
เช้านี้แม่ตื่นมาอย่างสดใส…
ความรู้สึก “พ้นทุกข์พ้นร้อน” มันเป็นแบบนี้นี่เอง Apple Watch บอกสถานะการนอนของแม่สูงถึง 89 คะแนน (High Score) ซึ่งนานๆ จะเห็นตัวเลขนี้สักที มันคือตัวเลขที่ยืนยันว่าแม่หมดห่วง หลังจากภารกิจเมื่อวานนี้ (19 มีค. 69) เสร็จสิ้นลง
ภาพที่ลูกจรดปากกาลงบนสัญญา โดยมีพ่อกับแม่นั่งขนาบข้างเซ็นชื่อเป็นผู้ค้ำประกันให้ คือวินาทีที่ลูกเริ่มต้นเส้นทาง นศพ. โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท (CPIRD) ของ ม.สงขลานครินทร์ ในกลุ่ม Community Track อย่างเต็มตัว
โครงการนี้มีความหมายลึกซึ้งสำหรับครอบครัวเรา เพราะเป็นโครงการที่เน้นการสร้าง “หมอที่เข้าใจบ้านเกิด” โดยคัดเลือกนักเรียนที่เติบโตในพื้นที่ เพื่อให้วันหนึ่งได้กลับมาดูแลบ้านเกิดของตัวเอง
ลูกจะได้เรียนรู้วิชาการที่ มอ. ใน 3 ปีแรก และออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์จริงในโรงพยาบาลหาดใหญ่และชุมชนในอีก 3 ปีหลัง ก่อนจะก้าวไปเป็นฟันเฟืองสำคัญในกระทรวงสาธารณสุขเพื่อดูแลพี่น้องในท้องถิ่นของเรา
ในวันที่แม่เซ็นชื่อค้ำประกันให้ลูก แม่นึกถึงตัวเองกับพ่อเมื่อ 30 ปีที่แล้ว…
ตอนนั้นพ่อกับแม่ได้รับทุนรัฐบาลจากทบวงมหาวิทยาลัยเพื่อเรียนจนจบปริญญาเอก ทุนนั้นมาจาก “ภาษีของประชาชน“ เหมือนกับทุนแพทย์ที่ลูกได้รับในวันนี้ วันนี้จึงเหมือนวันที่พ่อแม่ได้ส่งไม้ต่อปณิธานการทำงานเพื่อแผ่นดินไปให้ถึงมือลูกอย่างสมบูรณ์
แน่นอนว่าในสัญญาย่อมมีรายละเอียดและข้อกำหนดต่างๆ ตามระเบียบ แต่สำหรับครอบครัวเรา สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องที่เรากังวลใจเลย
เพราะเราตระหนักดีว่า “ประเทศไทยต้องการแพทย์” ที่มีหัวใจเพื่อประชาชนจริงๆ เจตนารมณ์ของโครงการนี้ยิ่งใหญ่กว่าเรื่องตัวเลขในเอกสาร เพราะค่าของหมอหนึ่งคนที่พร้อมจะอุทิศตนเพื่อคนไข้ในพื้นที่ห่างไกลนั้นประเมินมูลค่าไม่ได้ และแม่เชื่อมั่นว่าลูกจะเดินบนเส้นทางนี้ด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่เพราะหน้าที่หรือข้อผูกมัดใดๆ
ลายเซ็นของลูก พ่อ และแม่ บนกระดาษแผ่นเดียวกันเมื่อวานนี้ คือจุดเริ่มต้นของภารกิจที่สวยงาม แม่บันทึกไว้ในวันที่ “พ้นทุกข์พ้นร้อน” เพื่อเตือนใจว่า ก้าวต่อจากนี้ของลูก… มีความหวังและภาษีของทุกคนคอยสนับสนุนอยู่เสมอ
ขอให้น้องเรียนอย่างมีความสุขนะคะ
ขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่และน้องว่าที่แพทย์ด้วยค่ะ
ยินดีด้วยครับ คิดถึงวันที่แม่นั่งรถเมล์มาจากต่างจังหวัดมาเซ็นค้ำประกันที่ ม เกษตร ฯ บางเขน แม่เมารถ ผมนี้รู้สึกผิด