ติดต่อ

  ติดต่อ

การประนีประนอมยอมความ

  ในการทำธุรกิจ เมื่อเกิดมีข้อพิพาทระหว่างกันเราสามารถหาวิธีมาใช้ในการระงับข้อพิพาทได้ดังต่อไปนี้  
การประนีประนอมยอมความ
 
                                ในการทำธุรกิจระหว่างกัน เมื่อเกิดข้อขัดแย้ง หรือข้อพิพาทระหว่างกัน เราสามารถใช้วิธีในการระงับข้อพิพาทได้ดังนี้ -การเจรจาต่อรอง การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท –อนุญาโตตุลาการ –การดำเนินคดีในศาล
-                    การเจรจาต่อรอง คือการหารือในเรื่องของข้อพิพาทเพื่อหาข้อยุติในเรื่องขอพิพาทระหว่างกัน
-                    การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท คือเป็นการระงับข้อพิพาทโดยมีบุคคลที่สามซึ่งมีความเป็นกลางช่วยในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเพื่อให้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน
-                    อนุญาโตตุลาการ คือกระบวนการในการระงับข้อพิพาทโดยการให้คนกลางที่ทั้ง 2ฝ่ายให้การยอมรับมาทำหน้าที่ในการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ซึ่งคำตัดสินที่เกิดขึ้นจะมีผลให้คู่พิพาทต้องปฏิบัติตามระหว่างกัน
-                    การดำเนินคดีในศาล คือเมื่อไม่สามารถหาข้อยุติของปัญหาที่เกิดขึ้นได้จากวิธีการข้างต้น จึงต้องให้ศาล ทำหน้าที่ในการวินิจฉัยและตัดสินข้อพิพาทที่มีระหว่างกัน ซึ่งกระบวนการในชั้นศาลนี้จะต้องใช้ระยะเวลาในพิจารณาตัดสินคดีนานที่สุดในวิธีการระงับข้อพิพาท
 
ซึ่งในการจัดทำสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นในตัวประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้บัญญติไว้ ในลัษณะที่ 17 ประนีประนอมยอมความ ในส่วน
มาตรา 850 การประนีประนอมยอมความนั้น คือคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมรับให้ผ่อนผันกัน
มาตรา 851 ตัวสัญญาประนีประนอมยอมความนี้จะมีผลเป็นสัญญาก็ต่อเมื่อได้มีการทำหลักฐานเป็นตัวหนังสือ ซึ่งได้มีการลงลายมือชื่อของคู่พิพาทที่มี ซึ่งจะสามารถมีผลในการใช้บังคับคดีได้
มาตรา 852 ผลของการประนีประนอมยอมความกัน ย่อมทำให้การเรียกร้องของแต่ละฝ่ายระงับไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิที่แสดงในสัญญานั้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 72774, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก

ความเห็น (1)

เอ
IP: xxx.90.88.188
เขียนเมื่อ 

ดีค่ะ อยากทราบเรื่องผลของการประนีประนอมยอมความ น่ะค่ะ

ช่วยอธิบายได้ไหมค่ะ ขอบคุณค่ะ