บริเวณเข้าเฝ้าพระอาทิตย์ของดิฉัน กินอาณาเขตไปถึงบริเวณอัฒจันทร์ซีเมนต์สำหรับชมเรือแข่ง ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับหน้าวัดมหาธาตุนั่นแหละ

ที่นั่นจะมีสภาชายหนุ่มน้อยทั้งหลายมารับอากาศและแสงแดดยามเช้า คุยกันสัพเพเหระตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ทุกเรื่องคุยได้ ดิฉันเอาตัวไปยืนอยู่ใกล้บริเวณนั้นทำอาการเฝ้าพระอาทิตย์เหมือนไม่ได้สนใจ แต่หูก็ฟังไปด้วย หลัง ๆ  มาพวกเขาก็ยอมรับดิฉันเข้ากลุ่มโดยปริยายเพราะไปยืนเกือบทุกวัน แล้วก็เริ่มคุยบ้างถ้าอยากคุย ถ้าไม่อยากคุยก็ไม่คุยบ้าง เขาก็รู้ว่า เป็นแบบนี้แหละ 

 เรื่องที่พวกเขาคุยน่าสนใจมากเพราะเป็นมุมมองของคนที่ผ่านหนาวร้อนมาโชกโชน โดยเฉพาะเรื่องประวัติศาสตร์โบราณ ความรู้ต่าง ๆ  แม้จะมีบางวันก็คุยกันฝืด ขัดคอกันเอง แต่กลุ่มนี้ก็เหนียวแน่น มาหากันทุกวัน แน่ละ ในยุคสมัยที่โลกวิ่งเข้าหาความทันสมัย เทคโนโลยี ไหนเลย จะมาสนใจกับความคิดของกลุ่มสังคโลก เหล่านี้ ก็ต้องได้หาทางมาคุยกันเองเป็นความสุขประจำวัน  แต่ ดิฉันสนใจสิ่งที่สังคโลกเหล่านี้ คิด อ่าน พูด สะท้อน รำลึก

ที่นี่เป็นที่ที่ดิฉันได้พบกับองฝู ชายชาวเวียตอพยพ ตามที่ฟังดู เข้าใจว่าแกจะเคยอยู่แถวสวรรณเขต หรือมุกดาหาร แถบโน้น

ตอนนั้นดิฉันพาน้องสาวไปด้วยและแนะนำให้รู้จักคณะสังคโลก คณะก็ซักไซ้ตามเรื่อง เป็นน้องเหรอ ...อยู่ที่ไหน...มีครอบครัวหรือยัง...ทำงานที่ไหน...องฝูอยู่ที่นั่นด้วย พอรู้ว่าน้องสาวทำงานในบริษัทญี่ปุ่น แกก็..คัมบังหวะ...ขึ้นมาเลยเชียวและอย่างอื่นอีกยาวเหยียด   อ้าว แกพูดได้ยังกันเนี่ย ก็เลยไล่เลียงแก

“ เมื่อก่อนผมเป็นเด็กอายุ ๑๐ กว่าขวบ กองทัพญี่ปุ่นเข้ามายึดลาว แล้วเอาผมเข้าไปอยู่ในกองทัพ สอนภาษาญี่ปุ่นให้ ทำหน้าที่จูงม้า แปล คุย เป็นตัวกลางระหว่างคนญี่ปุ่นกับภายนอก ผมเข้านอกออกในกองทัพได้.......”  เล่าอีกหลายอย่าง

ฮ้า.....ดิฉันตาลุกโพลง พยายามถามต่อ

องฝูเข้าใจผิด คิดว่า ดิฉันสนใจภาษาญี่ปุ่น ก็พูดอีกหลายประโยค ก็เลยถูกเพื่อน ๆ เบรคว่าพูดอะไรไม่รู้เรื่อง พูดทำไมภาษาญี่ปุ่น ที่จริงสงสัยกลัวว่าจะไม่ได้คุยเรื่องอื่น เวทีจะตกเป็นขององฝู ผู้ซึ่งเป็นเพียงขาจร ไม่ใช่ขาประจำของเวที

ดิฉันหมายเอาไว้ว่า ต้องหาโอกาสคุยกับองฝูเรื่องนี้ เก็บรายละเอียดประวัติศาสตร์จากมุมของสามัญชนคงจะมีชีวิตชีวาสุด

ดิฉันห่างหายเวทีนี้ไปเป็นเดือน ติดภาระบ้าง เดินไปไม่ถึงบ้าง ย้ายที่บ้าง กลับไปคราวคิดถึงองฝูและเรื่องของแกกะว่าจะเอามาเขียนบันทึกไว้ แวะไปหาคณะสังคโลกซึ่งก็เริ่มร่อยหรอลง จึงได้ทราบว่า องฝูจากโลกไปแล้วพร้อมกับ ทาสิด โนวเล็ดจ์ของแก

โอย....ดิฉันได้แต่เสียดาย เสียดาย และเสียดาย.....บอกแล้ว อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง กิจที่ควรทำ ให้ทำเสียแต่วันนี้ ... จำไว้ล่ะ...