แม้เพียงได้สบนัยน์ตา

ฉันยังประหม่าลืมกาย

สิ้นความละอาย

หักใจไม่วาย

เพ้อชม

ดูท่าทีอาจอง

เร้าใจให้หลงรักนิยม

วงสังคมต่างชื่นชมวิญญา

หรือเทพบุตรจำแลง

พระพรหมท่านแสร้งแปลงมา

ท่วงทีวาจา

เสน่ห์ตรึงตา...เร้าใจ

ปล่อยความรักชักนำ

แล้วแต่กรรมนำไป

ทุ่มเทความนัย

จากดวงใจ..จริงเจียว

เฝ้าถนอมตัว

เพื่อให้เธอคนเดียว

ไม่แลเหลียว

ห่วงใย

ใครเลย

...............

แฟนใครไม่มีป้ายแขวนคอ

รูปหล่อเหมือนพระเอกสมบัติ

แฟนใครน่าจีบชะมัด

เจ้าชู้รอบจัดหล่อชะมัดแฟนใคร

.......วงแขนกล้ามเป็นมัดๆ

อุ้ยน่าจะกัดแขนเล่นเบาๆ

กอดกระซิบร่างกายกระแซะ

แล้ววางแขนแหมะไว้ที่หัวเข่า

 

อิอิ....วันนี้เชิญมา KM ผ่านเสียงเพลงดีก่า

เนี่ยทั้งสองเพลงมีความเหมือนที่แตกต่างนะ

เหมือนที่หลงรักรูปหล่อ (เช่นหนุ่มหล่อเมืองปาย อิอิ) แต่ต่างที่ท่าทีการรุกเข้าไปหาหนุ่ม

ทำไม ทำไม ทำไม ถึงเป็นเช่นนั้น

ลองมองแบบสภาวะ proactive ดีไหม

เพลงข้างล่างมี การรุกมากกว่าเพลงข้างบน..นะตะเอง

แล้วการทำ KM มันน่าจะเป็นแบบไหน

ไร้นามว่ามันน่าจะเป็นได้ทั้งสองแบบนะเออ

อย่างเพลงแรก สาวเจ้าก็มีการคิดผ่านการสังเกตว่า วงสังคมต่างชื่นชมวิญญา...นั่นแสดงว่า เป็นทางที่ถูกต้องแล้วสังคมยอมรับแล้วยัง ทุ่มเท..จากดวงใจจริงเจียวด้วย

ส่วนเพลงที่สอง ก็ใช่ เพราะ สาวเจ้าก็เข้าคลุกวงในเลยไม่แค่เต้นการ์ดอยู่ข้างนอก...

อิอิ...แต่แบบไหนจะสำเร็จผล....มันคงขึ้นอยู่กับหนุ่มด้วยแหล่ะว่า จะเห็นชอบแบบไหน...ก็คงเหมือน KM จะสำเร็จแบบไหน ต้องขึ้นกับทีมเน๊อะ...สำเร็จเสร็จสมบูรณ์คนเดียวก็ไม่ใช่ KM ม้าง....

สนุกสนานวันอาทิตย์สักวันเน๊อะ....จุ๊บ จุ๊บ....รักคนมาออกความเห็น