สนทนาภาษา “มาร” … How strong of skyscraper without stake?

มาร : เราผิดอะไร เราไม่ดีตรงไหนหรอ … The dark side of the light chasers มั๊ง …

อัตตา : เราทำให้เธอมีชีวิตรอดนะ จะทิ้งเราเข้าใจเราแล้วหรอ .. Degenerated tools?

Anger : เราทำให้เธอมีชัยชนะนะ (ชั่วคราวก็ยังดี) … Unlock highest potential ไง …

“มาร” กับ “พระเจ้า” คนเดียวกัน … “ถ้าใช้ยังไม่เกิดประโยชน์ อย่าเพิ่งโทษว่าไม่ดี”

พระพุทธเจ้าไม่ได้ปราบมาร แต่ “เข้าใจ” มาร และสามารถจัดการได้ (มาร mangement) แบบไม่มีพันธะกรรมต่อกัน (รวมถึงมารในใจตัวเองด้วย)

ทำไมพระแม่อุมา ต้องมีอีกหน้าเป็นพระแม่กาลี (เป็นคนดีตลอดเวลา มีความสุขไหมล่ะ ?? ชนะอุปสรรคแบบมียุทธศาสตร์ได้ไหมล่ะ??)

ในถ่านไฟฉายก็มีขั้วบวก ขั้วลบ และสร้างพลังงานได้ บวกอย่างเดียว ลบอย่างเดียวมันไม่สมดุล เอาไปทำอะไรบ้างล่ะ??

มาร : เราไม่ได้มาทำร้ายใคร เราไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย แต่เราคือเสาเข็มที่ยอมอยู่ในที่มืดมิด สกปรก เปียกชื้น เพื่อให้เธอสง่างาม ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นดิน อย่าปฏิเสธเราเลย “เข้าใจ” เราดีกว่า … เราคือผู้ช่วย เมื่อไรควรใช้เราอย่างมียุทธศาสตร์ก็ใช้ แต่เมื่อไรเธอมีปัญญา มีอาวุธมากขึ้น และไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเรา (ก็แค่เห็นเรา และวางเราลง) เราจะไม่ถูกใช้งาน

“ระวังไว้อย่างนึงนะ … ยิ่งปิดกั้น ยิ่งปกปิด ยิ่งละเลย เรายิ่งมีพลัง”

คำสำคัญคือ “ต้องไม่มีพันธะกรรมต่อกัน” พูดอีกอย่างคือ มนุษย์ ถูกออกแบบให้มีสองขั้วในตัวเอง สมดุลมันให้ดี ใครบวกไป ลบไป นั่นเขายังไม่เข้าใจ และยังไม่สมดุล

เมื่อ เห็นเรา เข้าใจเรา จัดการเราได้เป็นอย่างดี แล้วสิ่งที่เรียกว่า “พุทธะ” ในตัวจะปรากฏออกมา

ขอให้มีความสุขทุกลมหายใจ


ดร.ณพิชญา พชรปิยังกูร

Course Director

Bliss Academy

Bliss Quality Corporation., Ltd.