My way (3)

ถ้าจะพูดถึงคู่หูในการทำงานที่สนิทที่สุดในอำเภอคลองลาน ต้องยกให้สัสดีอำเภอ ร.อ.มณี จินดา สัสดีไม่มีลูกน้อง ผมมี 1 คน อ้ายหนูต้อย เหมางานทุกอย่างทั้งธุรการ การเงิน และอื่น ๆ ยังโชคดีมีแฟนเป็นปศุสัตว์ห้องติดกัน พอฝากห้องช่วยดูแลได้บ้าง งานเอกสารจะทำกันในภาคเช้า พอ 11 โมงจะเป็นภาคสนาม ออกพื้นที่ หาข้าวเที่ยงกิน ร้านอาหารยุคนั้นมี 2 จุด คือ ตลาดคลองน้ำไหล ร้านแซ่บอีหลี และทางขึ้นน้ำตกคลองลาน ประเภทอาหารป่าทุกชนิดที่เขาหวงห้าม แต่ที่ชอบสั่งมากิน คือ ผัดเผ็ดตะพาบน้ำแบบครบเครื่อง มีทั้งเนื้อ ใบ และเครื่องใน อิ่มแล้วก็ออกตรวจงานตามหน้าที่ ครอบคลุมทุกตำบล คือ คลองน้ำไหล คลองลานพัฒนา โป่งน้ำร้อน และสักงาม งานผมตรวจที่พักสงฆ์ กลุ่มสนใจ กศน. กลุ่มเรียนรู้ตามโครงการรณรงค์เพื่อการรู้หนังสือแห่งชาติ นาน ๆ จะเข้าโรงเรียนมัธยมและโรงเรียนเอกชนที่มีอย่างละโรง สัสดีจะออกส่งหมายเรียกการเกณฑ์ทหาร และติดตามพวกหนีการเกณฑ์ ที่ขาดไม่ได้ คือ แวะดูการทำเตียง ตั่ง โซฟา ตู้ จากไม้มะค่าและไม้สัก ชอบใจก็สั่งให้ไปส่ง ตกเย็นไปรวมกลุ่มเดอะแก๊งค์ตามแต่จะนัดหมาย อย่างเบาก็ขับรถกลับได้ตอนดึก ๆ อย่างหนักชาวบ้านเอาทั้งรถเครื่องทั้งคนใส่รถอีแต๋น มาส่งที่อำเภอ เช้าจึงจะเข้าบ้าน บอกว่า อยู่เวร หัวหน้าการฯ คนใหม่ย้ายมากจากอำเภอทุ่งตะโก ชุมพร แต่เป็นชาวลพบุรี เข้ากลุ่มเดอะแก๊งค์ ถึงไหนถึงกัน

จากที่มีลูกน้องคนเดียว กศน. ทำให้ผมมีลูกน้อง เกือบ 50 คน มีทั้งครูอาสา และ ตชด. ตามโครงการรณรงค์เพื่อการรู้หนังสือแห่งขาติ ทำไปทำมาเบี้ยเลี้ยงไม่ออกก็มาเบิกจากผม ต้องสำรองจ่ายไปก่อน งานนี้สำเร็จเป็นที่ชื่นชมของ ผอ. กศน. จังหวัด นายมนู เหมะ มีการประกาศเป็นอำเภอปลอดผู้ไม่รู้หนังสือ แต่คนทั่วไปไม่ค่อยเชื่อกัน โครงการทางการศึกษาใครก็ตรวจสอบได้ ไม่เหมือนโครงการของสาธารณสุข ประกาศว่า เป็นหมู่บ้านเด็กปลอดสารขาดสารอาหาร คนอื่นตรวจสอบไม่ได้ ต้องเชื่อตามนั้น

งานกีฬาจังหวัด แต่ละอำเภอจะต้องส่งนักกีฬานักเรียนเข้าแข่งขัน เพราะงานพลศึกษาถือเป็นหน้าที่ ผมจัดให้เข้าค่ายฝึกซ้อมก่อนการแข่งขันเป็นครั้งแรกของอำเภอคลองลาน ข้าวสาร อาหารและเสบียงกรัง ได้จากผู้มีอันจะกินบริจาคผ่านตำรวจ ป่าไม้ และฝ่ายปกครอง ส่วนอัฒจันทร์เชียร์ มีคนมาติดต่อดำเนินการให้มากมาย เพราะเป็นตั๋วขนไม้เข้าเมืองแบบผ่านตลอด เลิกงานไม่ต้องขนกลับ มีแต่กำไร รู้เบื้องหลังการถ่ายทำจึงของดดีกว่า แบ่งอัฒจรรย์สนามกีฬามาส่วนหนึ่งมาเป็นอัฒจันทร์เชียร์

เด็กชายพล เป็นนักกีฬากระโดดสูงที่น่าทึ่ง มาจากโรงเรียนชุมชนบ้านโป่งน้ำร้อน ขาขวาพิการ มีแค่ตาตุ่ม ไม่มีฝ่าเท้าและนิ้ว เดินไปไหนขาขวาเหมือนกระทุ้งพื้น แต่เวลากระโดดสูงขาข้างนี้คือแรงส่งทรงพลัง จนสามารถเป็นแชมป์ชนะคนขาปกติได้ ยังคิดถึงและอยากติดตามว่าตอนนี้ ดำเนินชีวิตอย่างไร

อำเภอคลองลานอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติทั้งอำเภอ รวมทั้ง ที่ว่าการอำเภอ บนเขาบนดอยจะมีชาวเขาอาศัยทำกินถึง 5 เผ่า คือ อีก้อ ลีซอ เย้า กระเหรี่ยง และมูเซอ ป่าไม้อำเภอและพนักงานอุทยานจึงเป็นที่นับถือและเกรงใจเป็นลำดับแรก เวลามีงานเลี้ยง โฆษกจะประกาศว่า นายอำเภอมาแล้ว สารวัตรมาแล้ว ที่ดินมาแล้ว โปรดรอสักนิด ยังกินไม่ได้ เพราะป่าไม้ยังไม่มา

ผมเป็นรายแรกและรายเดียวที่ขอออกโฉนดในพื้นที่อำเภอคลองลาน ได้สำเร็จ ด้วยท่านสมภารวัดโป่งน้ำร้อน ฝากอาจารย์ หยู ผอ. โรงเรียนมาบอกให้ผมช่วยขอใช้ที่ป่าสงวนแห่งชาติเพื่อสร้างวัดให้ถูกกฎหมายด้วย ตำบลโป่งน้ำร้อน ห่างจากตัวอำเภอ 80 กม. เส้นทางกันดาร ขึ้นเขาลงห้วย ผมกับนายทหารคนสนิท ควบ A100 ไปจนถึง พบว่าบ้านโป่งน้ำร้อนเป็นชุมชนใหญ่ หมาก มะพร้าวต้นสูง แปลว่าปลูกมาหลายปี หลวงพ่อก็บอกว่าเป็นชุมชนโบราณ อยู่มาหลายชั่วอายุคน กลับออกมาในวงข้าววงเหล้าเย็นนั้น ป้าเครือวัลย์ ที่ดินอำเภอ ผู้สามารถในการดื่มเหมือนผู้ชาย กับพี่เล็กป่าไม้อำเภอพี่ใหญ่ใจดี ก็บอกว่า หากศึกษามีหลักฐานว่าวัดนี้ ตั้งมาก่อนพระราชบัญญัติที่ดินใช้บังคับ สามารถขอออกโฉนดได้เลย ผมลงมากรุงเทพฯ เพื่อสอบเลื่อนระดับเป็นผู้ช่วยศึกษาธิการอำเภอ ระดับ 5 ที่โรงเรียนวัดมกุฏกษัตริยาราม แวะไปค้นทะเบียนวัดที่กรมการศาสนา โชคดีมีชื่อในทะเบียน ให้เจ้าหน้าที่ออกหนังสือรับรองสภาพวัดเพื่อเป็นหลักฐาน กลับมาดำเนินการให้วัดยื่นเรื่องขอออกโฉนดจนสำเร็จ เป็นที่แปลกใจ สงสัยของคนทั่วไปว่า เส้นใหญ่ขนาดไหนจึงสามารถออกโฉนดให้วัดในป่าสงวนแห่งชาติได้ ในประเทศไทยอาจมีวัดที่มีคุณสมบัติเหมือนวัดโป่งน้ำร้อน แต่ไม่มีใครดำเนินการให้อีกหลายแห่ง หากใครช่วยได้ก็นับเป็นคุณูปการต่อพระพุทธศาสนา ที่น่าจดจำและสุขใจในกุศลเจตนา