9-1-50 

  ในวันนี้ดิฉันมีโอกาสไปฟัง ดร วีรสิทธิ์  สิทธิไตรย์มาพูดเรื่องของ BRAND      ซึ่งมาเกี่ยวอย่างมากกับอนาคต กรม คร      จากลักษณะงานที่เปลี่ยนไป   อาจารย์แนะว่ากรมควรสื่อสารให้คนภายในเข้าใจบทบาทของตัวเองและสื่อสารสถานะของตังเองโดยต้องไม่มีข้อจำกัด 3 ข้อคือ    1 ไม่เคยทำ   2 ทำแล้ว  3 ทำไม่ได้   

  อาจารย์วีร์มองว่ากรมน่าจะมีผลสัมฤทธิ์ 5 ด้านคือ

  1 ความรู้และทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชน

 2 ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ

 3 ความมั่นใจและความเชื่อมั่นต่อกรม

4 เป็นองค์กรที่บริหารระบบเตรียมและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินของภัยโรคและสุขภาพ

 5 มีรายงานผลสำเร็จ Best Practice ที่ฉับไว  ต่อเนื่อง เข้าใจง่ายและเป็นระบบเหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย    

  Brand= Promise + commitment   อาจารย์เอ่ยถึง Brand  vision   Brand  position บทบาทในสังคมไทย B value คุณค่าต่อหน่วยงาน B  promise พันธะสัญญา   B  personality บุคลิกลักษณะ B  image ภาพลักษณ์   B  identity เอกลักษณ์

ประสบการณ์ของดิฉันคิดว่า Brand ที่ดีเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ามากๆที่คนมองไม่เห็น   เช่น B ของผู้บริหารที่ใจดี  มีเมตตา   เห็นแก่ส่วนรวม  ให้ผลงานลูกน้อง หรือตรงกันข้าม       Brand   ขององค์กรที่กรมภาคภูมิใจ     พึ่งได้ทุกเรื่องทั้ง  บริการ บริหาร  และวิชาการ   นึกอะไรไม่ออกบอกบำราศ   จะสอนเรื่องเอดส์ต้องส่งมาที่บำราศ       จะดูงานเรื่องไข้หวัดนกต้องส่งมาที่บำราศ      ทางองค์การอนามัยโลกจะจัดสอนเรื่องการควบคุมโรคติดเชื้อก็ให้บำราศจัดหลักสูตรให้   ภาพลักษณ์ไม่ใช่การสร้างภาพ      แต่ต้องเกิดจากความไว้วางใจว่าต้องตรงนี่   ใช่เลย        เหมือนกับเซเว่นที่ภาพลักษณ์คือบริการ 24 ชั่วโมง       ดิฉันถ่ายทอดตามที่ได้มีโอกาสรับฟังมา        วิธีทดสอบความข้าถึงง่ายๆคือ      ถามพันธมิตรว่าเมื่อนึกถึงกรมควบคุมโรคนึกถึงอะไร?   กรมคร จะทำให้เกิดความสำเร็จอะไรบ้าง       มีความมั่นใจแค่ใหนว่ากรมจะทำตาม brand      การสร้าง Brand        เคยมีอาจารย์ถามว่าภาพลักษณ์องค์กรของเราเหมือนคนแบบใหน      ผู้หญิงวัยทำงาน      ผู้หญิงรุ่น คิกขุ       หรือผู้หญิงวัยกลางคนที่เป็นนักวิชาการหรือ    ชายแก่อาวุโสที่เกษียณแล้วคะ    คำถามนี้มาจากการเรียนบริหารที่โรงพยาบาลรามาธิบดีค่ะ     ลองตอบดูซิคะเผื่อจะคิดออกเหมือนกันค่ะ