แหงนหน้ามองดูฝาผนังข้างโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่ทำงาน รู้สึกขำขำยังไงไม่รู้ครับ มันไม่ใช่ประโยคหรือคำพูดที่จะสร้างอุดมการณ์ แรงใจอะไรใหญ่ๆหรอกนะครับ เป็นเพียงเส้นผมบังภูเขา ที่เราเองก็ลืมทั้งที่ติดอยู่กับตัวเราและชื่นชอบมากด้วยแท้ๆ   มันคือบทกลอน ชื่อว่า "ยิ้มเถอะยิ้ม"  ซึ่งผมก็จำไม่ได้แล้วว่ามันมีที่มาที่ไปยังไง รู้แต่เพียงว่าผมเป็นคนเอาไปติดข้างฝาไว้ด่าตัวเองเวลาเครียดๆหน่ะครับ แล้วเมื่อวันนี้เจ้าบทกลอนนั้นก็ได้ด่าผมไปแล้ว  ทำเอาผมอึ้งไปพักใหญ่เลย    ฉะนั้นจึงอยากเอามาด่าท่าน เฮ้ย!!!ไม่ใช่ เอามาให้ท่านได้อ่านบ้างคงจะทำให้รู้สึกดีเช่นกันครับผม

                                               ยิ้มเถอะยิ้ม

                    ยิ้มเถอะยิ้ม            เย็นเย็น              อย่าเป็นยักษ์

                    ยิ้มเถอะยิ้ม            น่ารัก                  เป็นหนักหนา

                    ยิ้มเถอะยิ้ม            สดใส                 วิไลตา

                    ยิ้มเถอะยิ้ม            นำพา                 มิตรสัมพันธ์

                    ยิ้มเถอะยิ้ม            หยาดหยด          ความสดชื่น

                    ยิ้มเถอะยิ้ม            หยิบยื่น              ความสุขสันต์

                    ยิ้มเถอะยิ้ม            สื่อแสดง            การแบ่งปัน

                    ยิ้มเถอะยิ้ม            ป้องกัน               อันตราย

                    ยิ้มเถอะยิ้ม             เยียวยา               รักษาโรค

                    ยิ้มเถอะยิ้ม             ดับโศก               ระส่ำระสาย

                    ยิ้มเถอะยิ้ม             จริงจัง                 อย่าซังกะตาย

                    ยิ้มเถอะยิ้ม             เบาสบาย              ทั้งกายใจ

                   ยิ้มเถอะยิ้ม             น้อยน้อย             บนใบหน้า

                   ยิ้มเถอะยิ้ม             หน่อยหนา            หน้าอยู่ไหน

                   ยิ้มเถอะยิ้ม             ทุกใบหน้า             ไม่ว่าใคร

                ยิ้มเถอะยิ้ม             แก่คนใกล้              ก่อนใครเอย

***อ่านแล้วอย่าลืมยิ้มๆให้กับคนข้างๆนะครับ ถ้าเค้าถามเหตุผลบอกเลยว่า "มันเป็นเหตุผลที่เหตุผลไม่รู้จัก" (คำนี้จำเค้ามาหน่ะครับ)