติแน่ ๆ ดูมาดน้อง ๆ เขาซะก่อนค่ะ

และนี่ก็คือโฉมหน้าอนาคตผู้รักษาประตูทีมชาติเช่นกันค่ะ

 

 

         และการออกให้บริการเคลื่อนที่ฯในปี2550 ครั้งที่ 1/2550 จะเริ่มแล้วค่ะ  เปิดฉากครั้งแรกในวันที่ 20-21 มกราคม 2550 จะออกให้บริการ ณ โรงเรียนวัดแม่เฉย ตำบลบ้านด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ค่ะ จะเก็บเรื่องราวมาเล่าผ่านBlog เช่นเคยค่ะ คอยติดตามนะคะ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ความประทับใจ
หมายเลขบันทึก: 72909
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

สวัสดีครับ คุณ สุวดี

  • เป็นเรื่องราวที่งดงามและถ่ายทอดได้อย่างสวยงาม มากนะครับ
  • โดยปกติ..ชาวเขายังแต่งกายเช่นนี้ทุกวันหรือเปล่า
  • "ตั๊บเบลอะ"  ... ในเรื่องราวดี ๆ และภาพชีวิตที่เป็นชีวิต
  • แล้ววันนี้คุณสุวดี "เอ๊าะหมี่วิเลี่ยะ" 

ขอบคุณ คุณพนัส มากนะคะที่เข้ามาเยี่ยมชม แต่ถ้าอยากรู้ว่าปกติชาวเขาแต่งกายกันแบบไหนดูได้ที่ สรุปผลออกหน่วย Mobile Unit 23-24 ธ.ค. 49 มีภาพชาวเขาที่มารับบริการฯด้วยค่ะ ตั๊บเบลอะ ค่ะ

ขอแสดงความยินดีกับรุ่นน้องที่จะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่3ทุกคนครับ