ตอนที่อ่านผมต้องทำความเข้าใจ ตีความกับเนื้อหาในบทที่ 4 และ 5 อยู่นาน กับคำว่า low road และ high road เพราะว่า 2 คำนี้จะกล่าวถึงในหนังสือเล่มนี้มาก ประกอบกับเนื้อหาในบทที่อ่านนั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องกลไกการทำงานของระบบประสาทในสมองของคนเรา ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมไม่คุ้นเคยเลย อ่านไป ต้องเดาไปตลอด กว่าจะเข้าใจดีขึ้น ก็ต้องอ่านวนหลายรอบเหมือนกัน
high road และ low road เป็นการทำงานของระบบประสาทในสมองมนุษย์ 2 แบบ ซึ่งทั้งสองแบบมีอยู่ในตัวตนของคนเราทุกคน ต่างกันเพียงว่าสมองมันจะเลือกทางเดินแบบไหนเท่านั้นเอง ผมจึงเดาใจผู้เขียนว่าถนนทั้งสองสายนี้ คือถนนไปสู่ความสุขของคนเรา (road to happiness)
กลไกการทำงานของ low road นั้น มีตัวสำคัญตัวหนึ่งที่เล่นเป็นตัวเอกของถนนสายนี้ คือเจ้าตัว amygdala เป็นชิ้นส่วนหนึ่งในส่วนล่างของสมอง ตัวนี้จะมีสารชนิดหนึ่งที่ส่งออกไปแล้วทำให้กระแสไฟในระบบประสาทสมองสื่อสารออกไปอย่างรวดเร็ว เร็วชนิดแค่กระดิกนิ้วเลยทีเดียว แล้วมันเริ่มทำงานอย่างไร?
การรับรู้ของคนเราโดยเฉพาะทางตา และการได้ยินนั้น เป็นจุดแรกที่คนเรารับสิ่งต่างๆเข้ามา ตามีกลไกที่เชื่อมกับประสาทสมอง สิ่งที่เราเห็น หรือคนที่เราเห็นครั้งแรก จะถูกส่งสัญญาณไปยังระบบประสาทสมอง ทันใดนั้นเอง เจ้า amygdala จะชุดชนวนการทำงานประมาณว่า อารมณ์ชั่ววูบ ต่อสิ่งนั้น ว่าเรารู้สึกอย่างไรกับสิ่งนั้น หรือกับคนนั้น
low road จึงเป็นการทำงานของระบบประสาทสมองแบบชั่ววูบ ใช้อารมณ์ตัวตัวชี้
ส่วนถนนอีกสายหนึ่ง คือ high road นั้น มีสมองส่วนหน้า (prefrontal cortex) เป็นตัวจักรสำคัญ ตัวนี้จะทำหน้าที่ประมวลความรู้สึก คิดวิเคราะห์ในเชิงเหตุผล ก่อนที่จะสรุปออกมาว่าจะแสดงออกมาในลักษณะใดที่น่าจะเหมาะสมที่สุด ซึ่งตัวนี้อาจารย์หมอวิจารณ์อธิบายให้พวกเราฟังเพิ่มเติมว่า สมองคนเรานั้น จะมีพัฒนาการจากด้านหลัง ไปด้านหน้า ดังนั้น เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ประมาณ 25 ปี (ถ้าจำไม่ผิดสมองส่วนหน้านี้จะมีความสมบูรณ์) จะเห็นว่าเด็กจะใช้อารมณ์มากกว่าผู้ใหญ่ ส่วนผู้ใหญ่ที่ยังติดเจ้าอารมณ์นี่ อาจจะเป็นเพราะว่า พัฒนาการของสมองส่วนหน้าไม่สมบูรณ์ดี ทำให้คุม low road ไม่ได้
ตรงสมองส่วนที่เรียกว่า orbitofrontal cortex ตรงนี้จะมีสวิสซ์สับเปลี่ยนช่องทาง จาก low road เป็น high road เท่ากับว่า low road เป็นตัวเริ่มต้น แต่ high road เป็นตัวบอกว่าจะจบอย่างไร
หากกลไกการทำงานเหล่านี้สมดุลย์ high road ก็สามารถควบคุม low road ได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า การบันทึกข้อมูลของสมองเรานั้น ซึ่งต้องเกิดจากการเรียนรู้ของเราเอง สิ่งเหล่านี้จึงมีผลต่อการทำงานของถนนทั้งสองสายในสมองเราด้วยครับ
ทำให้ผมตีความเอาเองว่า หากเราเรียนรู้จากสิ่งดีมากๆ สมองก็จะบันทึกเก็บสิ่งดีๆไว้มากเช่นกัน พลังความดี ในตัวตนของคนเรา ก็จะมีเรี่ยวแรงพอที่จะไปฉุดลาก พลังด้านมืด ไม่ให้เข้ามาเป็นนายเหนือหัวเรา