![]()
วันนี้ได้มีโอกาสได้ดูรายการเก็บตกทางช่อง 3 ซึ่งได้ไปสัมภาษณ์เด็กๆ ว่าโตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร ก็ได้เห็นความใฝ่ฝันของเด็กๆที่แตกต่างกันไป และก็ได้สัมภาษณ์ผู้ใหญ่(ไม่ใช่ผู้ใหญ่บ้านนะคะ) ว่าตอนเด็กเคยฝันจะเป็นอะไร และโตมาเป็นได้ดังที่ฝันไว้ไหม ก็มีได้เป็นบ้าง ไม่ได้เป็นบ้าง แต่ชอบคำตอบของคุณป้าคนหนึ่งที่บอกว่าตอนเด็กๆ อยากเป็นคุณหญิง จะได้นั่งกินนอนกิน(ฮา......) แต่ไม่ได้บอกว่าตกลงได้เป็นหรือเปล่า
ก็เลยให้นึกย้อนไปถึงตัวเองว่าตอนเด็กเราอยากเป็นอะไร ก็ให้ตกใจตัวเองเหมือนกันว่าในตอนเด็กเท่าที่จำได้ไม่เคยคิดฝันจะมาเป็นครูเลย อยากเป็นแต่ ประชาสัมพันธ์ เลขานุการ แอร์โฮสเตส ดีไซด์เนอร์ นักโบราณคดี (ฝันซะเลิศเลอเชียวล่ะ) แต่กลายเป็นว่าโตมาได้มาเป็นครู ซึ่งคนละทางกับความใฝ่ฝันเลย เหตุก็คือเมื่อสมัยจบมัธยมปลายมีโอกาสสอบเอ็นทรานซ์ติดคณะนิเทศศาสตร์ แต่ทางบ้านอยากให้รับราชการก็เลยต้องเบนเข็มมาเรียนครูแทน (แบบว่าเป็นลูกกตัญญู...ที่บ้านน่ะชอบใจ แต่อาจารย์ที่โรงเรียนบ่นซะหูชาไปสามวันเพราะบอกว่า เหมาะจะเรียนนิเทศฯมากกว่า) แรกก็ไม่อยากเรียน แต่เมื่อเรียนไปเรื่อยๆก็ทำให้รู้สึกว่าตัวเองก็มีความเป็นครูอยู่ในตัวโดยที่ตัวเองไม่เคยรู้มาก่อน ประกอบกับเป็นคนรักเด็ก(ดีนะไม่รักสัตว์อีกอย่าง..ไม่งั้นประกวดนางงามไปแล้ว) และเด็กสมัยนี้ก็ช่างมีวาจา คารมที่ทำให้เรายิ้มได้ทุกๆ วัน มันทำให้เรามีความสุข รักและศรัทธาในอาชีพครู อาชีพที่ได้ชื่อว่า เป็นแม่พิมพ์ของชาติ เพราะว่าการที่เราสามารถสอนคนๆหนึ่งให้มีความรู้และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ มันเป็นความภูมิใจอย่างที่สุด ถึงแม้ตอนยังคงเป็นแม่พิมพ์ที่บิดๆเบี้ยวๆก็ตาม
แต่สักวันคงจะเป็นแม่พิมพ์ที่ดีมีคุณภาพกับเขาได้บ้าง
ไม่ว่าเราจะประกอบอาชีพอะไร เป็นไปตามที่เคยฝันไว้หรือไม่ แต่ถ้าอาชีพนั้นเป็นอาชีพที่สุจริต และเรามีความรัก ความศรัทธาและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เราก็จะมีความสุข

แล้วคุณล่ะคะ........ตอนเด็กเคยฝันจะเป็นอะไร
ขออนุญาตนำคำว่า
มอบกลับไปยังพี่นู๋ทิม ที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยือน และให้กำลังใจกันอย่างสม่ำเสมอ
ดีนะ บ้านครูยังมีโทรทัศน์ให้ดู เห็นความเจริญก้าวหน้าของโลกภายนอก เห็นความศิวิไลซ์ของบ้านเมืองเห็นหลาย ๆอย่าง มีโอกาสคิดอยากเป็นโน่น อยากเป็นนี่ มีเวลาคิดถึงอนาคต และในที่สุดครูก็ทำได้อย่างที่คิดฝันไว้...ครูยังดีกว่าอีกหลายชีวิต ที่มีโอกาสได้แค่คิดวาดฝัน แต่เขาเหล่านั้นไม่มีโอกาสที่จะสานฝันให้เป็นความจริงได้ และอีกหลายคนที่สามารถฟันฝ่าอุปสรรคขวากหนามไปได้ โดยถือคติที่ว่า ลิขิตฟ้า..หรือจะสู้มานะตน..