ม.นานาชาติแสตมฟอร์ด MPA รุ่นที่ 2
MPA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ด/Leadership
นักศึกษา MPA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ด
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
วัลลา ตันตโยทัย · 12 ม.ค. 2550
Ka-Poom · 12 ม.ค. 2550
นางสาว จิณงนภา(หนู) ไชยพรมพาณิชย์ · 12 ม.ค. 2550
เดินทางไปไกลต่อไป · 12 ม.ค. 2550
ครูสุ · 12 ม.ค. 2550
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 12 ม.ค. 2550
เว็บไซต์ iKnow ไอโนว์ => คลังข้อมูลข่าวสารแห่งแรกของไทย ข้อมูลอัพเดทข่าวล่าสุดด้วยเทคโนโลยี RSS (Really Simple Syndicate) สามารถค้นหาข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ทุกฉบับครบถ้วนอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด อ่านข่าวล่าสุดจากกว่า 30 สำนักข่าวชั้นนำ ทั่วไทย ไม่ต้องเปิดหลายเว็บ เปิดเว็บไอโนว์เพียงเว็บเดียวเท่านั้น สมกับสโลแกนที่ว่า News is useless without iKnow !! เพียงแค่คลิ๊กที่นี่ www.tarad.com/iknow
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้มาบรรยาย เรื่อง LEADERSHIP ภาวะผู้นำที่ STAMFORD INTERNATIONNAL UNIVERSITY , MPA ในวันอาทิตย์ ที่ 14 ม.ค. 2550 ท่านได้แนะนำ และเปรียบเทียบ 8H และ 8K , ทฤษฎี 2R'S , ทฤษฎี 2I'S , ทฤษฎี 5K'S
ทฤษฎี 3 วงกลม , EFFECTIVE LEADERSHIP ฯลฯ ศ.ดร. จีระ เป็นพ่อแบบที่ล้ำเลิศในการศึกษายุคใหม่ ท่านเป็นอาจารย์ที่มีคุณธรรม มีอุดมการณ์เปี่ยมล้น เสียสละเพื่อสังคมส่วนรวม ในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาของประเทศไทย ในการผลิตนักศึกษาให้มีคุณภาพ เพื่อเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถ ความรอบรู้ พร้อมแข่งขัน ในระดับนานาชาติ โดยท่านอาจารย์ได้ยึดหลักปรัชญาและวิธีคิดการบริหารจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และใช้ถ่ายทอดเรื่องการสร้างภาวะผู้นำ,การเป็นคนดี และเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างนักศึกษาให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ เป็นการสร้างคนเพื่อสร้างชาติไทยให้เข้มแข็ง นักศึกษารวมทั้งดิฉัน ขอสนับสนุนท่านอาจารย์ เรียนรู้แนวทางจากท่านและต่อยอดเป็นแนวร่วมกับท่านค่ะ
บรรยากาศในการเรียนการสอนเป็นรูปแบบใหม่ที่สร้างสรรค์ พัฒนาความคิดเรียนรู้จากเพื่อนๆนักศึกษาในกลุ่ม ซึ่งมีหลากหลายอาชีพ ทั้งที่เป็นนักธุรกิจ ข้าราชการ นักวิชาการ ฯลฯ เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยที่ท่านอาจารย์ได้ให้คำแนะนำอันทรงคุณค่า ทำให้นักศึกษาได้รู้จักตัวเองมากขึ้น มองโลกกว้างขึ้น ความสำคัญของ TEAM WORK นี่คืออีกแนวหนึ่งของการเรียนกันเอง โดยมี อ.จีระเป็นผู้บูรณาการความรู้
ส่วนการตอบคำถามการบ้าน 3 ข้อ :
1. แต่ละคนมีอะไรบ้าง ในลักษณะ แต่ละบุคคล และคุณสมบัติเฉพาะตัว จุดอ่อนอะไรบ้างอยากจะปรับปรุง เรื่องอะไรอธิบายมา 5 ข้อ
เนื่องจากดิฉันได้รับการอบรมสั่งสอนจากบิดามารดาตั้งแต่วัยเยาว์ในการมีศีลธรรม ไม่ทำบาป ยึดหลักคุณธรรม ความซื่อสัตย์ การเคารพนับถือผู้ใหญ่ ความขยัน อดทน รักษาสัญญาคำพูด ความกตัญญูกตเวที การรักษาความสงบ มีความยืดหยุ่น ช่วยเหลือผู้อื่น-ผู้ตกทุกข์ ทำบุญ ทำทาน แบ่งปัน มีน้ำใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่สร้างความสบายใจหรือควาทุกข์ให้ผู้อื่น มีทัศนคติเชิงบวก พยายามมองผู้อื่นในแง่ดีไว้ก่อน มีความต่อเนื่องคือมีต้นและมีท้าย ส่วนคุณลักษณะอื่นๆก็ได้จากประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จากพื้นฐานเป็นครอบครัวนักธุรกิจของบรรพบุรุษชาวจีน เช่นความสามารถด้านการประกอบกิจการค้า , อดทนต่อความไม่ชัดเจนและความไม่แน่นอน ความกล้าเสี่ยง มุมมองต่างๆของชีวิต โดยสรุป หลักที่ยึดมั่นในใจและประพฤติตลอด ที่สำคัญ คือ
1. ความกตัญญูกตเวที ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้สำคัญมาก เพราะยึดหลักว่า บุญคุณต้องทดแทน โดยเฉพาะบุญคุณของบิดา-มารดร , ครูบาอาจารย์ , คุณแผ่นดิน เป็นต้น ดิฉันคิดว่าความดีในเรื่องนี้ช่วยให้ดิฉัน ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ผ่านพ้นอุปสรรคที่รุนแรงในชีวิตมาได้ แคล้วคลาดในหลายเรื่อง และมีคนคอยให้กำลังใจ อุดหนุนค้ำชู และ อุปถัมภ์
2. ความขยันหมั่นเพียร อันเนื่องมาจากพื้นฐานบรรพบุรุษของดิฉันตั้งแต่สมัยคุณทวด เสื่อผืนหมอนใบจากประเทศจีน ทำการค้าขายเครื่องเหล็ก ดิฉันจึงได้เห็นตัวอย่าง ความขยันหมันเพียรพยายามของบิดา-มารดา ในการก่อร่างสร้างตัวประกอบธุรกิจ และถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตน ตลอดมาและตลอดไป ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากที่สุดเหมือนดั่งสายน้ำไหลไปแล้วก็จะไม่หวนกลับจึงต้องไม่ปล่อยเวลาให้ศูนย์เปล่า
3.ความมานะ-อดทน คือการอดทนทั้งกายและใจมีความอดกลั้นไม่น่อท้อต่อความลำบาก อะไรที่ยังทำไม่ได้ก็ต้องหยายามฝึกฝนหาความรู้ ไม่เบื่อต่อความจำเจ อดทนต่อคำพูดของคนอื่นที่อาจเกิดจากความอิจฉาริษยา การลั่นแกล้งของคู่แข่ง ซึ่งจะต้องเผชิญแน่นอนในทุกชีวิต ซึ่งคุณสมบัตินี้จะช่วยสอนให้เป็นผู้มีความหนักแน่น มีความแข็งแกร่ง
4.มีความซื่อสัตย์ ซื่อสัตย์ในทุกๆด้าน ทั้งต่อตนเอง การงาน อาชีพ ซื่อสัตย์ทั้งกาย วาจา ใจ ไม่หลอกลวง ซื่อสัตย์ในชีวิตครอบครัว ซื่อสัตย์ต่อเพื่อน ต่อสถาบัน ต่อชาติ โดยเฉพาะในการประกอบธุรกิจ ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าอละจริงใจต่อลูกค้า จะทำให้ธุรกิจยั่งยืน เพราะดิฉันเชื่อว่า ซื่อ-กินไม่หมด คด-กินไม่นาน และสิ่งสำคัญคือ มีความจงรักภักดี ต่อ ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์
5.มีความเมตตา กรุณา เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ แบ่งปัน น้ำใจงดงาม ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก เสริมสร้างกำลังใจให้ผู้อื่นที่โศกเศร้าเสียใจ หมดหวัง ให้ยืนหยัดสู้ชีวิต ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ไม่ทับถมผู้อื่น คิดดี ทำดี
ส่วนจุดอ่อนที่ต้องพัฒนาคือ 1) ความสามารถในการพูดที่เฉียบคมในที่ชุมชน
2) ความสามารถด้านเทคนิคในบางแขนง เช่น IT ชั้นสูง
3)กระจายอำนาจ และงานให้พนักงานปฏิบัติแทน เพราะกลัวเขาทำผิด
4)ไม่ชอบปัญหา ไม่ชอบเครียดค่ะ
( คำตอบข้อ 2และ3กำลังตามมาค่ะ)
ข้อ2) เปรียบเทียบว่าผู้นำและผู้บริหารแตกต่างกันอย่างไร ผู้นำ (LEADERSHIP): เน้นที่คน,มอง อนาคต วิสัยทัศน์ไกล , เป็นผู้จัดระบบ , เน้นการลงทุน , มีอุดมการณ์ หลักการณ์ , มีทิศทางแน่วแน่ที่จะไป , ปลดเปลื้องความเป็นเลิศ การแปรสภาพ , ศูนย์รวมอำนาจแห่งหลักการณ์ , ทำในสิ่งที่ถูกควร , อยู่ระดับสูงสุด , เน้นนวัตกรรม , มีการเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงเมื่อจำเป็น , เน้นถาม WHAT , WHY ,มูลค่าสูงสุด
MANAGEMENT (ผู้บริหาร) : เน้นที่วัตถุ ,โครงสร้าง , การควบคุม , การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า คือใช้ให้ได้ผลสูงสุด , ดูเรื่องค่าใช้จ่าย , มีเทคนิค , การซื้อ-ขาย , ทำเรื่องให้ถูกต้อง , เน้นความเร็ว , วิธีการ , การปฏิบัติ , อยู่ในระบบ , มีการไต่เต้าเลื่อนขั้นการทำงาน , เน้นระบบ , ควบคุม, มุ่งระยะสั้น , เน้นถาม WHEN , HOW , สนใจกำไร/ขาดทุน ทุก 3 เดือน , จัดการให้สำเร็จ มีประสิทธิภาพ , STATIC คงที่
ข้อ3)ทฤษฎี 8 K's , 5K's, 8 H's เกี่ยวข้องอะไรกับ Leadership ทฤษฎี 8K's :ทฤษฎีทุนในทรัพยากรมนุษย์ ของ ศ.ดร. จีระ ประกอบไปด้วย ทุนแห่งความยั่งยืน , ทุนทางสังคม , ทุนทางจริยธรรม , ทุนแห่งความสุข , ทุนทาง IT , ทุนทางปัญญา , ทุนทางความรู้ ทักษะ ทัศนคติ , ทุนมนุษย์ ทฤษฎี 8H's : ทฤษฎีบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของ คุณหญิง ทิพาวดี เมฆสวรรค์ ประกอบไปด้วย Heritage , Hand , Health , Happiness , Home , Harmony , Heart , Head ทฤษฎี 5K's : INNOVATION , CREATIVITY , KNOWLEDGE , CULTURAL , EMOTIONAL CAPITAL'S ทฤษฎีดังกล่าว ข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า ภาวะผู้นำ เน้นรวมพลังของ COMPETENCY ซึ่งสามารถปรับใช้กับการทำงานให้มีประสิทธิภาพ สามารถสร้างความเป็นผู้นำที่ดี สำหรับเรื่องทุนมนุษย์ ที่มีอยู่ในทรัพยากรมนุษย์ ศ.ดร. จีระ นักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สายพันธุ์แท้ ได้กล่าวว่า "ทรัพยากรมนุษย์" ที่มีวุฒิภาวะสามารถเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพนั้น จะต้องมีองค์ประกอบของทุนทั้งสิ้น 8 ประการ (8K's) ส่วนเรื่องทฤษฎีพัฒนาคนคือทฤษฎี 8H's ของคุณหญิง ทิพาวดี เมฆสวรรค์ ทั้งสองท่านให้ความสำคัญกับงานพัฒนาคน อย่าง "ผู้รู้จริง" และทำจริงจนเกิดเป็นทฤษฎีดังกล่าว ที่ใช้อธิบายหลักการและวิธีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นของท่านทั้งสองเอง Leadership คือ การที่ผู้นำสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัท โดยกระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วม และ ทุ่มเทให้แก่องค์กร โดยเน้นอิทธิพล สรุปคือ ถ้าจะให้ Leadership ประสบความสำเร็จ ก็ต้องเข้าใจ Structures ทั้งหมดค่ะ
เรียน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ สวัสดี เพื่อนนักศึกษา MPA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ด และท่านผู้อ่านทุกท่าน ในวันอาทิตย์ที่ 14 มกราม 2549 ที่ผ่านนี้ ผมและเพื่อนๆนักศึกษาได้รับเกียรติอย่างเป็นอย่างยิ่งจากท่านอาจารย์จีระพร้อมด้วยทีมงานที่น่ารักอีก2 ท่าน ในการสอนรายวิชาLeadershipซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนของพวกเรา ก่อนอื่นนั้นเมื่อผมทราบในครั้งแรกว่าจะได้รับเกียรติจากท่าน ศ.ดร.จีระ เข้ามาบรรยายก็รู้สึกตื่นเต้นและดีใจครับก่อนหน้านั่นผมเองก็พอจะได้รู้จักกับท่าน ศ.ดร.จีระมาบ้างเมื่อครั้งที่ ศ.ดร.จีระ ได้เข้ามาเยี่ยมชมคณะ MPA ของพวกเราในวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา แต่ในครั้งนี้ท่านอาจารย์ได้กรุณามาให้ความรู้พวกเราจึงนับเป็นโอกาสอันดียิ่งของพวกเราจริงๆครับ <h3 style="margin: auto 0cm; text-align: justify"> ศ.ดร.จีระได้เริ่มการสอนด้วยการให้นักศึกษาออกความคิดเห็นว่า ท่านมีความคิดอย่างไรกับการมีบทบาทของภาวะผู้นำ และได้มีคำถามให้ไว้ว่า “วันนี้คุณได้อะไรบ้าง 1 เรื่อง” โดยให้แสดงความคิดเห็นแต่ละท่าน และได้สอนเกี่ยวกับเรื่องภาวะผู้นำ โดยเริ่มจากบุคคลที่มีความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์ในประเทศและต่างประเทศ</h3><h3 style="margin: auto 0cm; text-align: justify"> “คนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุดขององค์กร”โดย คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา</h3><h3 style="margin: auto 0cm; text-align: justify">“The Networth of Microsoft is 5% Physical assets, 95% human imagination”By Bill Gates </h3>และหลังจากนั้นก็ได้เริ่มจากทฤษฎีทุน 8 ประเภท ทฤษฎี 5K’s ทฤษฎี 3 วงกลม ซึ่งชี้ให้เห็นว่าภาวะผู้นำเน้นรวมพลังของ Competency โดยอธิบายว่าทฤษฎีต่าง ๆ สามารถที่จะปรับไปใช้กลับการทำงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างความเป็นผู้นำให้กับผู้เรียนได้ แลได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความแตกต่างของผู้นำกับผู้บริหาร และยังให้นักศึกษาได้ดูหนังสือ 2 พลังความคิดชีวิตและงาน ที่เขียนร่วมกับคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ โดยเน้นเรื่องทฤษฎี 8K’s กับ 8 H’s อีกด้วย ในช่วงบ่ายได้ให้นักศึกษาดูเทปเกี่ยวกับสู่ศตวรรษใหม่ “คุณพารณ อิศรเสนาและศ.ดรจีระ” เป็นเทปรายการเกี่ยวกับการสัมภาษณ์เรื่องทรัพยากรมนุษย์ และหลังจากนั้นก็ได้เริ่มให้นักศึกษาออกความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ได้ตั้งคำถามไว้ตั้งแต่ต้นชั่วโมงว่า “วันนี้คุณได้อะไรบ้าง 1 เรื่อง” ครับก็เป็นบรรยากาศภายในห้องเรียนครับ นอกจากนี้ ท่าน ศ.ดร.จีระได้ยังได้ฝากการบ้านเพื่อให้นักศึกษาส่ง Blog ผมก่อนวันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม 2550 มี 3 เรื่องด้วยกันคือ 1. แต่ละคนมีอะไรบ้าง ในคุณลักษณะแต่ละบุคคลและคุณสมบัติเฉพาะตัว มีจุดแข็ง จุดอ่อนอะไรบ้าง อยากจะปรับปรุงเรื่องอะไร อธิบายมา 5 เรื่อง 2. เปรียบเทียบว่าผู้นำและผู้บริหารแตกต่างกันอย่างไร 3. ทฤษฎี 8 K’s , 5k’s, 8H’s เกี่ยวข้องอะไร Leadership ผมจึงขออนุญาตแสดงความคิดเห็นดังนี้ครับ ส่วนที่ 1 แต่ละคนมีอะไรบ้าง ในคุณลักษณะแต่ละบุคคลและคุณสมบัติเฉพาะตัว มีจุดแข็ง จุดอ่อนอะไรบ้าง อยากจะปรับปรุงเรื่องอะไร อธิบายมา 5 เรื่อง แน่นอนครับว่าเราทุกคนย่อมมีคุณลักษณะแต่ละบุคลและคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ต่างกันออกไป คงยากที่จะใครเหมือนใครได้นะครับ ทั้งนี้คุณลักษณะบางอย่างก็เป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาแต่กำเนิดหรือเป็นเรื่องของสายเลือด เรื่องของพันธุกรรมนั่นเอง คุณลักษณะที่สืบทอดทางพันธุกรรมนี้ก็คงเกิดขึ้นในตัวบุคคลนั้นตามธรรมชาติไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนอะไรได้เช่น เรื่องของ สูง ต่ำ ดำ ขาว หล่อ สวย ขี้เหร่ เป็นต้น ส่วนคุณลักษณะอีกด้านของแต่ละคนที่น่าจะสามารถปรับเปลี่ยนกันได้นั้นผมคิดว่ามีนะครับ แน่นอนว่าทุกๆคนคงมีรูปแบบที่ต่างกัน เช่นเรื่องของอารมณ์ ความคิด วิธีการคิด มุมมอง ทัศนคติ นิสัยส่วนตัว เป็นต้น หากคุณลักษณะเหล่านี้จะมีความแตกต่างกันก็คงเป็นเพราะ การเลี้ยงดู การอบรมส่งสอนที่ต่างกัน สภาวะแวดล้อมที่เจริญเติบโตมาต่างกันผมคิดว่าน่าจะปรับเปลี่ยนกันได้ครับหากได้รับการฝึกฝน การทำความเข้าใจ การพัฒนาปรับปรุงให้เหมาะสม ส่วนของตัวผมเองนั้นเหรอครับจะว่าไปแล้วการที่เรามานั่งมองตัวเองว่าเราดีอย่างไรหรือเราไม่ดีอย่างไรนั้น ผมไม่แน่ใจจะได้ข้อมูลที่จริงแท้แค่ไหนไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนที่ไม่รู้จักตัวของตัวเองนะครับ แต่ผมว่าโดยธรรมชาติของมนุษย์ส่วนมาก(ไม่ใช่ทุกคนนะครับ)ก็มักจะให้ความเห็นเข้าข้างตนเองเสมอมักจะมองเห็นความดีของตนเองมากกว่าที่จะมองความไม่ดีทั้งหลายทั้งปวงของตนเอง การที่ผู้อื่นๆมองดูเราแล้วก็บอกว่าเราดีหรือไม่ดีอย่างไรผมว่าก็เป็นสิ่งที่น่ารับฟังมากๆนะครับถึงแม้ว่าคนๆนั้นจะมองเราด้วยใจเป็นกลางหรือไม่ก็ตามหากเขาชมเราก็ถือเป็นรางวัลครับ หากเขาตำหนิเรานี่หละสำคัญเราต้องรีบสำรวจตนเองว่าสิ่งที่เขาตำหนินั้นเป็นจุดอ่อนที่จะต้องรีบแก้ไขใช่หรือไม่ แต่การที่เราสำรวจตัวเองก็ถือเป็นสิ่งดีครับถือว่าเป็นการไม่ประมาทตัวเอง นำมุมมองที่เรามองตัวเราเองมาเปรียบเทียบกับที่คนอื่นเขามองให้เราแล้วก็พิจารณาลอง บวก ลบ คูณ หาร หาคำตอบให้ตัวเราเองครับ จากศึกษา A Model of Effective Leadership ผมเองนะครับหากจะลองสำรวจตัวเองในเรื่องจุดแข็งและจุดอ่อนของตัว รวมทั้งสิ่งที่อยากปรับปรุงมาสัก 5 ประการ ก็พอจะมองตัวเองได้ว่า <ol style="margin-top: 0cm">
</ol> ทั้ง 5 ข้อที่ผมได้กล่าวมานั้นก็ล้วนเป็นจุดอ่อนจุดแข็งและสิ่งที่ผมคิดว่าตัวเองควรจะต้องปรับปรุงในบางเรื่อง ซึ่งผมมองตัวของผมเองนะครับจริงๆแล้วยังอาจจะมีอีกหลายๆอย่างที่ผมมองข้ามไปก็เป็นได้ ในส่วนที่ 1 นี้ผมว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากทีเดียวครับที่ท่าน ศ.ดร.จีระ ได้ให้พวกเรามองคุณลักษณะเฉพาะตังของตัวเองเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเองมากทีเดียวในการที่จะปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง คุณสมบัติเฉพาะของแต่ละมีทั้งด้านที่เป็นจุดแข็งและเป็นจุดอ่อน หากเรามองเห็นมัน ด้านที่เป็นจุดแข็งเราก็ต้องยิ่งทำให้มันเข้มแข็งขึ้น ส่วนด้านที่เป็นจุดอ่อนเราก็ปรับปรุงครับ เพราะเมื่อเราสามารถพัฒนาเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของตัวเราให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นย่อมนำเราไปสู่ความเป็น Leadership นั่นเอง ส่วนที่ 2 เปรียบเทียบว่าผู้นำและผู้บริหารแตกต่างกันอย่างไร ผู้นำ กับ ผู้บริหาร ฟังๆดูผมว่าก็น่าจะเหมือนกันครับ แต่หากเราลองศึกษาอย่างลึกซึ้งเข้ามาอีกหน่อยก็จะพบว่า ผู้นำ กับผู้บริหาร นั้นมีความแตกต่างกันอยู่ ถึงแม้ว่าทั้งผู้นำและผู้บริหารนั้นต่างก็มีหน้าที่ที่จะนำพาความความสำเร็จมาสู่องค์กรเหมือนกัน เป็นผู้ที่มีอำนาจในการบริหารงานเหมือนกัน ผู้นำนั้นจะต้องมีความเป็นอยู่ในตัวนะครับผู้บริหาร แต่ก็ใช่ว่าผู้บริหารทุกคนจะสามารถเป็นผู้นำได้ ทำไมหรือครับ ลองมาดูกัน ท่าน ศ.ดร.จีระ ได้กรุณาให้แนวคิดเกี่ยวกับเรื่องของความแตกต่างระหว่างผู้นำ กับ ผู้บริหาร ไว้แล้วนะครับ (หัวข้อสีฟ้า) ผมเองขออนุญาตแสดงความคิดเห็นดังนี้ครับ ผู้นำ 1. เน้นที่คน ตรงนี้ผมเห็นว่าคนที่จะเป็นผู้นำนั้นจะต้องมองที่ตัวคน มองที่บุคคลากร มองที่ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน มองทุกๆคนที่อยู่รอบตัว พยามทำความเข้าใจและใส่ใจในรายละเอียด ศึกษา และเรียนรู้วิธีการต่างเพื่อที่จะทำให้คนเหล่านั้นเป็น ทุนมนุษย์ ที่มีประสิทธิภาพ คนที่เป็นผู้นำนั้นก็คือคนที่ เข้าใจเรื่องคน นั่นเอง 2. Trust เมื่อผู้นำมีความเข้าใจเรื่องคน ให้การเอาใจใส่ต่อคนในทุกๆเรื่องได้เป็นอย่างดีแล้วสิ่งที่จะตามมาโดยอัตโนมัติ และเป็นสิ่งที่ผู้นำทุกคนจะต้องมีนั่นก็คือ Trust ความไว้วางใจนั่นเองความไว้วางใจเป็นสิ่งผู้นำจะต้องมี และ เป็นสิ่งที่จะต้องได้รับจากคนที่เราทำหน้าที่เป็นผู้นำเพราะหากคนเป็นผู้นำได้รับความไว้วางใจย่อมหมายถึงการที่คนทุกคนยินดีและยินยอมที่จะก้าวไปในทิศทางเดียวกันกับทิศทางที่ผู้นำจะนำทางไปอย่างปราศจากข้อสงสัยหรือโต้แย้ง 3. ระยะยาว ผู้นำต้องเป็นผู้มองแผนงานต่างโดยภาพรวมนั่นคือการมองภาพระยะยาว และความต่อเนื่องของกิจกรรมปัจจุบันที่จะมีผลไปสู่ความเปลี่ยนแปลง หรือส่งผลกระทบไปสู่ระยะเวลาข้างหน้าทั้งนี้จะต้องมองถึงความราบรื่นต่อเนื่อง และสามารถที่ดำเนินกิจกรรมต่างๆหรือการนำพาทิศทางขององค์กรก้าวไปข้างหน้าได้อย่างปราศจากปัญหาอุปสรรคใดตลอดระยะเวลา 4. What, Why จะต้องทำอะไร และ ทำไมถึงจะต้องทำ ผู้นำเป็นผู้ที่ก่อนจะลงมือทำสิ่งใดก็ตามจะต้องประเมินก่อนเสมอว่า เราจะต้องทำอะไร เพื่อที่ให้เกิดประโยชน์ที่สุด และจะต้องหาเหตุมาเพื่อสนับสนุนให้ได้ว่าทำไมจึงตัดสินใจทำในสิ่งนั้นๆ นั่นคือก่อนที่จะลงมือทำสิ่งใดก็ตามผู้นำจะต้องคำนึงก่อนเสมอว่าจะทำอะไรและควรหรือไม่ควรจะทำเพราะอะไร ทั้งนี้เพราะเมื่อตัดสินใจทำสิ่งใดแล้วจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุด และลดการสูญเสียโอกาส ความเสียหายได้ 5. มองอนาคต ขอบฟ้า / ภาพลักษณ์ ผู้นำต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ เป็นผู้ที่มองการไกล จะต้องมีการวางแผนล่วงหน้าสำหรับอนาคตเสมอ จะต้องเป็นผู้ที่ความคิดความอ่านคำนึงสิ่งถึงสถานนะการณ์ปัจจุบัน และมองถึงแนวโน้มเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อที่จะได้หาแนวทางรับมือ ป้องกัน หรือปรับตัวให้เกิดความเหมาะสมและเกิดความทันท่วงทีกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดสิ่งสำคัญอีกประการณ์หนึ่งคือการคำนึงภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรอีกด้วยเพื่อที่จะได้เป็นที่ยอมรับในทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง 6. เน้นนวรรตกรรม ผู้นำเป็นผู้ที่รู้จักการนำนวัตกรรมใหม่เข้ามาสู่องค์กรของตนเองเพื่อ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการที่จะเพิ่มศักยภาพในการพัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพ และความสามารถในการแข่งขัน ให้กับองค์กรของตน ด้วยการนำเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยมาช่วยเป็นเครื่องมือ ซึ่งจะทำให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดทั้งเวลา และค่าใช้จ่าย โดยจะต้องรู้จักเลือกนวัตกรรมที่เหมาะสมกับตนเองด้วย 7. Change ในคุณสมบัติข้อสุดท้ายของผู้ที่เป็นผู้นำนั้นกล่าวถึงการที่เรื่องของการเปลี่ยนแปลงนั้นหมายถึงความรู้จักการปรับเปลี่ยนสิ่งต่างให้เป็นเป็นอย่างเหมาะสม ไม่จะเป็นการเปลี่ยนในเชิงนโยบาย โครงสร้างขององค์กร บุคลากร วิธีการต่างๆที่เหมาะสม ซึ่งผู้นำจะต้องเป็นผู้ที่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นเมื่อเห็นว่าสมควรจะต้องเปลี่ยนไม่ยึดติดกับกำหนดกฎเกณฑ์ระเบียบแบบแผนวิธีปฏิบัติแบบเดิมๆที่อาจเกิดความล้าสมัยหรือไม่เหมาะสม ผู้บริหาร 1. เน้นระบบ ในส่วนของผู้บริหารเน้นมักจะมุ่งเน้นที่ระบบ นั้นคือการที่มองเรื่องของ Process เป็นหลักมุ่งให้ความสำคัญวิธีการทำงานให้เป็นไปตามกระบวนที่กำหนดไว้ นั่นคือทุกอย่างต้องเป็นไปตามวิธีการตั้งแต่ต้นจนจบ ถือว่าการจะทำงานใดก็ตามนั้นให้ความสำคัญหรือเห็นว่างานที่ทำจะสำเร็จได้อยู่ที่กระบวนการเพียงอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงส่วนประอบอื่น 2. ควบคุม หากจะมองความต่อเนื่องในเรื่องของระบบแล้วก็จะเห็นต่อมาได้ว่า เมื่อมีการมุ่งเน้นที่ระบบการที่จะทำงานงานให้สำเร็จได้ตามระบบที่วางไว้นั้นก็จะต้องอาศัยการควบคุมผู้ปฏิบัติงานให้ปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบตามกระบวนการผู้ปฏิบัติงานมีหน้าที่ทำตามบทบาทหน้าที่ตามที่กำหนดให้เพียงอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปฏิบัติกับผู้ออกคำสั่งจึงไม่ก่อเกิดความสัมพันธ์หรือความไว้เนื้อเชื่อใจ ความวางใจเหมือนผู้นำ 3. ระยะสั้น ผู้ที่เป็นผู้บริหารคำนึงถึงการปฏิบัติงานหรือภารกิจต่างอยู่ในช่วงระยะเวลาสั้นตามที่วางแผนงานไว้ตามที่ตนเองได้รับอบหมายมาเพียงเท่านั้น ไม่คำนึงถึงความเชื่อมโยงหรือผลที่จะเกิดในระยะยาว ความต่อเนื่องของการทำงานต่าง คำนึงแค่ให้หมดภารกิจเป็นงานๆไป 4. When, How เมื่อไหร่ และ อย่างไร ในขอนี้แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารนั้นเป็นผู้คอยปฏิบติตามกรอบแนวนโยบายหรือคำสั่งของผู้บริหารระดับสูงสุดอีกทีหนึ่งจึง มีแนวทางการทำงานในลักษณะที่ว่าจะต้องทำเมื่อไหร่นั่นคือ ทำเวลาไหนที่เหมาะสม เวลาที่ได้รับคำสั่งมา หรือจะต้องทำอย่างไรให้สำเร็จตามเป้าหมายเท่านั้นโดยไม่ได้คิดหาวิธีการหรือแนวทางในทางที่จะเป็นประโยชน์ที่สุดต่อการบริหารงานกล่าวคือการทำตามรูปแบบที่แน่นนอนตายตัวนั่นเอง 5. กำไร / ขาดทุน ทุก 3 เดือน ผู้บริหารนั้นมุ่งเนินคิดถึงแต่ผลประกอบการของธุรกิจเพียงอย่างเดียวความสนใจจะอยู่ที่ ตัวเลข หรือ Percentage เท่านั้น มองว่าทำอย่างไรธุรกิจจึงจะเกิดผลกำไรสูงสุด ติดตามผลการประกอบการเป็นไตรมาสหรือทุก 3 เดือน ต่างจากผู้นำที่จะมองการณ์ไกลไปข้างหน้าคำนึงถึงแนวทางการประกอบธุรกิจในอนาคต ไม่มุ่งเน้นเรื่องของผลกำไรในแต่ไตรมาสๆเพียงอย่างเดียว 6. การจัดการให้สำเร็จ มีประสิทธิภาพ การทำงานในลักษณะของผู้บริหารนั้นมุ่งเน้นในเรื่องผลสำเร็จของงานเป็นหลักโดย มองถึงประสิทธิภาพการทำงานเป็นส่วนประกอบเมื่องานนั้นเสร็จก็ถือว่าจบ ต่างจากการมองในมุมของผู้นำนั้นจะมุ่งที่จะนำนวัตกรรมใหม่เทคโนโลยีใหม่พยามเสาะแสวงสิ่งใหม่เข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานให้ความสะดวกรวด เร็วและเกิดมีประสิทธิภาพสูงสุด 7. Static การทำงานของผู้บริหารมักเน้นหลักของการบริหารที่ตายตัวตามกฎเกณฑ์ ข้อกำหนดต่างๆตลอดจนแผนนโยบายที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด มุ่งเน้นที่จำทำงานให้ถูกต้องและเป็นไปตามมาตรฐานที่วางไว้มากที่สุด จึงเป็นลักษณะการทำงานที่ที่อยู่ในกรอบค่อนข้างจะแน่นนอนตายตัว คงที่ไม่เปลี่ยนแปลง จึงเป็นการทำงานที่ทำงานแบบคงที่ ไม่เน้นรูปแบบการทำงานวิธีการทำงานใหม่ๆนั่นเอง ครับคงพอมองเห็นภาพกันบ้างแล้วนะครับสำหรับความแตกต่างของ ผู้นำ กับ ผู้บริหารการที่เราจะเป็นผู้บริหารหรือเป็นผู้นำนั้นผมมองว่าทั้งผู้บริหารและผู้นำนั้นล้วนมีส่วนสำคัญในการที่จะทำให้การดำเนินงานหรือการปฏิบัติภารกิจใดก็ตามขององค์กรสามารถดำเนินลุล่วงไปได้ แต่ก็ขอฝากไว้สักนิดหนึ่งว่า ผู้บริหารที่ดีนั้นควรจะมีคุณสมบัติของผู้นำอยู่ในตัวเองด้วยหรือไม่ก็พัฒนาศักยภาพของตนเองนั้นให้การไปสู่การเป็นผู้นำให้ได้ นะครับ ส่วนที่ 3. ทฤษฎี 8 K’s, 5k’s, 8H’s เกี่ยวข้องอะไร Leadership เป็นทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่าหากเรากล่าวถึงคำว่า Leadership นั้นคือการกล่าวถึงในเรื่องภาวะผู้นำ ซึ่ง ศ.ดร.จีระ ได้ให้จำกัดความไว้ว่า “การที่ผู้นำสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แกบริษัท โดยการกระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วม และทุ่มเทให้กับองค์กร โดยเน้นอิทธิพล” เราจึงต้องมองต่อไปอีกว่าการที่จะเกิดภาวะผู้นำได้นั้นมีองค์ประกอบอะไรบ้างที่จะช่วยสร้างภาวะความเป็นผู้นำเมื่อผมมาพิจารณาบทเรียนที่ ศ.ดร.จีระ ได้บรรยายและให้ผมได้ทำการศึกษาดูได้แก่ ทฤษฎี 8K’s และ ทฤษฎี5k’s โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ทฤษฎี 8H’s โดย คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ครับเมื่อได้ศึกษาดูแล้วก็จะพบถึงความสัมพันธ์ของทฤษฎีทั้งสามนี้อย่างน่าประหลาดใจโดยในหนังสือ 2 พลังความคิด ชีวิต และงาน นั้น ก็ได้ชี้เห็นถึงความสัมพันธ์ของ 8K’s และ 8H’sไว้อย่างน่าสนใจเมื่อนำมารวมกับเข้ากับทฤษฎี5k’s จึงยิ่งน่าติดตามเป็นอย่างยิ่งผมเองขออนุญาตแสดงความคิดเห็นดังนี้ครับ ทฤษฎี 8K’s นั้นประกอบด้วย Human capital, Intellectual Capital, Ethical Capital, Happiness Capital, Social Capital, Sustainability Capital, Digital Capital, Talent Capital ทฤษฏี 8H’s นั้นประกอบด้วย Heritage, Home, Hand, Head, Heat, Happiness Harmony, Health 1. Heritage มรดกอันเป็นรากฐานของชีวิต กับ Sustainable Capital ทุนแห่งความยั่งยืน นับได้ว่ามรดกที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวของคนเราทำให้เราทราบว่าเราเป็นใครมาจากไหนแสดงถึงตัวตนที่แท้จริงตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง เป็นทุนแห่งความยั่งยืน ซึ่งย่อมมีความจำเป็นอย่างยิ่งในยุคโลกาภิวัฒน์ในขณะนี้ 2. Head สมอง กับ Intellectual Capital ทุนทางปัญญา คือความคิด หมายถึง คิดเป็น คิดดี คิดในสิ่งที่เกิดประโยชน์ ข้อนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับเพราะเมื่อคนเราคิดเป็น คิดดีก็ย่อมทำให้เกิดปัญญาทำให้เรามีความสามารถในการที่ทำสิ่งต่างๆได้ด้วยปัญญา 3. Hand มืออาชีพ กับ Talent Capital ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ หากเราทำงานอย่างมืออาชีพอย่างผู้ที่ชำนาญมีความรู้จริงก็จะเกิดประโยชน์การทำงานนั้นๆการที่เราจะเป็นมืออาชีพนั้นก็เกิดจาการที่เรา มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น มีทักษะในเรื่องนั้นๆ และมีทัศนคติที่ดีต่อเรื่อทีทำจึงทำให้เกิดผลสำเร็จ และทำงานอย่างมืออาชีพ 4. Heart จิตใจที่ดี กับ Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม จิตใจที่ดีถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมครับ การที่เราจะเป็นผู้ที่มีจิตใจดีงามก็คือการที่เราเป็นผู้มีจริยธรรมในจิตใจ ตอนนี้สังคมบ้านเรากำลังต้องการและกำลังตื่นตัวกันมากเหลือเกินครับกับคำว่าจริยธรรม ไล่ตั้งแต่ระดับผู้นำที่ทำหน้าที่ในการบริหารงานบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนตลอดจนการปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กหมาเลยครับ 5. Health สุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ กับ Digital Capital ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ในข้อนี้ทั้งสองทฤษฏีอาจมิได้มีความสัมพันธ์กันนะครับแต่ก็ล้วนเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจไว้ทั้งสองด้าน ด้านของสุขภาพ เราก็จะต้องดูแลตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอเพื่อที่ร่างกายจะได้มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพในการทำงาน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็เป็นสิ่งจำเป็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไปในยุคแห่งข่าวสารข้อมูลนี้ 6. Home บ้านและครอบครัว กับ Human Capital ทุนมนุษย์ ในความสอดคล้องกันนั้นบ้านหรือครอบครับนั้นหมายถึงการที่เรามีครอบครัวที่อบอุ่น ที่อยู่อาศัยที่ดีเป็นพื้นฐานแห่งการดำรงชีวิต เช่นเดียวกันกับการมองว่าคนคือทุนที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นั่นเองการที่มนุษย์จะเป็นทุนที่ดีได้ก็ต้องอาศัยพื้นฐานที่ดีของครอบครัวเช่นกัน 7. Happiness การดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข กับ Happiness Capital กล่าวคือการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขรู้จักการแสวงหาความสุขมองโลกอย่างเข้าใจทุกวันนี้สภาพสังคมของบ้านเมืองเราเป็นไปด้วยความตึงเครียด ผู้คนในสังคมอยู่ท่ามกลางความหวาดระแวงจึงจำเป็นที่เราจะต้องแสวงหาความสุขให้กับชีวิตหากมนุษย์มีทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา และมีทุนทางจริยธรรมแล้วย่อมเป็นพื้นฐานที่จะมีความสุขได้ง่ายกับทุกสถานการณ์ 8.
ต่อ........
8.Harmony ความปรองดองสมานฉันท์ กับ Social Capital คำว่าสมานฉันท์เป็นคำกล่าวที่พวกเราได้ยินจนคุ้นหูมาสักระยะหนึ่งแล้วแต่ในข้อเท็จจริงก็ยังไม่เกิดขึ้นสักทีเพราะผู้คนในสังคมยังมิได้เกิดความสมานฉันท์และปรองดองกันอย่างแท้จริงจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องเร่งหาทางแก้ไขหันหน้าเข้าหากันร่วมมือร่วมใจกันเพื่อให้เกิดความสงบสุขภายในสังคมเมื่อสังคมสงบสุขผมเห็นว่าทุนทางสังคมก็จะเกิดขึ้นและเมื่อนั้นก็จะทำให้เราสามารถนำพาประเทศชาติก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง เมื่อเราทราบถึงแนวทางและทฤษฎีทั้งสองทฤษฎีดังที่ผมได้แสดงความคิดเห็นไว้ข้างต้นนี้แล้วก็จะขอกล่าวถึงอีกทฤษฎีหนึ่งนั้นคือทฤษฎี 5K’s อันได้แก่ 1. Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม เรื่องของนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆในปัจจุบันมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่พวกเราจะต้องเปิดรับและทำความรู้จักกับนวัตกรรมที่เกิดขึ้นมาใหม่เหล่านั้นเพราะมันเป็นสิ่งที่จะช่วยทำให้เราสามารถพัฒนาด้วยวิธีการต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์ การคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ วิธีการใหม่ๆ หรือองค์ความรู้ใหม่ๆย่อมช่วยให้เกิดการพัฒนาไปในแนวทางที่ดีขึ้นเกิดวิธีการทำงานใหม่ๆ การบริหารจัดการแนวใหม่ที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพอันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นผู้นำ 3. Knowledge Capital ทุนทางความรู้ ผู้ที่จะเป็นผู้นำและมีภาวะผู้นำได้นั้นแน่นอนว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความฉลาดเฉลียว ดังนั้นจำเป็นที่เราทุกคนจะต้องไขว่คว้าหาความรู้ สร้างสมประสบการณ์เพื่อเป็นการสร้างทุนทางความรู้ให้กับตนเอง 4. Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม ตามความเข้าใจของผมนั้นมองว่าทุนทางวัฒนธรรมก็คือเอกลักษณ์ของการสืบสานและสืบทอดวิถีแห่งการดำรงชีวิตของสังคมนั้นๆจำเป็นที่เราจะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจ 5. Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ เป็นส่วนของสภาพทางอารมณ์ และจิตใจของคนเรา ผู้ที่เป็นผู้นำจะต้องมีสภาวะทางอารมณ์ที่เข้มแข็งไม่หวั่นไหวในเรื่องต่างๆง่ายดายจนเกินไปถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ ภาวะผู้นำ ถ้าจะมองว่าทั้ง 3 ทฤษฏีนี้มีความเกี่ยวข้องกับ Leadership ยังไงนั้นจากข้อคิดเห็นของผมข้างต้นก็พอจะบอกได้ว่าทั้ง 3 ทฤษฏีก็เป็นส่วนหนึ่งของภาวะผู้นำผู้ที่จะเป็นผู้นำนั้น ผมมองว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีหลักทฤษฏีทั้ง3นี้ และจะต้องนำหลักดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับการเป็นผู้นำของเขานั่นเองครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับข้อคิดเห็นของผมที่นำเสนอมาทั้งหมดนี้ ก็มีคงจะมีส่วนที่เป็นประโยชน์อยู่บ้างส่วนหนึ่งหรือที่ยังบกพร่องก็คงมีอยู่เหมือนกัน ก็คงต้องขอรับคำ แนะนำจาก ท่าน ศ.ดร.จีระ อีกทีหนึ่งครับ ตลอดจน เพื่อนๆ MPA และท่านผู้อ่านทุกท่าน comment ได้ครับยินดีน้อมรับทุกข้อคิดเห็นครับ ขอบพระคุณทุกท่านที่สละเวลาอ่านในโอกาสหน้าจะพยามทำให้ดีมากขึ้นยิ่งกว่านี้ครับ ประภากร สัมพันธ์สวาท รหัส 00615004
สวัสดีค่ะ ท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ดิฉันในฐานะมือใหม่ เพิ่งหัดเข้า blog เป็นครั้งแรก การเขียน blog นี้ นับวันยิ่งทวีความสำคัญขึ้น มันเป็นการถ่ายโอนความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่จากคนคนหนึ่ง ผ่าน blog ที่เป็นสื่อกลาง เข้าไปต่อยอดความรู้ให้กับคนทั่วไปและผู้ที่มีความสนใจได้อย่างง่ายดาย และจำเป็นอย่างยิ่งที่เราควรพุ่งความสนใจให้กับเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ด้วย ซึ่งท่าน ศ.ดร.จีระ ที่ไม่เพียงแต่เป็น professional ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แล้ว ท่านยังมีความเชี่ยวชาญและความสามารถกับการเขียน blog เขียนหนังสือและสิ่งที่ล้วนแล้วแต่ให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์เป็นอย่างดีแก่ประชาชน และได้ให้โอกาสอันดีอย่างยิ่งแก่นักศึกษาMPA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ด โดยได้มอบหมายการบ้านให้ นำเสนอความคิดเห็นและมุมมองต่อคุณลักษณะแต่ละบุคคลและคุณสมบัติเฉพาะตัว ว่ามีจุดแข็ง จุดอ่อนอะไรบ้าง และอยากจะปรับปรุงเรื่องอะไร, เปรียบเทียบว่าผู้นำและผู้บริหารแตกต่างกันอย่างไร,ทฤษฎี 8 K's , 5k’s, 8H’s เกี่ยวข้องอะไรกับ Leadership ดิฉันจึงขอแสดงความคิดเห็นดังนี้ 1. แต่ละคนมีอะไรบ้างในคุณลักษณะแต่ละบุคคลและคุณสมบัติเฉพาะตัว มีจุดแข็ง จุดอ่อนอะไรบ้างอยากจะปรับปรุงเรื่องอะไร อธิบายมา 5 เรื่องคุณลักษณะและคุณสมบัติของแต่ละคนนั้นดิฉันคิดว่าไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับรากเหง้า วัฒนธรรมและครอบครัว พื้นฐานทางการศึกษา การได้รับการอบรมเพาะบ่มนิสัย สิ่งแวดล้อมที่เราเติบโตมา และการปลูกฝัง สิ่งต่างๆเหล่านั้นหล่อหลอมให้เกิด คุณสมบัติและคุณลักษณะเฉพาะตัวขึ้น อย่างในกรณีของดิฉัน เรื่องจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองดิฉัน คิดว่า1) การยึดหลักคุณธรรมความซื่อสัตย์ ดิฉันถูกอบรมมาโดยสังคมของคนชนบท ส่วนใหญ่แล้วจะไม่เอารัดเอาเปรียบกันและมีความซื่อสัตย์ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน ทำอะไรอย่างใสซื่อบริสุทธิ์ ให้การเคารพนับถือผู้ใหญ่และผู้อาวุโส สิ่งเหล่านี้เราจะได้รับและซึมซับไปโดยไม่รู้ว่ามันเป็นการอบรมสั่งสอน เพราะคุณพ่อคุณแม่ของดิฉันจะทำเป็นตัวอย่าง และกล่าวว่าการยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม ความซื่อสัตย์ จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบวินัยและประกอบอาชีพสุจริต จะทำให้เราประสบความสำเร็จ และพบเจอแต่คนที่ให้ความเมตตา เกื้อหนุนอุปถัมภ์ค้ำจุน ดิฉันก็ได้ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด2) การสร้างแรงจูงใจให้ตัวเอง ในการดำเนินชีวิตทุกคนจะต้องมีเป้าหมายจึงจำเป็นจะต้องมีพลังในการขับเคลื่อนเพื่อให้สามารถประสบความสำเร็จ แต่ในการที่จะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีการสร้างแรงจูงใจเพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตไปถึงเป้าหมาย ดิฉันไม่มีสมบัติจากคุณพ่อคุณแม่ ดิฉันจึงต้องสร้างแรงจูงใจให้ตนเอง ด้วยการศึกษาชีวิตของผู้อื่นที่เค้าประสบผลสำเร็จ ทำมาหากินเจริญรุ่งเรือง ว่าเค้าทำอย่างไร มีวิธีการแบบไหนและดิฉันได้ทำในสิ่งเหล่านั้นด้วยความมุมานะอดทน แม้บางครั้งเกิดความท้อใจบ้าง ดิฉันก็จะคิดถึงปรัชญาที่ว่า การต่อสู้ การอดทน และความที่เชื่อมั่นว่า “ฉันสามรถทำได้” ก็จะทำให้ดิฉันมีกำลังใจและแรงใจที่จะต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคต่างๆได้3) ความต่อเนื่อง ดิฉันมีความขยันอดทนต่องานอย่างต่อเนื่อง รักษาหน้าที่ของตนอย่างเคร่งครัด มีความผูกพันเอาใจใส่กับงานที่ได้รับมอบหมาย เพราะธุรกิจของดิฉันเป็นการให้บริการอย่างไม่มีวันหยุด บริการ 24 ชั่วโมง ลูกค้ารายไหนเกิดเหตุ รถตกถนนหรือเกิดเหตุการณ์เร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวัน- กลางคืน ดิฉันก็ยินดีกระตือรือร้นที่จะบริการด้วยความเต็มใจ ด้วยเหตุนี้อีกอย่างที่ทำให้ธุรกิจของดิฉันเจริญรุ่งเรือง4) ความกล้าเสี่ยง ดิฉันกล้าตัดสินใจลาออกจากการเป็นพนักงานประจำอย่างเด็ดเดี่ยว มาประกอบธุรกิจของตัวเอง กล้าที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาและอุปสรรค กล้าได้กล้าเสีย กล้าเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับสิ่งที่เราไม่มีทางจะรู้เลยว่าเราจะสามรถผ่านพ้นปัญหาเหล่านั้นไปได้หรือไม่ 5) ความรู้ตัว ดิฉันรู้จักตัวเองว่ามาจากเด็กบ้านนอกต่างจังหวัด การศึกษาน้อย จึงมองหาช่องทางการทำมาหากินประกอบอาชีพ จนเป็นที่พอใจระดับหนึ่งแล้ว จึงหันกลับมาศึกษาเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพให้กับตนเอง และเป็นสิ่งที่ทำให้ดิฉันรู้จักตัวเองมากขึ้น เมื่อได้รับฟังการบรรยายของท่าน ศ.ดร.จีระ ยิ่งทำให้รู้ว่าสิ่งที่เรายังขาดนั้น ยังมีอีกมากมาย จากการที่เรารู้จักตัวเองรู้ ว่าอะไรที่เรามีเพียงพอ อะไรที่เรายังขาด นี้ทำให้เราต้องขวนขวายศึกษาหาความรู้ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตน องค์กรและสังคมต่อไป ส่วนจุดอ่อนที่ดิฉันอยากจะปรับปรุงแก้ไข คือ ความประหม่าที่มักจะเกิดขึ้นขณะที่ต้องออกไป present หน้าห้องหรือขณะที่พูดกับผู้ใหญ่ หรือการได้ฟังเรื่องราวที่ซาบซึ้งจะเกิดการสะท้อนใจ ตื้นตันใจ จนเสียงสั่นพูดไม่ออก ไม่มีความชำนาญในการใช้คอมพิวเตอร์ เป็นคนที่ใช้อารมณ์ในการทำงานมากไป เวลาพนักงานปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามประสงค์ ดิฉันก็จะ&*%$+@!# 2. เปรียบเทียบว่าผู้นำและผู้บริหารแตกต่างกันอย่างไรผู้บริหาร คือ คนที่สามารถทำให้คนอื่นไปสู่จุดหมายปลายทางได้ โดยเน้นที่ระบบงานและการควบคุมว่า จะต้องทำอย่างไร เมื่อไหร่ เพื่อหวังผลกำไร มองภาพในระยะสั้น โดยการจัดการให้สำเร็จและมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายการใช้อำนาจของผู้บริหารในการทำงานเป็นไปแบบการควบคุมเพื่อให้การใช้จ่ายเงินเป็นไปอย่างคุ้มค่า จัดระบบ เทคนิค การทำงาน ติดต่อประสานเพื่อให้เกิดอรรถประโยชน์ที่สามารถวัดผลได้ และเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องเร่งผลักดันบุคคลระดับล่างด้วยระเบียบวิธีการที่ปฎิบัติงานที่เกิดขึ้นจริงในระบบขององค์กร ผู้นำ คือ บุคคลที่มีอิทธิพลเหนือคนอื่นๆ ในกลุ่ม และเป็นผู้ที่ใช้อิทธิพลนั้น ทำให้บุคคลอื่นๆ ภายในกลุ่ม ปฏิบัติงานให้กับตนด้วยความพึงพอใจและบรรลุเป้าหมายดังที่ผู้นำปรารถนาผู้นำ หมายถึง การใช้ความสัมพันธ์ของบุคคลในอันที่จะทำให้บุคคลทำงานร่วมกันอย่างมีความตั้งใจ ตามความปรารถนา ของผู้ที่ได้ชื่อว่าผู้นำผู้นำ จะใช้วิธีการกระจายอำนาจให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาและให้ความไว้วางใจ เพื่อให้งานที่ทำร่วมกันนั้นออกมามีผลอย่างคุ้มค่า ผู้นำ จะเป็นผู้กำหนดทิศทาการทำงาน การลงทุนว่าควรจะลงทุนทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ด้วยหลักการและข้อมูล เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้วยความฉลาด และเลือกที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องด้วยการควบคุมและหลักการที่มีระบบ เพื่อประสงค์ที่จะให้บรรลุผลขั้นสูงสุด 3. ทฤษฎี 8K's , 5k’s, 8H’s เกี่ยวข้องอะไรกับ Leadership ทฤษฎีทุนในทรัพยากรมนุษย์สำหรับเรื่องทุนที่มีอยู่ในทรัพยากรมนุษย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ นักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สายพันธุ์แท้ ได้กล่าวไว้ว่า “ทรัพยากรมนุษย์” ที่มีวุฒิภาวะสามารถเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพนั้นจะต้องมีองค์ประกอบของทุนทั้งสิ้น 8 ประการ1.ทุนมนุษย์ (Human Capital)2.ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ (Talented Capital)3.ทุนทางปัญญา (Intellectual Capital)4.ทุนทางเทคโนโลยี (Digital Capital)5.ทุนทางจริยธรรม (Ethical Capital)6.ทุนแห่งความสุข (Happiness Capital)7.ทุนทางสังคม (Social Capital)8.ทุนแห่งความยั่งยืน (Sustainability Capital) ทฤษฎีนักบริหาร “8 H’s” ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์นั้น ประกอบไปด้วย1.Heritage รากฐานของชีวิต2.Home บ้านและครอบครัว3.Hand มืออาชีพ4.Head สมองคิดเป็น คิดดี5.Heart จิตใจที่ดี6.Happiness การดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข7.Harmony ความปองดองสมานฉันท์8.Health สุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ ทฤษฎี 5K’s1. Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม2. Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์3. Knowledge Capital ทุนทางความรู้4. Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม5. Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ ทั้ง 3 ทฤษฎีนี้ มีความเกี่ยวข้องกับ Leadership เพราะ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพสังคม สภาพแวดล้อม การเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวส่งผลให้ ผู้นำจะต้องใช้หลักของทั้ง 3 ทฤษฎี มา พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนระบบต่างๆในองค์กร 1.Heritage มรดกทางวัฒนธรรม อันเป็นรากฐานของความเป็นตัวตน กับSustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน เราต้องรู้จักตัวตนของเรา ว่าเราเป็นใคร เป็นอย่างไร เราจะรับสิ่งใหม่ๆสิ่งไหนเข้ามาเพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นตัวเราและยังคงเอกลักษณ์ของตัวเราไว้ได้2.Head สมองกับ Intellectual Capital ทุนทางปัญญา คือ ความมีสมองดีก็ทำให้คิดดี คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ ใช้เหตุผล ทำให้เกิดปัญญา3.Hand มืออาชีพ กับ Talented Capital ทุนทางความรู้ มีทักษะ การทำงานอย่างมืออาชีพ มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ในงานที่ทำ จึงทำให้เกิดผลสำเร็จ4.Heart จิตใจที่ดี กับ Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม การเป็นผู้มีจริยธรรมในจิตใจนั้นจะทำให้เป็นผู้นำที่น่าศรัทธา เลื่อมใส5.Health สุขภาพ พลานามัยที่สมบูรณ์ กับ Digital Capital ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ในข้อนี้ ให้ความสำคัญต่างกันในด้านของการดูแลสุขภาพ และอีกด้านหนึ่ง เป็นเรื่องของการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ6.Home บ้านและครอบครัว กับ Human Capital ทุนมนุษย์ มีความสอดคล้องกันว่า ถ้าครอบครัวอบอุ่น พื้นฐานดีก็จะได้ทรัพยากรบุคคลที่เป็นทุนมนุษย์ที่ดีด้วยเช่นกัน7.Happiness การดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข กับ Happiness Capital ทุนแห่งความสุข ก่อนอื่นคนเราต้องรู้จักแสวงหาความสุขให้กับตนเองและมีความพึงพอใจในตนเองที่เป็นอยู่ และรู้จักมองโลกให้เข้าใจในรากฐานของความสุขที่ยั่งยืน8. Harmony การปองดองสมานฉันท์ กับ Social Capital ทุนทางสังคม การมีทุนทางสังคมเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถช่วยให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้ ต้องมีความเอื้อเฟื้อปองดองและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ในการปฏิบัติภารกิจของแต่ละอย่าง รวมถึงความจริงใจที่พร้อมแบ่งปันความสำเร็จ สังคมจึงจะเป็นสุข
กราบเรียน
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมณ์ และเพื่อนๆชาว Blog ทุกท่าน
1.คุณลักษณะแต่ละบุคคล และคุณลักษณะเฉพาะของตัวเอง
ข้อด้อยที่อยากปรับปรุง
- การไม่มีความมั่นใจในตนเอง ในข้อนี้กล่าวรวมถึงข้อของความกล้าเสี่ยง , ความสามารถด้านเทคนิค , ความสามารถด้านบริหารอีกด้วย
การที่ได้มาแสวงหาความรู้ที่ ม.นานาชาติแสตมฟอร์ดและลงเรียน ภาวะผู้นำ โดยมีศ.ดร.จีระ เป็นผู้ประสิทธิ ประสาทวิชา นั้น ทำให้ผมมั่นใจว่าถ้าศึกษาวิชาภาวะผู้นำจนจบแล้วนั้น จะทำให้ข้อด้อยของผมกลับกลายเป็นข้อเด่นได้ในที่สุด และในข้อเด่นยิ่งเพิ่มพูนไปมากยิ่งๆขึ้น
ในส่วนข้อที่คิดว่าเป็นข้อเด่น นั้น
ในข้อนี้น่าจะเป็นพื้นฐานสืบทอดกันมาของครอบครัวผมก็เป็นได้ นั่นคือ การยึดหลักคุณธรรม ความซื่อสัตย์
2. ผู้นำ(leadership) มีมาตรฐานด้านจริยธรรม(ethical standards) และจะต้องประพฤติปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับมาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ มีพฤติกรรมของผู้ที่มีความซื่อสัตย์ ทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น การให้ความเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ผู้บริหาร(management)บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถในวิชาชีพของตนเป็นพื้นฐาน มีประสบการณ์ในงานที่ผ่านมาแล้วเป็นอย่างดี จึงได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นมารับหน้าที่เป็น"นักบริหาร"เป็นหัวหน้าคนหรือผู้นำนั่นเอง บังคับบัญชาที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามการบริหารของตน มีระเบียบ วินัย รอบรู้ รอบคอบ ความเด็ดขาด
ผู้นำคือผู้ที่คิดครั้งแรก และความคิดนั้นต้องเป็นรูปอธรรม สามารถนำไปปฏิบัติได้ ผู้บริหารคือผู้ที่ลงมือปฏิบัติให้เป็นจริงตามความคิดของผู้นำ<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ลักษณะข้อแตกต่างระหว่างผู้บริหารกับผู้นำ
ผู้บริหาร
1. มักรู้ไปทุกอย่าง
2. มักติเตียน
3. มักบอกว่าอะไรต้องทำ (ให้เสร็จ)
4. มักพูดก่อน (ฟัง)
5. มักออกคำสั่ง
6. มักเรียกร้องความเคารพ(จากลูกน้อง)
7. มักปกครองด้วยกฎหมาย
ผู้นำ
1. มักยอมรับความผิดพลาด
2. มักให้คำแนะนำ
3. มักแสดงให้ดูว่าทำอย่างไร(จึงจะเสร็จ)
4. มักฟังก่อน (พูด)
5. มักให้แนวทาง
6. การได้มาและคู่ควรต่อความเคารพ(จากลูกน้อง)
7. มักแสดงความมีมนุษยธรรม</p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">การเป็นผู้นำนั้นเป็นได้ไม่ยาก แต่การที่จะเป็นผู้นำที่ดีให้ได้นั้น ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ของการบังคับบัญชา (ศ.นพ.กระแส ชนะวงศ์)</p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">คนที่คิด คนที่พูด คนที่ทำอะไรแล้วคนอื่นเชื่อถือ อยากทำตาม อยากช่วยเหลือ อยากสนับสนุน (อานันท์ ปันยารชุน)</p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ชีวิตคนคนหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรก็ได้ ทำอะไรได้สำเร็จ 80% เกิดจากภาวะผู้นำอีก 20% เกิดจากวิชาการหรือเรียกว่า กฎ 80:20 ของ Pareto’s Law </p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">3. ผู้นำ(Leadership) ต้องรู้มาก รู้กว้าง รู้ลึกกว่าผู้อื่นต้องแสดงออกให้ลูกน้องเห็นความเป็นตัวตน(ego less)</p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">Intellectual Capital ทุนทางปัญญา 8K’s</p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">Head 8H’s</p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">Knowledge 5K’s ทุนความรู้</p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">รู้ตัวทุกขณะว่าคิดอะไร เพื่อจะทำอะไร(คิดเป็น)</p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ทรัพยากรมนุษย์นั้นเพิ่มมูลค่าและพัฒนาไม่มีจบ ขณะที่ทรัพยากรอื่นจะลดจำนวนลง หรือลดมูลค่าลงเรื่อยๆ</p>
กราบเรียนศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และเพื่อนๆชาว Blog ทุกท่าน1.คุณลักษณะแต่ละบุคคล และคุณลักษณะเฉพาะของตัวเอง ข้อด้อยที่อยากปรับปรุง- การไม่มีความมั่นใจในตนเอง ในข้อนี้กล่าวรวมถึงข้อของความกล้าเสี่ยง , ความสามารถด้านเทคนิค , ความสามารถด้านบริหารอีกด้วย การที่ได้มาแสวงหาความรู้ที่ ม.นานาชาติแสตมฟอร์ดและลงเรียน ภาวะผู้นำ โดยมีศ.ดร.จีระ เป็นผู้ประสิทธิ ประสาทวิชา นั้น ทำให้ผมมั่นใจว่าถ้าศึกษาวิชาภาวะผู้นำจนจบแล้วนั้น จะทำให้ข้อด้อยของผมกลับกลายเป็นข้อเด่นได้ในที่สุด และในข้อเด่นยิ่งเพิ่มพูนไปมากยิ่งๆขึ้นในส่วนข้อที่คิดว่าเป็นข้อเด่น นั้นในข้อนี้น่าจะเป็นพื้นฐานสืบทอดกันมาของครอบครัวผมก็เป็นได้ นั่นคือ การยึดหลักคุณธรรม ความซื่อสัตย์2. ผู้นำ(leadership) มีมาตรฐานด้านจริยธรรม(ethical standards) และจะต้องประพฤติปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับมาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ มีพฤติกรรมของผู้ที่มีความซื่อสัตย์ ทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น การให้ความเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ผู้บริหาร(management)บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถในวิชาชีพของตนเป็นพื้นฐาน มีประสบการณ์ในงานที่ผ่านมาแล้วเป็นอย่างดี จึงได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นมารับหน้าที่เป็น”นักบริหาร”เป็นหัวหน้าคนหรือผู้นำนั่นเอง บังคับบัญชาที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามการบริหารของตน มีระเบียบ วินัย รอบรู้ รอบคอบ ความเด็ดขาดผู้นำคือผู้ที่คิดครั้งแรก และความคิดนั้นต้องเป็นรูปอธรรม สามารถนำไปปฏิบัติได้ ผู้บริหารคือผู้ที่ลงมือปฏิบัติให้เป็นจริงตามความคิดของผู้นำ ลักษณะข้อแตกต่างระหว่างผู้บริหารกับผู้นำ
ผู้บริหาร
1. มักรู้ไปทุกอย่าง
2. มักติเตียน
3. มักบอกว่าอะไรต้องทำ (ให้เสร็จ)
4. มักพูดก่อน (ฟัง)
5. มักออกคำสั่ง
6. มักเรียกร้องความเคารพ(จากลูกน้อง)
7. มักปกครองด้วยกฎหมาย
ผู้นำ
1. มักยอมรับความผิดพลาด
2. มักให้คำแนะนำ
3. มักแสดงให้ดูว่าทำอย่างไร(จึงจะเสร็จ)
4. มักฟังก่อน (พูด)
5. มักให้แนวทาง
6. การได้มาและคู่ควรต่อความเคารพ(จากลูกน้อง)
7. มักแสดงความมีมนุษยธรรมการเป็นผู้นำนั้นเป็นได้ไม่ยาก แต่การที่จะเป็นผู้นำที่ดีให้ได้นั้น ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ของการบังคับบัญชา (ศ.นพ.กระแส ชนะวงศ์)คนที่คิด คนที่พูด คนที่ทำอะไรแล้วคนอื่นเชื่อถือ อยากทำตาม อยากช่วยเหลือ อยากสนับสนุน (อานันท์ ปันยารชุน)ชีวิตคนคนหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรก็ได้ ทำอะไรได้สำเร็จ 80% เกิดจากภาวะผู้นำอีก 20% เกิดจากวิชาการหรือเรียกว่า กฎ 80:20 ของ Pareto’s Law 3. ผู้นำ(Leadership) ต้องรู้มาก รู้กว้าง รู้ลึกกว่าผู้อื่นต้องแสดงออกให้ลูกน้องเห็นความเป็นตัวตน(ego less)Intellectual Capital ทุนทางปัญญา 8K’sHead 8H’sKnowledge 5K’s ทุนความรู้รู้ตัวทุกขณะว่าคิดอะไร เพื่อจะทำอะไร(คิดเป็น)ทรัพยากรมนุษย์นั้นเพิ่มมูลค่าและพัฒนาไม่มีจบ ขณะที่ทรัพยากรอื่นจะลดจำนวนลง หรือลดมูลค่าลงเรื่อยๆ
เรียน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ และท่านผู้อ่านทุกท่าน นักศึกษา MPA ได้รับเกียรติเป็นอย่างยิ่งจากท่านอาจารย์จีระที่ได้มาสอนพวกเรา ซึ่งท่านอาจารย์จีระยังได้บรรยายในรายวิชาภาวะผู้นำ และยังได้ให้พวกเราได้แลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นของแต่ละคนออกมาว่าได้อะไรและต้องการอะไรที่จะได้จากวิชานี้ ส่วนความคิดเห็นของการบ้าน 3 ข้อ มีดังนี้ค่ะ ข้อ 1 ลักษณะเฉพาะของแต่ละคน จุดอ่อน จุดแข็ง อะไรบ้างที่อยากจะปรับปรุง จุดแข็ง 1. มองโลกในแง่ดีและมีสัมมาคารวะ ทำให้เราทำอะไรได้อย่างสบายใจ รู้กาลเทศะ และ ไม่ใช่คนคิดมาก เพราะถ้าเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยเกินไปมันทำให้เราไม่มีความสุขที่จะทำงานหรือเรื่องอื่นๆ 2. ความอดทนอดกลั้น ไม่ยอมแพ้ต่อความลำบาก ไม่ซ้ำเติมใครเมื่อเขาทำผิดพลาด จะให้กำลังเพื่อเริ่มต้นใหม่ 3. ความซื่อสัตย์และความตั้งใจ แม้จะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องเรียนก็จะมุ่งมั่นและตั้งใจทำให้ดีที่สุด และความซื่อสัตย์ถึงแม้ว่าเราจะทำงานอะไรก็จะติดตัวเราไปตลอด จุดอ่อน 1. กล้าแสดงออก เรื่องนี้ถือเป็นจุดอ่อนค่ะ เพราะว่าขาดการแสดงออกในชุมชน ซึ่งต้องใช้อย่างมากในการทำงาน เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่จะต้องนำไปใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป 2. ความมั่นใจ ข้อนี้ถ้าขาดความมั่นใจ ก็จะคอยคิดว่าทำดีหรือยัง มันยังไม่ดีนะ น่าจะทำได้ดีกว่านี้อีก ข้อ 2 ระหว่างผู้นำกับผู้บริหารแตกต่างกันอย่างไร ผู้นำ (Leader) ผู้นำ (Leader) เน้นประสิทธิผล มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร เพราะผู้นำมีภาระหน้าที่ และความรับผิดชอบโดยตรงที่จะต้องวางแผนสั่งการดูแล และควบคุมให้บุคลากรขององค์การปฏิบัติงานต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ มีทักษะ เพื่อการสร้างความมั่นใจว่างานขององค์การคือสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ซึ่งก็มีหน้าที่อำนวยความสะดวกเพื่อให้เกิดเป้าหมาย (Goals) ขององค์การ เป็นผู้ที่ริเริ่มในการพัฒนาวิสัยทัศน์ที่ควรจะเป็นขององค์การ โดยสรุปงานด้านการเป็นผู้บริหาร (Management) ได้แก่ การควบคุม การวางระบบ การจัดระเบียบ และเน้นความมีประสิทธิภาพ ส่วนงานการเป็นผู้นำ (Leadership) คือการทำหน้าที่ปลดปล่อยพลังความสามารถของผู้ปฏิบัติงานการ จัดทำวิสัยทัศน์เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีประสิทธิผล
ผู้บริหาร (Management) ผู้บริหาร (Management)เน้นประสิทธิภาพ ความสำเร็จในภาระหลักของผู้บริหาร อำนาจหน้าที่ที่ได้รับและทรัพยากรการบริหารที่จำเป็นแล้ว ยังขึ้นอยู่กับประสิทธิผลผู้บริหารอีกด้วย นอกจากนี้ด้านการเป็นผู้บริหาร (Management) ได้แก่ การควบคุม การวางระบบ การจัดระเบียบ และเน้นความมีประสิทธิภาพ จัดหา ประสานงาน และกระจายทรัพยากรมนุษย์และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับองค์การแล้วยังมีอิทธิพลโดยชักชวนโน้มน้าว หรือชี้นำ ให้คนอื่นปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จตาม เป้าหมายที่กำหนดไว้ด้วย ผู้บริหารจึงจำเป็นต้องมีทักษะในการเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ในการทำงานขององค์การ เป็นผู้ที่สร้างความมั่นใจว่าสร้างที่ปฏิบัตินั้นเป็นไปตามกฎระเบียบขององค์การ ข้อ 3 ทฤษฎี 8 K’s, 8 H’s, 5 K’s เกี่ยวข้องอย่างไรกับ Leadership ตามทฤษฎี 8 K’s ได้แก่ • ทุนมนุษย์ (Human Capital) • ทุนทางความรู้ (Talented Capital) • ทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) • ทุนทาง IT (Digital Capital) • ทุนทางความสุข (Happiness Capital) • ทุนทางจริยธรรม (Ethical Capital) • ทุนทางสังคม (Social Capital) • ทุนแห่งความยั่งยืน (Sustainability Capital) ตามทฤษฎี 8 H’s ได้แก่ • Heritage แสดงถึงตัวตนและคุณค่าของตัวเอง • Home บ้านเป็นพื้นฐานแห่งการดำรงชีวิตที่จะต้องมั่นคง • Hand มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ • Head ใช้ความคิดให้เกิดประโยชน์ • Heart เป็นผู้ที่มีจิตใจดี • Happiness แสวงหาความสุขให้กับชีวิต • Harmony ความร่วมมือร่วมใจให้เกิดความสงบสุข • Health เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์ ตามทฤษฎี 5 K’s ได้แก่ • Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ • Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม • Knowledge Capital ทุนทางความรู้ • Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์ • Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม ทฤษฎี 8 K’s, 8 H’s, 5 K’s ทั้ง 3 ทฤษฎีนี้เกี่ยวข้องกับ Leadership ได้ว่าก่อนอื่นได้ความรู้ เพื่อนำมาปรับและประยุกต์ใช้ที่ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีทั้ง 3 ทฤษฎีนี้ ใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวมให้มากที่สุด องค์กรที่ทำงานและได้มีมุมมองที่กว้างมากขึ้น และถ้ารู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วได้นำทฤษฎีไปใช้จริงหรือไม่ ยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นหรือไม่และจะทำอย่างไรที่จะสร้าง และดึงศักยภาพของคนในองค์กรออกมาใช้ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะทุกคนย่อมมีศักยภาพในตัวถือได้ว่าเป็นได้ทั้งผู้นำและผู้บริหาร
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ สวัสดีเพื่อนนักศึกษา MPA มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ทุกท่าน
สำหรับดิฉันแล้ว การมีจุดแข็ง
1.ในเรื่องของจริยธรรมนั้นเป็นเรื่องของรูปแบบของการตีความว่า พฤติกรรมใดผิด พฤติกรรมใดถูก สิ่งใดดี สิ่งใดเลว ควรทำหรื่อไม่ควรทำ จริยธรรมนี้จะเกี่ยวข้องกับมนุษย์ทุกสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา หรือสถาบันวิชาชีพ สถาบันต่าง ๆ พยายามที่จะสอนให้คนมีจริยธรรม แต่การที่จะได้ผลสัมฤทธิตามคำสอนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของผู้เรียนรู้ว่าจะยอมรับและนำไปปฏิบัติมากน้อยเพียงใด
2.การให้ความเคารพนับถือผู้อื่น ไม่สำคัญว่าผู้นั้นจะเป็นใครมาจากไหน ไม่ว่าจะอายุมากกว่าหรือน้อยกว่า
3.เชื่อมั่นและรับฟัง มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง แต่ในขณะเดียวกันยินดีรับฟังข้อคิดเห็นของผู้อื่นเสมอ และไม่ถือตัวเย่อหยิ่งกับผู้อื่น
4.ยอมรับทั้งข้อผิดพลาดและถูกต้อง มีความรับผิดชอบต่อการกระทำภายใต้การควบคุมดูแลของตน และผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา ไม่ใช่รับความดีแต่ไม่ยอมปกป้องลูกน้องในกรณีที่เกิดผิดพลาด
5.รู้จักปรับตัวและยืดหยุ่น มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมรอบด้านได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เนื่องมาจากความสามารถในการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
จุดอ่อน
1.ขาดความเชียวชาญในด้านเทคนิค 2.ขาดความกล้าเสี่ยง 3.ขาดความสามารถด้านบริการจัดการ 4.เป็นคนตรงเกินไป 5.คิดเร็ว พูดเร็ว
(หมายเหตุ) คนทุกคนไม่ใช้ว่าจะมีจุดแข็งและจุดอ่อนมากกว่าหรือน้อยกว่า 5 ข้อ เสมอไป
ทฤษฎี 8K’S,SK’S,8H’S เกี่ยวข้องอะไรกับ Leadership ทฤษฎี 8H’S ทฤษฎีบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
ทฤษฎี 8K’S ทฤษฎีทุนในทรัพยากรมนุษย์ ทุนแห่งความยังยืน Sustainable Capital ทุนทางสังคม Social capital ทุนทางจริยธรรม Ethical Capital ทุนแห่งความสุข Happiness Capital ทุนทาง IT Digital Capital ทุนทางปัญญา Intellectual Capital ทุนทางความรู้ ทักษะ ทัศนคติ Talent Capital ทุนมนุษย์ Human Capital
ทฤษฎี 5 K’S ได้แก่ 1. Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม 2. Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์ 3. Knowledge Capital ทุนทางความรู้ 4. Cultural Capital ทุนทางประสบการณ์ 5. Emotional Capital ทุนทางอารมณ์
เราจะเห็นว่า
ทฤษฎี 8 H’S :ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ทฤษฎี 8 K’S : ของ ศ.ดร. ธีระ หงส์ลดารมภ์ ทฤษฎี 5 K’S :
ทั้ง 3 ทฤษฎีนี้ ถ้าผู้ศึกษาได้นำไปปฏิบัติอย่างจริงจังจะทำให้มีวุฒิของความเป็นผู้นำได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะถ้าได้อ่านหนังสือ 2 เล่ม คือ
1).2พลังความคิดชีวิตและงาน ของ ศ.ดร. ธีระ หงส์ลดารมภ์ และคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
2).หนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้ โดย ศ.ดร. ธีระ หงส์ลดารมภ์ , คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา
หนังสือ 2 เล่มดังกล่าวเป็นผลงานที่ได้กลั่นกรองจากประสบการณ์ การเป็นอาจารย์ผู้คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงวิชาการในด้านการจัดการและการเป็นผู้นำ ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงกว้างมาเป็นเวลายาวนาน รวมไปถึงประสบการณ์จริงในการเป็นที่ปรึกษาองค์กรต่าง ๆ ผู้บรรยายคอลัมน์นิสต์ วิทยากร ตลอดจนมีผลงานการทำวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศมากมาย
สุรีย์ อภิราษฎร์ศักดิ์
สวัสดีคะท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่เคารพ พี่ๆนักศึกษา MPA และผู้อ่านทุกท่าน จากที่ได้เรียนวิชาภาวะผู้นำกับท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2549 ก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องภาวะผู้นำมาพอสมควรและได้มีความรู้และความเข้าใจในห้องเรียน และ มาศึกษาความรู้จากนอกห้องเรียน แล้วจึงได้นำข้อมูลที่ท่านอาจารย์ได้ชี้แนะให้ไปศึกษาเพิ่มเติมมาเสนอดังนี้ <h3 style="margin: auto 0cm; text-indent: 36pt"> 1. แต่ละคนมีอะไรบ้าง ในคุณลักษณะแต่ละบุคคลและคุณสมบัติเฉพาะตัว มีจุดแข็ง จุดอ่อนอะไรบ้าง อยากจะปรับปรุงเรื่องอะไร อธิบายมา 5 เรื่อง </h3><h3 style="margin: auto 0cm; text-indent: 36pt">ตั้งแต่ดิฉันได้ออกมาสัมผัสกับโลกใบนี้ก็ได้รับการเลี้ยงดู จาก คุณพ่อและคุณแม่มาโดยตลอดท่านทั้งสองไม่เคยละเลยการดูแลเอาใจใส่ดิฉันโดยตลอดมา ดิฉันจึงได้ สัมผัส รับรู้ เรียนรู้ พฤตกรรม มารยาท คุณธรรมจริยธรรม วิธีการดำรงชีวิต ให้อยู่ร่วมกับครอบครัว สังคม อย่างมีความสุข จากคุณพ่อ และคุณแม่ ทำให้ดิฉันมีคุณลักษณะเฉพาะตัว คือ</h3>1. รักครอบครัว2. มีเหตุผล3. มุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่ดี มีประโยชน์ ต่อตนเอง และผู้อื่น4. มีความรับผิดชอบ5. มองโลกตามความเป็นจริง ไม่ได้มองโลกในแง่ดีเกินไป หรือแง่ร้ายเกินไป 6. มีระเบียบวินัยต่อตนเอง และ งาน7. มีความพยายาม ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคง่าย ๆ ให้กำลังใจตนเอง และ สู้ต่อ เมื่อพบอุปสรรค8. ใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลาเมื่อมีโอกาส9. มีคุณธรรมในเรื่อง- มีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง และ ผู้อื่น- มีน้ำใจ เมตตา กรุณา ต่อเพื่อน มนุษย์ และ สัตว์โลก- ไม่ดูถูกผู้อื่น ไม่แบ่งชนชั้น วรรณะ ชาติ ภาษา- เรื่องงาน ยึดผู้ป่วยเป็นหลัก มุ่งเน้นการดูแลให้ผู้ป่วยหายป่วยทั้งด้านร่างกาย จิตสังคม และจิตวิญญาณ- เสียสละ กำลังกาย กำลังใจ เวลา ยอมเหนื่อยกายอุทิศงานเพื่อคนไข้ทั้งใจกาย10. มีความ ตั้งใจ มุ่งมั่นที่จะเป็นพยาบาลที่ดี 11. ใจอ่อน12. Sensitive13. เป็นคนไม่ค่อยยอมใคร ง่ายๆ ถ้าตัวเองไม่ผิด14.ไม่ค่อยออกกำลังกาย15. ไม่ค่อยกล้าแสดงออกต่อ สาธารณะชน <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt">จุดแข็ง</h1>- ความพยายาม คิดว่าทุกอย่างต้องสำเร็จได้ถ้าเรามีความมานะ และ พยายาม ไม่มีอะไรเกินความสามารถ <h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt">จุดอ่อน</h2>- ใจอ่อน ขี้สงสาร อาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาด- Sensitive ทำให้ดูอ่อนแอ- ไม่ค่อยกล้าแสดงออกต่อ สาธารณะชน <h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt">สิ่งที่ต้องการปรับปรุง</h2>- ใจอ่อน ขี้สงสาร อาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาด- Sensitive ทำให้ดูอ่อนแอ- เป็นคนไม่ค่อยยอมใคร ง่ายๆ ถ้าตัวเองไม่ผิด อาจทำให้เกิดความขัดแย้งกับผู้อื่น- ไม่ค่อยออกกำลังกาย อาจส่งผลให้สุขภาพ ไม่ดีเท่าที่ควร- ไม่ค่อยกล้าแสดงออกต่อ สาธารณะชน อาจทำให้เสียโอกาสในบางเรื่อง <h3 style="margin: auto 0cm auto 41.25pt; text-indent: -23.25pt; tab-stops: list 41.25pt"> 2. เปรียบเทียบว่าผู้นำและผู้บริหารแตกต่างกันอย่างไร </h3>ผู้นำ (Leader) หมายถึงบุคคลที่ได้รับการยอมรับและยกย่องจากบุคคลอื่น หมายถึง บุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งขึ้นมา หรือได้รับการยกย่องให้เป็นหัวหน้าในการดำเนินงานต่างๆ
ความเป็นผู้นำ (Leadership) หมายถึง บุคคลที่มีความสามารถในการบังคับบัญชาบุคคลอื่น โดยได้รับการยอมรับและยกย่องจากบุคคลอื่น เป็นผู้ทำให้บุคคลอื่นไว้วางใจและให้ความร่วมมือ ความเป็นผู้นำเป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการอำนวยการหรือสั่งการ บังคับบัญชา ประสานงานโดยอาศัยอำนาจหน้าที่ (Authority) เพื่อให้กิจการงานบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่ต้องการความเป็นผู้นำ หมายถึง ผู้ที่มีความสามารถในการใช้ศิลปในการจูงใจผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จด้วยความเต็มใจ
ผู้บริหาร (Executive) หมายถึง บุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในองค์การต่างๆ เพื่อควบคุมดูแลความรับผิดชอบให้กิจการงานต่างๆ สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์โดยอาศัยผู้อื่น
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" style="border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
กลุ่มปฏิบัติตามเพราะเชื่อถือและศรัทธา
</tbody></table><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> 3.ทฤษฎี 8 K’s , 5k’s, 8H’s เกี่ยวข้องอะไรกับ Leadership </h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> leadership มีความสัมพันธ์กับ 8 K, 8H, 5Ks คือ การเป็นผู้นำที่ดี ควรมีคุณสมบัติดัง 8 K, 8H, 5Ks จึงจะทำให้เป็นผู้นำที่ดีที่สมบูรณ์แบบ </h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> 8K’S 8H’S </h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> 1. Human Capital ทุนมนุษย์ © Home : บ้านและครอบครัว </h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> ถ้าผู้นำมีพื้นฐานการเลี้ยงดู มีการปลูกฝังอบรม สั่งสอน ให้มีความสมบูรณ์แบบทั้งทางร่างกาย จิตใจ พฤติกรรม การดำรง ชีวิต เป็นคนที่ดี สามารถตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้อง ถือว่าเป็นทุนมนุษย์ที่ผู้นำพึงควรมี </h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt"> 2. Intellectual Capital ทุนทางปัญญา©Head : สมอง ( คิดเป็น คิดดี ) </h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 36pt; text-indent: 36pt">ผู้นำที่ดีควรมีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ เพื่อการบริหารจัดการงานและเป็นผู้นำที่ดีมีประสิทธิภาพ </h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> 3. Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม © Heart : จิตใจที่ดี </h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> ถ้าผู้นำเก่งแต่อำนาจจัดการ แต่ไม่มีคุณธรรม จริยธรรม ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชา อาจไม่เชื่อถือ และไม่เคารพ รัก </h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> 4. Happiness Capital ทุนแห่งความสุข©Happiness : การดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข </h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt; text-indent: 54pt">เมื่อไม่มีความสุขในการทำงาน จัดการบริหารงาน อาจทำให้ผู้ทำงาน มีความอึดอัด คับข้องใจ ผลงานที่ออกมา ไม่ประสบผลสำเร็จ ความเป็นผู้นำก็ล้มเหลว</h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> 5. Social Capital ทุนทางสังคม©Harmony :ความปรองดองสมานฉันท์ </h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt; text-indent: 63pt">ผู้นำ และ มนุษย์ เป็นสัตว์ สังคม ไม่สามารถดำรงชีวิดอยู่ได้เพียงคนเดียงโดยไม่มีสังคม เพราะเราต่างอาศัยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันดังนั้น ผู้นำจึงควรมีสังคมเพื่อส่งเสริมให้มีภาวะผู้นำที่ดี</h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> 6. Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน©Heritage :(มรดก) รากฐานของชีวิต </h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> ผู้นำควรมีรากฐานของชีวิตที่ดี มีวัฒนธรรมที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความยั่งยืนของชีวิตจะส่งเสริมให้เป็นผู้นำที่ดี</h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> 7. Digital Capital ทุนทาง IT ©Health :สุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ </h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> การเป็นผู้นำที่ดีต้องคนที่รับรู้ข่างสารทันเหตุการณ์ตลอดเวลา จะได้มีการพัฒนาตนเองและ หน่วยงานตลอดเวลา ในเรื่องสุขภาพก็เช่นเดียวกัน การมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ เป็นฐานสำคัญที่จะส่งเสริมให้เกิดภาวะผู้นำที่ดีด้าน อื่นๆ</h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> 8. Talented Capital ทุนทาง Knowledge , Skill, และ Mindset©Hand : มืออาชีพ </h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> ผู้นำที่ดี จะต้องเป็นผู้รอบรู้ ฉลาดเฉลียว มีความรู้ความสามารถ ที่ดี จะทำให้ คิดเป็น ทำเป็น และผล ของงาน จะสำเร็จลุร่วง </h3><h3 style="margin: auto 0cm auto 18pt"> 5K’S </h3>1. Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม ผู้นำที่ดีควรมีการเรียนรู้รับรู้นวัตกรรมใหม่ๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคตเพื่อเสริมสร้างให้เป็นผู้รอบรู้และเพิ่มศักยภาพที่ดี2. Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์ ผู้นำควรมีการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อพัฒนางานหรือบุคคลให้ดียิ่งขึ้น ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่3. Knowledge Capital ทุนทางความรู้ ผู้นำควรมีความรู้ที่ดี เก่ง มีความสามารถหลายๆด้าน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ควรมี เพราะการพัฒนาตนเอง ผู้ร่วมงาน หน่วยงาน จำเป็นต้องมีความรู้เพื่อนำไปพัฒนาให้ตนเอง ผู้ร่วมงาน หน่วยงานดียิ่งขึ้น4. Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม ทุกคนล้วนมีวัฒนธรรมของตนเอง ซึ่งจะได้จากครอบครัว สังคม ที่ตนเองอยู่ และต้องเป็นวัฒนธรรมที่ดี เพราะผู้นำจะต้องร่วมงานกับบุคคล สังคม ที่ต่างก็มีวัฒนธรรม ผู้นำจะต้องสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้เกิดในหน่วยงานแล้วจะทำให้ หน่วยงานประสบความสำเร็จ ผู้นำได้รับการยกย่อง5. Emotional Capital ทุนทางอารมณ์อารมณ์เป็นเรื่องสำคัญในการเป็นผู้นำ เพราะการรู้จักจัดการกับอารมณ์ของตนเองให้ดีแล้วจะช่วยในเรื่องของบุคลิคลักษณะให้ดูเป็นผู้นำที่ดีถ้าผู้นำอารมณ์ดี ผู้ตามก็จะมีความสุข ปฏิบัติตามผู้นำ งานออกมาก็จะดี
เรียน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ สวัสดี พี่ๆ และเพื่อนนักศึกษา MPA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ด ศ.ดร.จีระฯ ได้สอนว่าด้วยการให้นักศึกษาออกความคิดเห็นว่า ท่านมีความคิดอย่างไรกับการมีบทบาทของภาวะผู้นำ และได้มีคำถามให้ไว้ว่า “วันนี้คุณได้อะไรบ้าง 1 เรื่อง” โดยให้แสดงความคิดเห็นแต่ละท่าน และได้สอนเกี่ยวกับเรื่องภาวะผู้นำ โดยเริ่มจากบุคคลที่มีความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์ในประเทศและต่างประเทศ “คนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุดขององค์กร”โดย คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา” “The Networth of Microsoft is 5% Physical assets, 95% human imagination”By Bill Gates หลังจากนั้นก็ได้เริ่มจากทฤษฎีทุน 8 ประเภท ทฤษฎี 5K’s ทฤษฎี 3 วงกลม ซึ่งชี้ให้เห็นว่าภาวะผู้นำเน้นรวมพลังของ Competency โดยอธิบายว่าทฤษฎีต่าง ๆ สามารถที่จะปรับไปใช้กลับการทำงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างความเป็นผู้นำให้กับผู้เรียนได้ แลได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความแตกต่างของผู้นำกับผู้บริหาร และยังให้นักศึกษาได้ดูหนังสือ 2 พลังความคิดชีวิตและงาน ที่เขียนร่วมกับคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ โดยเน้นเรื่องทฤษฎี 8K’s กับ 8 H’s ได้ให้นักศึกษาดูเทปเกี่ยวกับสู่ศตวรรษใหม่ “คุณพารณ อิศรเสนาและศ.ดรจีระ” เป็นเทปรายการเกี่ยวกับการสัมภาษณ์เรื่องทรัพยากรมนุษย์ และหลังจากนั้นก็ได้เริ่มให้นักศึกษาออกความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ได้ตั้งคำถามไว้ตั้งแต่ต้นชั่วโมงว่า “วันนี้คุณได้อะไรบ้าง 1 เรื่อง” จากนั้นได้ฝากให้นักศึกษาทำงานจำนวน 3 หัวข้อ ดังนี้ <h3 style="margin: 5pt -52.7pt 5pt -36pt; text-indent: 36pt">1. แต่ละคนมีอะไรบ้าง ในคุณลักษณะแต่ละบุคคลและคุณสมบัติเฉพาะตัว มีจุดแข็ง จุดอ่อนอะไรบ้าง อยากจะปรับปรุงเรื่องอะไร อธิบายมา 5 เรื่อง</h3>- ในส่วนของคำถามข้อที่ 1 นั้น ก่อนอื่นผมขออนุญาตเล่าถึงประวัติส่วนตัวโดยสังเขป เริ่มต้นจากการที่ผมได้มีโอกาสเติบโตมาจากครอบครัวที่ค่อนข้างที่จะสบาย และอบอุ่น โดยในด้านของครอบครัวจะมีการสั่งสอนถึงเรื่องการมีเหตุผล ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ในทุกๆ เรื่อง ให้ความมุ่งมั่นในการที่จะทำสิ่งใด จึงทำให้เป็นการปลูกฝังเข้าไปในจิตสำนึก และผมเองก็จะพยายามในการช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอด ตั้งแต่เด็ก จนทำให้สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ และเข้าใจคนรอบข้าง ได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งเริ่มเติบโตมา ก็ได้มีโอกาสเข้าเรียนในสถาบันศึกษาอบรมหลักของทหาร-ตำรวจ คือ โรงเรียนเตรียมทหาร และ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนกระทั่งจบการศึกษาและเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ในด้านของจุดอ่อนหรือสิ่งที่อยากจะปรับปรุง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพในตัวของกระผมนั้นก็มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน 1. ด้านความอดทนอดกลั้น จะสังเกตุอยู่ในหลายๆ ครั้ง ในการทำงานโดยในปัจจุบัน เป็นตำรวจต้องเป็นผู้ที่รับฟัง รับความรู้สึกของประชาชน ผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชา คนรอบตัวทุกๆ ด้าน ซึ่งในบางครั้ง การที่เราไม่สามารถแยกแยะได้ว่า อะไรคืออะไร ก็ทำให้เป็นปัญหาขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้ลองพยามยามฝึกโดยใช้ความสงบนิ่งและสมาธิเข้ามาช่วยเหลือ 2. เป็นคนผัดวันประกันพรุ่ง ปัญหาในเรื่องนี้ เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ก็มักจะเกิดขึ้นในโอกาสที่เมื่องานในหลายๆ อย่าง เข้ามารุมเร้า ทำให้เราเกิดอาการท้อแท้ ไม่รู้ว่าจะทำสิ่งใดดี ก็เลยปล่อยให้เวลามันเป็นตัวช่วย ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดี จึงได้คิดลองหาทางแก้ไขดู ก็ได้ข้อคิดอยู่อย่างหนึ่งคือ หากครั้งได้คิดที่จะปล่อยให้ผัดงานออกไปอีก ก็ใช้วิธีคิดถึงคนในสังคมที่ไม่มีโอกาสเหมือนเรา พวกเขาต้องลำบากต่อสู้ดิ้นรนอย่างไร สิ่งนี้มันก็สามารถจะช่วยเหลือให้เกิดกำลังใจมุ่งมั่นทำงานได้ต่อไป 3. ความละเอียดรอบคอบในการทำงาน ปัญหานี้มักจะได้รับการตำหนิจากผู้บังคับบัญชาเสมอ เนื่องจากความละเอียดรอบคอบ เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานไม่ว่าจะเป็นด้านใด เช่น การแต่งกาย การร่างหนังสือ การมีมารยาท ฯลฯ ซึ่งในส่วนนี้ตัวเองได้ให้ข้อสรุปกับตัวเองไว้ว่า ต้องใช้ความพยายาม และอาศัยความชำนาญ ประสบการณ์ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาต่างๆ นี้ 4. การมีความมั่นใจในตนเอง เรื่องนี้ถึงแม้จะได้รับการฝึกอบรมมาจากทั้งในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ แล้วก็ตาม แต่ก็ยังเป็นปัญหามาโดยตลอด เนื่องจากปัญหานี้มันมีองค์ประกอบหลายอย่าง ซึ่งในส่วนตัวของกระผมเองก็ได้คิดหาวิธีการไว้ แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องอาศัยความพยายาม และความกล้าในการทำ พยายามพบปะพูดคุยกับคนรอบข้าง ทั้งที่รู้จักหรือไม่รู้จัก 5. ไม่ศึกษาสิ่งที่จะทำให้ถ่องแท้ก่อนลงมือทำ นี้เป็นซึ่งที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการทำงานหลายๆ ครั้ง เนื่องจากเป็นคนชอบทำงานรวดเร็ว อาศัยว่าที่ผ่านมาไม่มีปัญหา หรือผ่านมาได้ตลอด ดวงดี ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะยิ่งผมทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยแล้ว จะทำให้เกิดความสูญเสียตามมาได้ <h3 style="margin: auto 0cm">2. เปรียบเทียบว่าผู้นำและผู้บริหารแตกต่างกันอย่างไร</h3>- ความหมายของผู้นำ (Leader) ความหมายของคำว่าผู้นำ ซึ่งตรงกับภาษาอังกฤษว่า “Leader” นั้น ได้มีผู้ให้ความหมายไว้ในลักษณะต่าง ๆ เช่น 1. ผู้นำ หมายถึง บุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งขึ้นหรือได้รับการยกย่องขึ้นให้เป็นหัวหน้าผู้ตัดสินใจ (Decision Maker) เพราะมีความสามารถในการปกครองบังคับบัญชา และจะพาผู้ใต้บังคับบัญชาหรือหมู่ชนไปในทางที่ดีหรือชั่วได้ 2. ผู้นำ คือ บุคคลใดบุคคลหนึ่งในกลุ่มคนหลาย ๆ คนที่มีอำนาจอิทธิพลหรือความสามารถในการจูงใจคนให้ปฏิบัติตามความคิดเห็นความต้องการหรือคำสั่งของเขาได้ 3. ผู้นำ คือผู้ที่มีอิทธิพลในทางที่ถูกต้องต่อการกระทำของผู้อื่นมากกว่าคนอื่น ๆ ในกลุ่มหรือองค์กรซึ่งเขาปฏิบัติงานอยู่ 4. ผู้นำ คือผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งจากกลุ่มเพื่อให้เป็นหัวหน้า 5. ผู้นำ เป็นคนเดียวในกลุ่มที่จะต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำ ผู้ประสานงานกิจกรรมภายในกลุ่ม ซึ่งกล่าวโดยสรุปแล้ว ผู้นำคือ ผู้ที่มีศิลปะที่สามารถมีอิทธิพลเหนือผู้อื่น นำบุคคลเหล่านั้นไปโดยได้รับความไว้วางใจและเชื่อใจอย่างเต็มที่อีกทั้งยังได้รับความเคารพนับถือ ความร่วมมือและความมั่นใจจากผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างจริงจังความหมายของภาวะผู้นำ (Leadership) ได้มีผู้ให้ความหมายของภาวะผู้นำไว้หลายประการ เช่น 1.ภาวะผู้นำ หมายถึงผู้ที่มีอำนาจเหนือผู้อื่นและอำนาจนี้ช่วยให้ผู้นำสามารถปฏิบัติงานซึ่งเขาไม่สามารถปฏิบัติคนเดียวได้สำเร็จ และทำให้ผู้ตามยอมรับและเต็มใจปฏิบัติตาม 2.ภาวะผู้นำ หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนคนหนึ่ง(ผู้นำ)กับกลุ่ม(ผู้ตาม) ที่มีประโยชน์ร่วมกันและพฤติกรรมตนอยู่ภายใต้การอำนวยการและการกำหนดแนวทางของผู้นำ 3.ภาวะผู้นำ หมายถึงศิลปะของการบอก ชี้แนะ ผู้ร่วมงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติหน้าที่ตามหน้าที่ด้วยความเต็มใจ และกระตือรือร้น ซึ่งกล่าวโดยสรุปแล้ว ภาวะผู้นำ คือ ศิลปะหรือความสามารถของบุคคลหนึ่งที่จะจูงใจหรือใช้อิทธิพลต่อผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นผู้ร่วมงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชาในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อปฏิบัติการและอำนวยการโดยใช้กระบวนการสื่อความหมายหรือการติดต่อกันและกันให้ร่วมใจกับตนดำเนินการจนกระทั่งบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของเป้าหมายที่กำหนดไว้- ความหมายของผู้บริหารคือ บุคคลที่ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์การเพื่อให้ดำเนินไปสู่วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ผู้บริหารขององค์การจะสามารถจัดการตามกระบวนการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงไร ขึ้นอยู่ความสามารถทางการจัดการ 3 ชนิดคือ 1. ความสามารถด้านความคิด (Conceptual Skill) เป็นความสามารถในการมองภาพรวมทั่วทั้งองค์การ และความสามารถที่จะรวบรวมเอากิจกรรมและสถานะการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ในองค์การ 2. ความสามารถด้านคน (Human Skill) ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น การทำงานเป็นทีม การสร้างบรรยากาศในการทำงาน และการยอมรับความคิดเห็นของผู้ร่วมงาน 3. ความสามารถด้านงาน (เทคนิค) (Technical Skill) มีความรู้ ความชำนาญ กระบวนการ วิธีการ ขั้นตอนต่างๆในการทำงานและความสามารถในการประยุกต์ให้งานประสบความสำเร็จได้ดี สรุปความแตกต่างระหว่าง ผู้นำ และ ผู้บริหาร นั้นมีด้วยกันหลายประการ แต่ประการหลักนั้นคือ ผู้นำที่ดีคือผู้ที่มีบารมี นั้นหมายความถึง สามารถจูงใจลูกน้องให้สามารถทำงานให้ได้อย่างไม่มีข้อสงสัย โดยที่ไม่เน้นที่ผลประโยชน์เป็นหลักใหญ่ 3 ทฤษฎี 8 K’s, 8 H’s, 5 K’s เกี่ยวข้องอย่างไรกับ Leadership - ทฤษฎี 8 K’s ได้แก่ * ทุนมนุษย์ (Human Capital) * ทุนทางความรู้ (Talented Capital)* ทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) * ทุนทาง IT (Digital Capital) * ทุนทางความสุข (Happiness Capital) * ทุนทางจริยธรรม (Ethical Capital) * ทุนทางสังคม (Social Capital) * ทุนแห่งความยั่งยืน (Sustainability Capital) - ทฤษฎี 8 H’s ได้แก่ * Heritage แสดงถึงตัวตนและคุณค่าของตัวเอง * Home บ้านเป็นพื้นฐานแห่งการดำรงชีวิตที่จะต้องมั่นคง * Hand มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ * Head ใช้ความคิดให้เกิดประโยชน์ * Heart เป็นผู้ที่มีจิตใจดี * Happiness แสวงหาความสุขให้กับชีวิต * Harmony ความร่วมมือร่วมใจให้เกิดความสงบสุข * Health เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์ - ทฤษฎี 5 K’s ได้แก่ * Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ * Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม * Knowledge Capital ทุนทางความรู้ * Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์ * Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม จากทฤษฎีต่างๆ ที่ได้เรียนมานั้น จะสังเกตุได้จากในตัวของผู้นำแต่ละคนได้อย่างง่าย ซึ่งจะไม่เคยมีผู้นำคนใดที่จะสามารถทำทฤษฎี แต่ละทฤษฎีได้ทุกๆ ข้อ แต่หากดูแล้วเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับตัวผู้นำ หรือ ผู้บริหารเองทุกคน นั้นคือการที่จะเป็นผู้นำ หรือ ผู้บริหาร นั้น หมายถึงการเป็นผู้มีอำนาจที่สามารถบริหารงานให้สำเร็จลุล่วงตามจุดประสงค์เป้าหมาย แต่การที่จะได้มาซึ่งเป้าหมายที่ตั้งไว้นั้น ในบางครั้งต้องมีการกระตุ้นหลายๆ อย่างให้ผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินการตาม ฉะนั้น ผู้นำ หรือผู้บริหารนั้น ต้องใช้ทั้งศิลป์ และ ศาสตร์ ในการบริหารจัดการ
vpkdgiupo[hk’0y’
ข้าพเจ้า นางสาวรุ่งอรุณ พึ่งร่วมกลาง ตั้งแต่เล็กจนโต ข้าพเจ้าเกิดขึ้นในครอบครัวใหญ่ที่มีฐานะมั่นคง แต่บิดามารดาของข้าพเจ้าก็ไม่เคยเลี้ยงลูกแบบตามใจ คืออยากได้อะไรก็ได้ บิดามารดาของข้าพเจ้าจะสอนอยู่ตลอดเวลาว่าให้เป็นคนซื่อสัตย์สุจริตมีน้ำใจให้กับคนรอบข้าง ให้เคารพนับถือผู้ใหญ่และให้อดทนต่อความไม่ชัดเจนในอนาคตที่ไม่แน่นอนทุกๆเรื่อง และให้รู้จักตัวตนของตนเอง และมองโลกในแง่บวกเสมอ ถึงแม้ว่าครอบครัวของข้าพเจ้าจะเป็นคนต่างจังหวัด แต่บิดามารดาของข้าพเจ้าก็ไม่เคยเลยที่จะมองข้ามการศึกษาของลูกๆ ส่งให้ลูกๆ เรียนจบกันหมดแต่ก็ไม่บังคับว่าให้ลูกเรียนวิชาอะไร ขอให้ลูกเลือกทางเดินที่ดีและถูกต้องข้อ 1 จุดอ่อน จุดแข็ง อะไรบ้างที่อยากจะปรับปรุง จุดแข็ง 1. มองโลกในแง่ดี มีทัศนคติเชิงบวกและเป็นคนเข้มแข็ง คอยสร้างแรงจูงใจให้ตัวเองเสมอ จุดอ่อน 1. ไม่มั่นใจในตัวเอง ข้อ 2 ระหว่างผู้นำกับผู้บริหารแตกต่างกันอย่างไร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ผู้นำ (Leader) เน้นที่คน, วิสัยทัศน์ไกล , เป็นผู้จัดระบบ , เน้นการลงทุน , มีอุดมการณ์ หลักการณ์ จะต้องมีการวางแผนล่วงหน้าสำหรับอนาคตเสมอจะต้องเป็นผู้ที่ความคิดความอ่านคำนึง</p>สิ่งถึงสถานะการณ์ปัจจุบันและมองถึงแนวโน้มเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อที่จะได้หาแนวทางรับมือและป้องกัน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงต่อไป ผู้บริหาร (Management) เน้นประสิทธิภาพ การควบคุม การวางระบบ การจัดระเบียบ จัดหา ประสานงาน มองถึงประสิทธิภาพการทำงานเป็นส่วนประกอบเมื่องานนั้นเสร็จก็ถือว่าจบต่างจากการมองในมุมของผู้นำนั้นจะมุ่งที่จะนำนวัตกรรมใหม่เทคโนโลยีใหม่พยายามเสาะแสวงหาสิ่งใหม่เข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานให้ความสะดวกรวดเร็วและเกิดมีประสิทธิภาพสูงสุด ข้อ 3 ทฤษฎี 8 K’s, 5k’s, 8H’s เกี่ยวข้องอะไร Leadership ทฤษฎี 8K’s นั้นประกอบด้วย Human capital, Intellectual Capital, Ethical Capital, Happiness Capital, Social Capital, Sustainability Capital, Digital Capital, Talent Capital ทฤษฏี 8H’s นั้นประกอบด้วย Heritage, Home, Hand, Head, Heat, Happiness Harmony, Health • Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ • Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม ทฤษฎี 5K’s นั้นประกอบด้วย • Knowledge Capital ทุนทางความรู้ • Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์ • Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม มองว่าทั้ง 3 ทฤษฏีนี้มีความเกี่ยวข้องกับ Leadership ยังไงนั้นก็พอจะบอกได้ว่าทั้ง 3 ทฤษฏีก็เป็นส่วนหนึ่งที่สัมพันธ์กันของภาวะผู้นำผู้ที่จะเป็นผู้นำนั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีหลักทฤษฏีทั้ง 3 ทฤษฎีนี้ โดยกระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วม และ ทุ่มเทให้แก่องค์กร และจะต้องนำหลักดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับการเป็นผู้นำของเขานั่นเอง
เรียน ท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมถ์ จากที่ดิฉันได้กับท่านอาจารย์เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๐ ที่ผ่านมานั้นเพียงวันเดียวที่ได้สำผัสกำท่านอาจารย์ก็ทำให้ดิฉันทราบแล้วค่ะว่าตัวเองเป็นอย่างไร ดิฉันเองยังห่างไกลอะไร ๆ อีกมากมาย มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ดิฉันต้องเรียนรู้จากท่าน ดิฉันภูมิใจค่ะที่ได้มาเรียน MPA. ที่ ม. แสตมฟอร์ด และได้เป็นลูกศิษย์ของท่าน ดร. จีระ หงส์ลดารมถ์ ดิฉันตั้งใจจะเก็บเกี่ยวความรู้จากท่านให้มากที่สุด เพราะดิฉันไม่รู้ว่าหลังจากจบวิชานี้ไปแล้วดิฉันจะโชคดีได้นั่งฟังท่าน ดร. จีระ พูดอีกเมื่อไร ภาวะผู้นำนั้นสำคัญมากสำหรับดิฉัน โดยเฉพาะตำแหน่งหน้าที่การงานของดิฉันในปัจจุบันซึ่งเป็นทั้งผู้นำและผู้บริหารควบคู่กันไปและถ้าหากว่าดิฉันไม่พัฒนาตัวเองด้านศักยภาพความเป็นผู้นำและการบริหารจัดการที่ดีอยู่เสมอแล้วละก็ ดิฉันคิดว่าบนเส้นทางทางการเมืองซึ่งเป็นเส้นทางที่ดิฉันเลือกเองนั้นคงจะไปได้ไม่ดีแน่ดังนั้นดิฉันจึงพยายามแสวงหาความรู้ตลอดเวลาเมื่อมี่โอกาส วันนี้ดิฉันได้ส่งการบ้าน ๓ ข้อที่ท่านอาจารย์ให้ทำด้วยค่ะ ข้อ ๑ สำหรับดิฉันในปีนี้อายุย่างเข้า ๓๖ ปีแล้วค่ะ ดิฉันคิดว่าจุดแข็งของตัวเองคือ ๑. ความมีมานะ ขยัน และความอดทน เนื่องจากดิฉันเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ร่ำรวยพ่อแม่มีอาชีทำนามีลูกหลายคนดิฉันมีพี่น้องรวมกัน ๙ คน ดิฉันทำงานหนักตั้งแต่อายุยังน้อย แม่สอนให้รู้จักความมีมานะ ความขยันหมั่นเพียรและให้รู้จักอดทน และปัจจุบันดิฉันคิดว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ดิฉันชนะใจประชาชนในท้องถิ่นและได้รับเลือกให้เป็นนายก อบต. คือความรู้จักอดทนอดกลั้นต่อสิ่งประทะทั้งปวง ๒. ความซื่อสัตย์สุจริต กตัญญู มีคุณธรรมและจริยธรรม ที่ดิฉันคิดว่าเป็นจุดแข็งเพราะตั้งแต่เกิดมาดิฉันไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน และความกตัญญูรู้คุณคนนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับดิฉัน๓. มีความมั่นใจในตัวเอง ในตัวของดิฉันนั้นมีภาวะผู้นำอยู่บ้างในตัวตั้งแต่วัยเด็กเรียนอยู่ชั้นประถมเพราะได้เป็นหัวหน้าชั้นตลอดตั้งแต่ ป. ๑ – ๖ อยู่ชั้นมัธยมก็จะถูกคัดเลือกให้เป็นผู้นำกลุ่มเสมอเวลามีกิจกรรม และดิฉันทำอะไรก็ต้องพึ่งตัวเอง คิดเอง ทำเอง ตัดสินใจเองมาตลอด ทำให้ดิฉันทำสิ่งใดจะมีความมั่นใจในตัวเองสูงมีความกล้าที่จะลงเล่นการเมืองท้องถิ่นซึ่งดิฉันไม่เคยสำผัสมาก่อนแต่ก็มีความมั่นใจว่าทำได้ แล้วดิฉันก็ทำได้จริง ๆ๔. จากการที่มีความมั่นใจในตัวเองมากเกินไปนั่นเองทำให้มีปัญหาในการบริหารงานเกิดขึ้น ความสามารถในด้านการบริหารจัดการ เป็นจุดอ่อนของดิฉันที่ควรปรับปรุงคือไม่กล้าที่จะกระจายอำนาจให้ผู้แก่ผู้ไต้บังคับบัญชาโดยเฉพาะทางด้านความคิด(มีก็เป็นส่วนน้อยเพราะกลัวผิดพลาด) ชอบคิดว่าความคิดของตัวเองนั้นเจ็งกว่าใคร ๆ ในองค์กร ชอบให้ผู้ไต้บังคับบัญชาทำตามคำสั่งมากกว่าเสนอความคิดเห็น ซึ่งดิฉันทราบว่ามันไม่ใช่การบริหารจัดการที่ดี ดิฉันก็พยายามปรับปรุงเรื่อยมาในเรื่องนี้ <p style="margin: 0in 0in 0pt 1.25in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list 1.25in" class="MsoNormal">๑. จุดอ่อนอีกข้อก็คือ ภาษาอังกฤษ ถึงจะไม่ใช่ภาษาของไทยเราแต่ดิฉันว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่ผู้นำต้องรู้ ดิฉันพยายามที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้มากแต่ก็ทำได้ไม่ดีเพราะในท้องถิ่นของดิฉันนั้นแทบไม่มีชาวต่างชาติเลยก็ว่าได้ ดิฉันชอบที่ท่าน ดร. จีระสอนเพราะพูดไทยบ้าง อังกฤษบ้างปนกันไป ดิฉันอยากจะให้อาจารย์พูดแบบนี้ทุกคน นักศึกษาจะได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วย</p> ข้อ ๒ ท่านอาจารย์ให้เปรียบว่าระหว่างผู้นำกับผู้บริหารนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร คำว่าผู้นำกับผู้บริหารนั้นดูคล้าย ๆ กันแต่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียวบางครั้ง ผู้นำไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรียนสูงๆ เพราะผู้นำบางคนมาจากความเคารพนับถือ ความศรัทธาจากชาวบ้านยกย่องให้เป็นผู้นำเพราะเขาเป็นคนดีมีคุณธรรมและจริยธรรม เช่น ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนต่าง ๆ เป็นต้น แต่ผู้บริหารนั้นจำเป็นต้องมีความรู้ถ้าหากไม่มีความรู้เป็นทุนแล้วจะประสบผลสำเร็จยากดิฉันขอแยกความระหว่างผู้นำกับผู้บริหารดังนี้๑. ผู้นำจะเน้นที่คน มากว่าสิ่งไดบุคลากรเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคนเก่งแล้วทุกอย่างก็จะดีหมด ( เก่งแล้วต้องดีด้วยนะคะ)๒. Trust ผู้นำต้องมีความไว้วางใจกล้าที่จะกระจายอำนาจให้แก่ผู้อื่น และต้องได้ต้องไดรับความไว้วางใจจากผู้อื่นด้วยทำให้เกิดการทำงานเป็นทีม๓. What, Why ผู้นำมักจะตั้งคำถาม อะไร,ทำไมอยู่เสมอเพราะผู้นำนั้นจะทำอะไรต้องมีเหตุและผลและเกิดประโยชน์ ก่อนจะลงมือทำต้องคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดเสียหายเกิดขึ้นภายหลัง๔. มองอนาคต ขอบฟ้า/ภาพลักษณ์ ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างมองกาลไกล มีภาพลักษณ์ที่ดี รู้ทิศทางการทำงาน เป็นผู้นำต้องมีความคิดริเริ่มอยู่เสมอ มีความคิดสร้างสรรค์และไม่หยุดนิ่ง๕. ระยะยาว ผู้นำจะทำสิ่งใดแล้วจะต้องมีผลในระยะยาวและยั่งยืน และให้เกิดประโยชน์สูงสุด๖. เน้นวัตกรรม เป็นผู้นำจะต้องรู้จักนำวัตกรรมใหม่เข้ามาใช้ในองค์กรของตังเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน๗. Change เป็นผู้นำสู่การเปลี่ยนแปลง เน้นความคล่องตัวการทำงานที่รวดเร็ว กล้าที่จะคิดนอกกรอบ เปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้นไม่ยึดติดกับสิ่งเดิมๆส่วนผู้บริหารก็คงไม่แตกต่างกันเทาไรนัก ผู้บริหารที่ดีต้องมีคุณสมบัติผู้นำอยู่ด้วย คุณลักษณะของผู้นำคือ๑. เน้นที่ระบบ ผู้บริหารองค์กรนั้นจะเน้นการทำงานอย่างเป็นระบบ คือให้เป็นไปตามขั้นตอนที่วางไว้๒. ควบคุม เพื่อทำงานเป็นระบบก็ต้องมีการควบคุมให้การทำงานมีประสิทธิภาพและคุ่มค่า ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น๓. ระยะสั้น การทำงานหวังผลระยะสั้น ทำให้เสร็จเป็นงาน ๆ ไป๔. When,How ผู้บริหารมักจะมีคำว่า เมื่อไร อย่างไร ถ้าจะทำสิ่งใดนั้นต้องดูว่าจะทำเมื่อไร คือระยะเวลาที่เหมาะสมนั้นเองและมีวิธีทำอย่างไรจึงจะได้ผล๕. กำไร/ขาดทุน ทุกๆ ๓ เดือน เป็นธรรมชาติของผู้บริหารองค์กรเป้าหมายก็คือกำไร วิสัยทัศน์ของผู้บริหารองค์กรก็คือ กำไร ขาดทุน จากผลผลิตแต่ละไตรมาสเท่านั้นจะทำสิ่งใดดูที่ค่าใช้จ่ายเน้นเทคนิคในการบริหารเพื่อให้ได้มาซึ่งกำไรสูงสุด๖. การจัดให้สำเร็จ มีประสิทธิภาพ ระบบการจัดการของผู้บริหารนั้นเน้นที่ประสิทธิภาพของงาน ไม่ได้ให้ความสนใจกับบุคลกรและสิ่งแวดล้อมขอให้งานออกมาดีถือว่าสำเร็จ๗. Static เน้นหลักการบริหารที่ตายตัวเป็นไปตามระบบระเบียบข้อกำหนดต่าง ๆ แบ่งหน้าที่การทำงานชัดเจนและไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรง่าย๑. ผู้นำจะเน้นที่คน มากว่าสิ่งไดบุคลากรเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคนเก่งแล้วทุกอย่างก็จะดีหมด ( เก่งแล้วต้องดีด้วยนะคะ)๒. Trust ผู้นำต้องมีความไว้วางใจกล้าที่จะกระจายอำนาจให้แก่ผู้อื่น และต้องได้ต้องไดรับความไว้วางใจจากผู้อื่นด้วยทำให้เกิดการทำงานเป็นทีม๓. What, Why ผู้นำมักจะตั้งคำถาม อะไร,ทำไมอยู่เสมอเพราะผู้นำนั้นจะทำอะไรต้องมีเหตุและผลและเกิดประโยชน์ ก่อนจะลงมือทำต้องคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดเสียหายเกิดขึ้นภายหลัง๔. มองอนาคต ขอบฟ้า/ภาพลักษณ์ ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างมองกาลไกล มีภาพลักษณ์ที่ดี รู้ทิศทางการทำงาน เป็นผู้นำต้องมีความคิดริเริ่มอยู่เสมอ มีความคิดสร้างสรรค์และไม่หยุดนิ่ง๕. ระยะยาว ผู้นำจะทำสิ่งใดแล้วจะต้องมีผลในระยะยาวและยั่งยืน และให้เกิดประโยชน์สูงสุด๖. เน้นวัตกรรม เป็นผู้นำจะต้องรู้จักนำวัตกรรมใหม่เข้ามาใช้ในองค์กรของตังเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน๗. Change เป็นผู้นำสู่การเปลี่ยนแปลง เน้นความคล่องตัวการทำงานที่รวดเร็ว กล้าที่จะคิดนอกกรอบ เปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้นไม่ยึดติดกับสิ่งเดิมๆส่วนผู้บริหารก็คงไม่แตกต่างกันเทาไรนัก ผู้บริหารที่ดีต้องมีคุณสมบัติผู้นำอยู่ด้วย คุณลักษณะของผู้นำคือ๑. เน้นที่ระบบ ผู้บริหารองค์กรนั้นจะเน้นการทำงานอย่างเป็นระบบ คือให้เป็นไปตามขั้นตอนที่วางไว้๒. ควบคุม เพื่อทำงานเป็นระบบก็ต้องมีการควบคุมให้การทำงานมีประสิทธิภาพและคุ่มค่า ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น๓. ระยะสั้น การทำงานหวังผลระยะสั้น ทำให้เสร็จเป็นงาน ๆ ไป๔. When,How ผู้บริหารมักจะมีคำว่า เมื่อไร อย่างไร ถ้าจะทำสิ่งใดนั้นต้องดูว่าจะทำเมื่อไร คือระยะเวลาที่เหมาะสมนั้นเองและมีวิธีทำอย่างไรจึงจะได้ผล๕. กำไร/ขาดทุน ทุกๆ ๓ เดือน เป็นธรรมชาติของผู้บริหารองค์กรเป้าหมายก็คือกำไร วิสัยทัศน์ของผู้บริหารองค์กรก็คือ กำไร ขาดทุน จากผลผลิตแต่ละไตรมาสเท่านั้นจะทำสิ่งใดดูที่ค่าใช้จ่ายเน้นเทคนิคในการบริหารเพื่อให้ได้มาซึ่งกำไรสูงสุด๖. การจัดให้สำเร็จ มีประสิทธิภาพ ระบบการจัดการของผู้บริหารนั้นเน้นที่ประสิทธิภาพของงาน ไม่ได้ให้ความสนใจกับบุคลกรและสิ่งแวดล้อมขอให้งานออกมาดีถือว่าสำเร็จ๗. Static เน้นหลักการบริหารที่ตายตัวเป็นไปตามระบบระเบียบข้อกำหนดต่าง ๆ แบ่งหน้าที่การทำงานชัดเจนและไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรง่าย๑. ผู้นำจะเน้นที่คน มากว่าสิ่งไดบุคลากรเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคนเก่งแล้วทุกอย่างก็จะดีหมด ( เก่งแล้วต้องดีด้วยนะคะ)๒. Trust ผู้นำต้องมีความไว้วางใจกล้าที่จะกระจายอำนาจให้แก่ผู้อื่น และต้องได้ต้องไดรับความไว้วางใจจากผู้อื่นด้วยทำให้เกิดการทำงานเป็นทีม๓. What, Why ผู้นำมักจะตั้งคำถาม อะไร,ทำไมอยู่เสมอเพราะผู้นำนั้นจะทำอะไรต้องมีเหตุและผลและเกิดประโยชน์ ก่อนจะลงมือทำต้องคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดเสียหายเกิดขึ้นภายหลัง๔. มองอนาคต ขอบฟ้า/ภาพลักษณ์ ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างมองกาลไกล มีภาพลักษณ์ที่ดี รู้ทิศทางการทำงาน เป็นผู้นำต้องมีความคิดริเริ่มอยู่เสมอ มีความคิดสร้างสรรค์และไม่หยุดนิ่ง๕. ระยะยาว ผู้นำจะทำสิ่งใดแล้วจะต้องมีผลในระยะยาวและยั่งยืน และให้เกิดประโยชน์สูงสุด๖. เน้นวัตกรรม เป็นผู้นำจะต้องรู้จักนำวัตกรรมใหม่เข้ามาใช้ในองค์กรของตังเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน๗. Change เป็นผู้นำสู่การเปลี่ยนแปลง เน้นความคล่องตัวการทำงานที่รวดเร็ว กล้าที่จะคิดนอกกรอบ เปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้นไม่ยึดติดกับสิ่งเดิมๆส่วนผู้บริหารก็คงไม่แตกต่างกันเทาไรนัก ผู้บริหารที่ดีต้องมีคุณสมบัติผู้นำอยู่ด้วย คุณลักษณะของผู้นำคือ๑. เน้นที่ระบบ ผู้บริหารองค์กรนั้นจะเน้นการทำงานอย่างเป็นระบบ คือให้เป็นไปตามขั้นตอนที่วางไว้๒. ควบคุม เพื่อทำงานเป็นระบบก็ต้องมีการควบคุมให้การทำงานมีประสิทธิภาพและคุ่มค่า ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น๓. ระยะสั้น การทำงานหวังผลระยะสั้น ทำให้เสร็จเป็นงาน ๆ ไป๔. When,How ผู้บริหารมักจะมีคำว่า เมื่อไร อย่างไร ถ้าจะทำสิ่งใดนั้นต้องดูว่าจะทำเมื่อไร คือระยะเวลาที่เหมาะสมนั้นเองและมีวิธีทำอย่างไรจึงจะได้ผล๕. กำไร/ขาดทุน ทุกๆ ๓ เดือน เป็นธรรมชาติของผู้บริหารองค์กรเป้าหมายก็คือกำไร วิสัยทัศน์ของผู้บริหารองค์กรก็คือ กำไร ขาดทุน จากผลผลิตแต่ละไตรมาสเท่านั้นจะทำสิ่งใดดูที่ค่าใช้จ่ายเน้นเทคนิคในการบริหารเพื่อให้ได้มาซึ่งกำไรสูงสุด๖. การจัดให้สำเร็จ มีประสิทธิภาพ ระบบการจัดการของผู้บริหารนั้นเน้นที่ประสิทธิภาพของงาน ไม่ได้ให้ความสนใจกับบุคลกรและสิ่งแวดล้อมขอให้งานออกมาดีถือว่าสำเร็จ๗. Static เน้นหลักการบริหารที่ตายตัวเป็นไปตามระบบระเบียบข้อกำหนดต่าง ๆ แบ่งหน้าที่การทำงานชัดเจนและไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรง่าย
ข้อ ๓ ทฤษฎี 8 K’s 5 K’s 8 H’s เกี่ยวข้องอะไรกับ Leadership ก่อนอื่นต้องขอยกเอาหมายของทฤษฎีทั้ง ๓ ทฤษฎีของท่านคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และท่าน ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ดังนี้ทฤษฎี 8 H’s 8 K’s ๑. Heritage มรดก (รากฐานของชีวิต) Sustainable Capital ทุนแห่งความยั่งยืน มรดกเป็นรากเหง้าของทุกคนเราเกิดมาต้องรู้รากเหง้าของตัวเองเสียก่อนว่าเป็นใครมาจากไหน วัฒนธรรมเป็นอย่างไร รู้ว่าอะไรที่เรามีเพียงพอแล้วอะไรที่เรามีเกินอะไรที่เรายังขาดอยู่ และอะไรบ้างที่เราต้องพัฒนาต่อไป ๒. Head สมอง (คิดเป็น คิดดี) หมายถึงการมีสมอง การมีความคิด มีความรู้ มีสติ คิดเป็นแล้วต้องคิดดีด้วย เรียกว่ามีสมองที่รู้จักวิเคราะห์ คิดเป็นแล้วต้องคิดดีด้วย เรียกว่ามีสมองที่รู้จักวิเคราะห์ ใช้เหตุผลทําให้เกิดปัญญา Intellectual Capital ทุนทางปัญญา หมายถึงการคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และการนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม การเป็นผู้นำนั้นสิ่งสำคัญคือ ต้องรู้มาก รู้กว้าง และรู้ลึกกว่าคนอื่น ๓. Hand มืออาชีพ (ทำงานด้วยฝีมือตนเอง) คิดจะทำอะไรก็ให้ลงมือทำด้วยตนเอง ถ้าคิดแล้วไม่ลงมือทำก็จะไม่สำเร็จ ลงมือทำเท่าที่เราทำได้แล้วทำให้สำเร็จ อย่าไปหวังพึ่งผู้อื่นเพียงอย่างเดียว Talent Capital ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ ผู้นำต้องมีความรู้กว้าง มีทักษะเฉพาะตัวหรือจากการศึกษาเรียนรู้ และมีทัศนคติที่ดี ๔. heart จิตใจที่ดี คนเราถ้ามีจิตใจที่มีไม่งามแล้วทำอะไรก็จะไม่สำเร็จหรือติดปัญหาอยู่เป็นประจำ ถ้าเป็นผู้นำประเทศก็จะพาให้ประเทศชาติเสียหาย ผู้นำที่ดีต้องมีจิตใจที่งดงามมีน้ำใจ และเสียสละ Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม ผู้ที่มีคุณธรรมจริยธรรมมักจะมีคนเคารพนับถือมาก บุคลากรที่มีความรู้ดี สติปัญญาดี จะสร้างให้เกิดทุนทางจริยธรรมได้ ๕. Health สุขภาพ พลานามัยที่สมบูรณ์ สำหรับมนุษย์แล้วสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ สุขภาพคือทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าเรามีความตั้งใจมีความปรารถนาที่จะทำหลาย ๆ อย่างในชีวิต แต่ถ้าหมดลมหายใจหรือสิ้นลมหายใจแล้วเราจะทำอะไรไม่ได้ Digital Capital ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) คือต้องมีความรู้ด้านไอทีว่าเป็นอย่างไร รู้จักนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเพื่อพัฒนาองค์กรของตัวเอง ๖. Home บ้านและครอบครัว การมีบ้านและครอบครัวที่อบอุ่น สถาบันครอบครัวที่เข้มแข็ง ก็จะสามารถช่วยลดปัญหาทุกอย่างลงได้ โดยเฉพาะปัญหาสังคม เด็ก และเยาวชน การที่มีครอบครัวดีช่วยเหลือเกื้อกูลกันก็จะเป็นพื้นที่ท่ให้เราเป็นผู้นำที่ดีได้ Human Capital ทุนมนุษย์ คือทุนที่ได้มาจากความรู้ขั้นพื้นฐานของการศึกษาเล่าเรียนในสถาบันการศึกษา ทุนที่ได้มาจากการอบรมสั่งสอนเลี้ยงดูจากบิดา-มารดา ถือว่าเป็นทุนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนจะต้องมีมา เมื่อมีพื้นฐานมนุษย์มาดีเมื่อเข้าสู่ระบบการเรียนการสอนก็จะสามารถต่อยอดทุนมนุษย์สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเอง สังคม องค์กร และประเทศชาติได้เป็นอย่างดี ๗. Happiness ความสุข ทุนแห่งความสุข การที่จะอยู่อย่างมีความสุขนั้น ต้องไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่คิดในเชิงลบ ให้รู้ตัวเองว่าตัวเองชอบอะไรไม่ชอบอะไร ให้มีจิตใจที่ดีงามแล้วเราก็จะใช้ชีวิตแบบมีความสุขได้ <p style="margin: 0in 3pt 0pt 0.25in" class="MsoNormal"> ๘ Harmony ความปรองดอง สมานฉันท์ Social Capital ทุนทางสังคม เรื่องนี้สำคัญมากกับการทำงานในองค์กร ความสามัคคีในหมู่คณะจะทำให้การทำงานใด ๆ บรรลุวัตถุประสงค์ได้โดยง่ายและรวดเร็ว ทำงานเป็นทีมเวิร์ค ได้ทำงานร่วมกันอย่างกลมเกลียวงานก็จะออกมาดี </p>ทฤษฎี 5 K’s ๑. Innovation Capital ทุนทางวัตกรรม ๒. Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์ ๓. Knowledge Capital ทุนทางความรู้ ๔. Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม ๕. Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ ทฤษฎีทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนเกี่ยวข้องกับ Leadership ทั้งสิ้น เพราะทั้ง ๓ ทฤษฎีนั้นเป็นหลักและคุณสมบัติของผู้นำที่ดี ถ้าหากว่าผู้นำท่านใดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกข้อตามทฤษฎีดังกล่าวรับรองว่าท่านเป็นผู้นำที่สุดยอดที่สุด
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ สวัสดีเพื่อนนักศึกษา MPA มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ทุกท่าน
ดิฉันสุรีย์ อภิราษฎร์ศักดิ์ คิดว่า คนที่จะให้การศึกษากับคนอื่นได้ ต้องทำตัวให้ได้รับการศึกษาก่อน และต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง บิดามารดาเป็นครูคนแรก ต่อการเรียนรู้ของบุตรธิดามากที่สุด ครูอาจารย์ที่ดีต้องเรียนรู้อยู่เสมอ องค์กรที่จะพัฒนาก้าวหน้าไปได้จะต้องเป็นองค์กรที่รู้จักเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ดิฉันเป็นหนึ่งในจำนวนนักศึกษา MPA รุ่น 1 ในมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ดิฉันเองเคยรับราชการในสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในประเทศไทย ได้เห็นการเรียนการสอนที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และในขณะนี้ที่ดิฉันได้เห็น ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เป็นอาจารย์อีกท่านหนึ่งที่เป็นผู้มีความรู้มาก และมีประสบการณ์สูงที่สามารถให้คำแนะนำ สำหรับผู้ไฝ่การเรียนรู้แต่ละคน แล้วยังได้เผยแพร่แนวคิดที่จะมีส่วนไปช่วยกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ของนักศึกษาในชั้นเรียน และยังช่วยแก้ปัญหาความด้อยพัฒนาของนักศึกษาอีกด้วย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ แสดงให้เห็นถึงกระบวนการเรียนรู้ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ การฟังอย่างพินิจ พิจารณา คิด ซักถาม อภิปราย อ่าน ค้นคว้า ทดลอง เรียนรู้ด้วยตนเอง วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์ใช้ให้เป็น
ท่านอาจารย์ได้ให้นักศึกษาทุกคนค้นหาคุณลักษณะแต่ละบุคคลและคุณสมบัติเฉพาะตัว เพราะการจะมีภาวะผู้นำที่ดีนั้น จะต้องฝึกวิเคราะห์สภาพปัญหาอย่างลึกซึ่งรอบด้าน เช่น วิเคราะห์ทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน ด้านบวก ด้านลบของคน องค์กรสถานการณ์ต่างๆ ค้นหาสาเหตุไปถึงรากเหง้าของปัญหา
สำหรับดิฉันแล้ว การมีจุดแข็ง
จุดอ่อน
(หมายเหตุ) คนทุกคนไม่ใช้ว่าจะมีจุดแข็งและจุดอ่อนมากกว่าหรือน้อยกว่า 5 ข้อ เสมอไป
ท่านอาจารย์ให้เปรียบเทียบว่าผู้นำและผุ้บริหารเหมือนกันอย่างไร
เราจะรู้สึกว่าความหมายของ ผู้นำและผู้บริหาร เหมือนกัน แต่จริงๆแล้วต่างกัน ผู้นำมักจะเป็นผู้คิดนโยบาย และผู้บริหารจะเป็นผู้นำนโยบายไปปฏิบัติดังตารางข้างล่าง
ผู้นำ
ทฤษฎี8K’S,SK’S,8H’Sเกี่ยวข้องอะไรกับ Leadership ทฤษฎี 8H’S ทฤษฎีบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
ทฤษฎี 8K’S ทฤษฎีทุนในทรัพยากรมนุษย์
ทุนแห่งความยังยืน Sustainable Capital
ทุนทางสังคม Social capital
ทุนทางจริยธรรม Ethical Capital
ทุนแห่งความสุข Happiness Capital
ทุนทาง IT Digital Capital
ทุนทางปัญญา Intellectual Capital
ทุนทางความรู้ ทักษะ ทัศนคติ Talent Capital
ทุนมนุษย์ Human Capital
ทฤษฎี 5 K’S ได้แก่Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม
Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์
Knowledge Capital ทุนทางความรู้
Cultural Capital ทุนทางประสบการณ์
Emotional Capital ทุนทางอารมณ์
เราจะเห็นว่า ทฤษฎี 8 H’S :ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ทฤษฎี 8 K’S : ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ทฤษฎี 5 K’S :
ทั้ง 3 ทฤษฎีนี้ ถ้าผู้ศึกษาได้นำไปปฏิบัติอย่างจริงจังจะทำให้มีวุฒิของความเป็นผู้นำได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะถ้าได้อ่านหนังสือ 2 เล่ม คือ
กราบเรียน ท่าน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
ข้าพเจ้า นาย อัคระ ดาวล้อมจันทร์ รู้สึกภูมิใจที่ได้เข้ามาเป็นนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด.ระดับปริญญโท( MPA ) เมื่อวันที่14/1/50 ที่ผ่านมาเป็นวิชาเรียนบทบาทของภาวะผู้นำ(Leadership ) ข้าพเจ้าและเพื่อนนักศึกษา MPA ได้รับเกียรติจาก นายกสภา มหาวิทยาลัย นานาชาติสแตมฟอร์ดคือท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ มาเป็นอาจารย์พิเศษในวิชานี้ ข้าพเจ้าและเพื่อนนักศึกษาทราบมาก่อนแล้วว่าท่านจะมาสอนบรรยายให้องค์ความรู้ นักศึกษาทุกท่านรู้สึกเกรง เมื่อทราบว่าท่านจะมาเป็นผู้สอน นาทีแรกของการปฐมนิเทศและแนะนำวิธีการเรียนการสอนของท่าน ข้าพเจ้าเห็นความรู้สึกของท่านที่พร้อมจะให้ความรู้ ทฤษฎี และการเรียนรู้ ด้วยความคิดคือ คิดให้เป็นนำองค์ความรู้มาบูรณาการเพื่อพัฒนาปรับปรุงพื้นฐานและต่อยอด การเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดีในสังคมซึ่งท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ท่านเป็นหนึ่งในนักวิชาการของประเทศในแถวหน้า แต่งหนังสือตำราเรียนมากมาย ในที่นี้ท่านได้แนะนำทฤษฎี 8H' S ของท่านคุณหญิง ทิพาวดี เมฆสวรรค์และทฤษฎี8 K' S ของท่านซึ่งเป็นทฤษฎีการบริหารพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงบทสนทนาของ ( ท่านพารณ อิศราเสนา ณ อยุธยา ) ด้วย
คุณลักษณะและพื้นฐานของชีวิต
เกิดมาจากครอบครัวที่อบอุ่นมีพร้อมทั้งคุณพ่อ-คุณแม่ ซึ่งคุณพ่อเป็นทหารท่านได้มีโอกาสรับใช้แผ่นดินด้วยการเข้าร่วมรบถึง2 สงคราม ( อินโดจีน-เอเชียบูรพา ) และได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญ " เหรียญชัยสมรภูมิ " ถึง2เหรียญ ส่วนคุณแม่มีเตี่ยมาจากเมืองจีน " แซ่ลิ้ม" คุณแม่จึงมีความมานะ อุตส่าหะ กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ข้าพเจ้าจึงมีคุณพ่อ-คุณแม่ ที่เป็นครูคนแรกและได้รับการปลูกฝัง การมีความกตัญญู มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย รู้จักสัมมาคารวะผู้ใหญ่ และเรียนรู้การให้ เป็นพื้นฐานของชีวิตที่ติดตัวมาจนปัจจุบัน
( จุดแข็ง ) ที่ได้จากคุณพ่อ-คุณแม่และนำมาปฎิบัติเป็นมงคลชีวิตกล่าวคือ
- ความกตัญญูที่เห็นแบบอย่างมาจากคุณพ่อ-คุณแม่คือการมีความกตัญญูต่อ บิดา-มารดา ผู้ให้กำเนิด กตัญญูต่อครู-อาจารย์และผู้มีพระคุณ ซึ่งทุกคนในครอบครัวจดจำคำสอนเหล่านี้มาโดยตลอดและนำไปปฎบัติเพื่อเป็นมงคลชีวิตตลอดมา
- ความซื่อสัตย์ ที่มีต่อตนเองและผู้อื่น ซื่อสัตย์ในอาชีพการงาน ซื่อสัตย์ต่อบริวารและเพื่อนฝูง รักษาคำมั่นสัญญาหรือคำพูดที่ให้กับคนอื่น อย่าผิดสัญญาในคำพูดนั้นๆ
- การมีคุณธรรม รู้จักมีเมตตา เอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือคนในครอบครัว บริวาร ญาติ จนถึงสังคมและประเทศชาติ และที่สำคัญในการดำรงชีวิตต้องยึดหลักธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ด้วยการดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท และนำหลักทฤษฎีของพระเจ้าอยู่หัว คือความพอเพียง
- ความกล้าหาญ ซึ่งมีอยู่ในสายเลือด นำมาแสดงออกทางความคิดกล้าแสดงออกกล้าตัดสินใจอาชีพการงาน กล้าที่จะขอโทษ ถ้าตัวเองทำผิดและกล้ารับฟังความคิดของผู้อื่น เพื่อนำมาปรับปรุง
- ความอ่อนน้อม มีสัมมาคารวะ เป็นนิสัยติดตัวข้าพเจ้ามาโดยตลอด ได้รับการอบรมจากบิดา-มารดา ครูบาอาจารย์ ข้าพเจ้าจึงรู้จักคำว่า "ไหว้"เป็นให้ความเคารพผู้ใหญ่รวมถึงการให้ความช่วยเหลือ ดูแลอุปถัมภ์ ญาติและคนใก้ลชิด
(จุดอ่อน )
- คิดและกล้าตัดสินใจ เร็วจนบางครั้งเคยเกือบล้มเหลวในงานและธุรกิจมาแล้วในอดีต หรือที่เรียกว่า อ่อนประสบการณ์ก็ว่าได้
- ใจอ่อนและเป็นคนขี้สงสาร ชอบช่วยเหลือจนบางครั้งเหมือนถูกหลอกก็เคยมาแล้ว
- พูดจาเสียงดัง ซึ่งบางคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนก็จะมองเราไม่ดีหรือบางครั้งพูดจาตรงไปตรงมาก็จะดีสำหรับคนบางกลุ่ม แต่บางพวกที่ปากกับใจไม่ตรงกันหรือพวกปากว่าตาขยิบ บุคคลกลุ่มนี้จะไม่ค่อยชอบ การพูดเสียงดังของเราเป็นต้น
สิ่งที่ควรปรับปรุง
- ต้องกลับไปจัดสรรเวลา เพื่อหาเวลาเพิ่มพูนองค์ความรู้ให้มากว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ความรู้คือ สมบัติอันมหาศาลที่เทียบค่ามิได้ ความรู้ศึกษาไม่มีวันหมด
- ต้องเปิดใจรับฟังผู้อื่นให้มาก การรับฟังคือองค์ความรู้อย่างหนึ่งที่ได้จากผู้มีองค์ความรู้
- ต้องหัดคิดให้เป็นและนำความคิดนั้นไปสร้างสรรให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและองค์กร
- ต้องปรับปรุงการพูด พูดอะไรให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าการพูดทำลาย หรือเกิดการพูดแล้วทำให้คนอื่นเสียหาย
- ต้องเริ่มหันมาออกกำลังกาย เพราะท่านอ. จีระ บอกว่าการออกกำลังกายจะดีต่อสุขภาพแล้วยังทำให้สมองคนเราโปร่งใส และเกิดความคิดใหม่ๆในที่นี้ไม่ใช่คิดตามใครหรือคิดตามทฤษฎี คิดนอกกรอบหรือคิดให้เป็น
ความแตกต่างระหว่างผู้นำ- ผู้บริหาร
ผู้นำ
1. ต้องเด็ดขาด
2.กล้าตัดสินใจ
3.มีคุณธรรม จริยธรรม
4.มีองค์ความรู้ - มีประสบการณ์
5.ต้องรับฟังเหตุผล
ผู้บริหาร
1.ต้องมีปรัชญาในการบริหารงานโดยเน้นคนเป็นสำคัญ
2.ต้องมีVision วางแผนอนาคตระยะยาว
3.การลงทุนในการสร้างศักยภาพของคน การสร้างค่านิยม งบประมาณและเวลาที่เพียงพอ
4.การเพิ่ม PRODUCTIVITY ให้องค์กรคนต้องได้รับแรงจูงใจให้มีอิสรภาพในการทำงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ
5.มองเห็นเรื่องของคุณภาพชีวิต สวัสดิการสุขภาพจิตที่ดีเห็นการทำงานและการดำรงชีวิตจะต้องไปด้วยกัน
สรุป
- ผู้นำและผู้บริหารสมัยใหม่มีความเหมือนที่ไม่แตกต่างกัน จากการสอนและบรรยายของท่าน อ.จีระ ผู้บริหารสมัยใหม่ต้องปรับตัวให้เป็นผู้นำด้วยจากการสนทนาสัมภาษณ์ ท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ในเรื่อง การบริหารองค์กรท่านเน้นถึงคนคือ ทรัพยากรหรือต้นทุนในองค์กรนั้นๆเป็นสำคัญ ต้องบริหารคนให้เป็นจึงจะประสบผลความสำเร็จได้ เมื่อองค์กรนั้นประสบผลสำเร็จผู้บริหารองค์กรนั้นก็จะได้รับการตอบรับของคนในองค์กรนั้นให้เป็นผู้นำองค์กรเช่นกัน
3. ทฤษฎี 8k ' S , 5K ' S , 8H 's เกี่ยวข้องอะไรกับ Leadership ตอบ
- เน้นทฤษฎีของท่านอ.จีระ และคุณหญิง ทิพาวดี เมฆสวรรค์ ที่รวบรวมแนวคิดชีวิตและงานของท่านทั้งสองในด้านความพัฒนา ความเป็นมนุษย์ในรูปแบบต่างๆจนถึงความสำเร็จในรูปแบบ ในองค์รวมยิ่งท่านอ.จีระและคุณหญิง ทิพาวดีได้ศึกษาและเรียนรู้ Leadership ซึ่งเป็นโครงสร้างของความสำเร็จและรวบรวมนำมาหระเมินผลในเชิงผู้นำโดยสรุป ทฤษฎี 8 K'S, 5K'S,8H'S ก็คือทฤษฎีแห่งความสำเร็จเอาชนะอุปสรรคของ Leadership ที่ได้ถูกรวบรวมโดยท่านผู้มีความรู้และประสบการณ์ในด้านทรัพยากรมนุษย์ โดยแท้จริงของท่าน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ และคุณหญิง ทิพาวดี เมฆสวรรค์ ซึ่งเป็นต้นแบบความเชื่อโดยแท้จริง
ขอกราบขอบคุณท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ มา ณ โอกาสนี้ที่ท่านได้ให้องค์ความรู้ ได้ในรูปแบบและแนวความคิดซึ่งป็นตัวของท่านเองมาเผยแพร่ให้ข้าพเจ้าและเพื่อนนักศึกษา MPA เพื่อานำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในส่วนรวมต่อไป
นาย อัคระ ดาวล้อมจันทร์
ID. 006150001
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2550 เวลา 23.50 น.</p>
เรียน ท่าน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
สวัสดีครับเพื่อนๆ นักศึกษาหลักสูตร(MPA), Stam ford University ทุกๆท่าน คงจำกันได้ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2550 ท่าน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้นำความรู้เกี่ยวกับบทบาทภาวะผู้นำ (Leadereship) ก่อนอื่นผมต้องขอเรียนต่อท่าน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ ว่าผมเองเกร็งต่อการสอนของท่าน จนอาจพูดได้ว่าไม่มีครั้งไหนเกร็งเท่าครั้งนี้ แต่เมื่อได้สัมผัสและเรียนรู้ จึงเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างย่อยมีช่องว่างเสมอ จากความเกร็งจนกลายเป็นความกล้า กล้าที่จะแสดงออกทางความคิดเห็น ด้วยเหตุผลว่าช่องว่าง (GAP) ของท่าน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ กับผมนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่จะทำอย่างไรได้เมื่อสมัครใจมาเป็นลูกศิษย์ของท่านแล้ว ก็ต้องทำให้ดีที่สุดต้องไม่ทำให้ท่านผิดหวังให้สมกับคำว่า ” ศิษย์ต้องมีครูถึงจะรู้ดี “ และจะนำความรู้ ที่ท่าน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ มอบให้นำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด กลับมาเข้าเรื่อง บทบาทภาวะของผู้นำ (Leadership) ของท่าน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ไม่มีทรัพยากรอะไรที่จะยิ่งใหญ่และสำคัญเท่ากับทรัพยากรมนุษย์ทั้งในและต่างประเทศ 1. แต่ละคนมีอะไรบ้าง ในคุณลักษณะแต่ละบุคคลและคุณสมบัติเฉพาะตัว มีจุดแข็ง จุดอ่อนอะไรบ้าง อยากจะปรับปรุงเรื่องอะไร ? 1.1 คุณลักษณะแต่ละบุคคล โดยส่วนตัวของผมแล้วนั้นเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ปัจจุบัน เปลี่ยนเป็น บริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน 33 ปีที่ปฏิบัติงานอยู่ภายในองค์การฯ ผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์มากมาย ได้ไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนภูมิภาค ทั่วประเทศ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่ามีคุณลักษณะในตัวของผมเองคือความรู้รักสามัคคี งานใดที่ผมได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ งานจะต้องสำเร็จแม้ว่าจะมีปัญหาและอุปสรรคใดๆ สิ่งที่ทำให้กระผมภูมิใจที่สุดคือการนำโทรศัพท์ไปติดตั้งบนดอยแม่สลอง ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม 2528 ให้ชาวไทยภูเขาได้มีเครื่องมือสื่อสารสามารถติดต่อกันได้ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นถึง “ความสามัคคีมีน้ำใจ” ผมมิได้เก่งกล้าถ้าไม่มีผู้ร่วมงาน ถ้าไม่มีน้ำใจจากชาวไทยภูเขาที่ช่วยกันนำอุปกรณ์ ขึ้นไปติดตั้ง สิ่งเหล่านี้คือคุณลักษณะในตัวของกระผม ผมมีความมุ่งมั่นในการศึกษาหาความรู้มาประดับตัวเองอยู่ตลอดเวลา นำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานเพื่อ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 1.2 คุณสมบัติเฉพาะตัว คุณสมบัติเฉพาะตัวของผมคือ มีความเป็นผู้นำสูง มีความอดทนในการทำงานไม่ย่อท้อง่ายๆ แม้จะมีอุปสรรคใดๆก็ตาม มีความใฝ่รู้สูง ชอบที่จะหาประสบการณ์ใหม่ๆในการทำงาน รักความก้าวหน้า มีความรับผิดชอบสูง พูดจาตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม 1.3 จุดแข็งของตัวเอง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> จุดแข็งของตัวผมเองคือ เชื่อมั่นว่าตัวเองมีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาตัวเองไปเป็นผู้ประสบความสำเร็จในวันข้างหน้า เป็นผู้มีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนและผลที่เกิดขึ้นผมมีความปรารถนาที่จะทำดี มีศรัทธาต่องานที่ทำ และมีความปรารถนาดีต่อเพื่อนร่วมงานทุกๆคน ไม่โลเล มีความเด็ดเดียวในการทำงาน มีกำลังใจสูงเมื่อตกลงสั่งการใดๆแล้วจะสั่งได้อย่างเด็ดขาด สั้น แต่ชัดเจน รับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา มีใจกว้างที่จะรับฟังข้อเสนอแนะและถ้าเป็นข้อเสนอที่ดีก็จะสนับสนุน โดยเสนอขึ้นไปยังระดับบนขององค์กร</p>
1.4 จุดอ่อนของตัวเอง
จุดอ่อนของตัวเอง คือ กลัวความล้มเหลว ขาดความกล้าที่จะกระทำการทั้งนี้เพราะเกิดความไม่แน่ใจในสิ่งที่จะต้องทำ ยึดติดอยู่กับสิ่งเดิมๆ หรือเป็นพวกหัวเก่า ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเห็นว่าของเก่าดีอยู่แล้ว เป็นคนเจ้าอารมณ์ โกรธง่าย หายเร็ว เชื่อคนง่าย เป็นคนที่มุ่งมั่นกับงานมากเกินไป จนบางครั้งเป็นการกดดันผู้ร่วมงาน และเป็นคนที่พูดตรงไปในบางครั้งแต่ก็ไม่ได้คิดร้ายกับใคร
1.5 อยากจะปรับปรุงเรื่อง
สิ่งที่อยากจะปรับปรุง คือ การที่จริงจังกับงานมากจนเกินไป เพราะบางครั้งสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นดาบ 2 คม กับผู้ร่วมงานกล่าวคือ ด้านหนึ่งก็จะทำให้งานประสบความสำเร็จแน่นอน แต่อีกด้านหนึ่งจะเป็นการกดดันผู้ร่วมงาน ทำให้ไม่มีความสบายใจในการทำงานร่วมกัน รวมไปถึงนิสัยที่เป็นคนเจ้าอารมณ์เพราะบางครั้ง ก็เป็นสิ่งที่ดูแล้วไม่ดีเพราะจะทำให้บุคคลภายนอกเห็นว่าขาดความสุขุมรอบคอบ
2.ความแตกต่างระหว่างผู้นำกับผู้บริหาร ? ผู้บริหาร คือคนที่สามารถทำให้คนอื่นไปสู่จุดหมายปลายทางได้ ไม่ว่าบุคคลเหล่านั้น จะมีความพอใจหรือไม่ก็ตามนั่นคือ ผู้บริหาร เป็นผู้ทำให้คนอื่นทำงาน ได้สำเร็จตามเป้าหมายโดยเสียค่าใช้จ่ายต่ำสุด ผู้นำ เป็นผู้ที่ทำให้บุคคลอื่นเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางด้วยความเต็มใจคือ ทำให้บุคคลอื่นทำงานสำเร็จด้วยความสะดวกสบาย ทั้งผู้บริหารและผู้นำต่างใช้การจูงใจ การใช้วิธีการและอาศัยบุคลิกภาพของตัวเองที่ทำให้งานสำเร็จ แต่ด้วยลักษณะที่แตกต่างกันคือ1) การใช้อำนาจ ผู้บริหาร ใช้อำนาจในฐานะของผู้ดำรงตำแหน่งทางการบริหารขององค์การ โดยได้รับอำนาจจากตำแหน่งหรืออำนาจในทางการโดย กฎหมายข้อบังคับ จารีตประเพณี หรือข้อกำหนดใดๆจากข้างนอกไม่ใช่จากตัวเอง การใช้อำนาจต่อผู้ใต้บังคับบัญชากระทำได้โดยไม่ต้องอาศัยลักษณะส่วนตัวของผู้บริหารผู้นำ ใช้อำนาจโดยอาศัยความสามารถส่วนตัวกับผู้ปฏิบัติงาน โดยไม่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอก อำนาจเกิดจาก อิทธิพลส่วนตัวเหนือ พฤติกรรม และความรู้สึกของผู้ปฏิบัติงาน การใช้อำนาจที่ทำให้บุคคลอื่นยอมเชื่อฟังนั้น เกิดจาก ความประทับใจ การพูด การแสดงกิริยา และลักษณะส่วนตัวของผู้นำ2) ผู้บริหาร ถือว่าเป้าหมายขององค์การมีความสำคัญ วัตถุประสงค์ส่วนตัวเป็นเพียงส่วนประกอบขององค์การเท่านั้น หาก ไม่มีความจำเป็นแล้วจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ขององค์การ และกระทำทุกอย่าง เพื่อให้บรรลุ เป้าหมายขององค์การผู้นำ มีความสนใจวัตถุประสงค์ส่วนตัวของคนในองค์การ โดยไม่เห็นว่าเป้าหมายขององค์การจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ผู้นำจะแสวงหาความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆในวัตถุประสงค์และนโยบายขององค์การตลอดเวลา ผู้นำจะทำทุกวิถีทางให้เป้าหมายขององค์การและส่วนตัวไปด้วยกันได้ หรือกำหนดเป้าหมายขององค์การโดยไม่เพิกเฉยละเลย เป้าหมายส่วนตัว และกระทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายส่วนตัว3) ผู้บริหาร สำนึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งขององค์การ ไม่อาจแยกตัวเองออกจากองค์การได้ และถือว่าผู้บริหารเป็นผู้ปกป้องความเป็นระเบียบขององค์การ และดูแลให้องค์การเป็นไปตามทางแนวทางที่ผู้บริหารกำหนดผู้นำ เห็นว่าตัวเองกับองค์การ และคนในองค์การแยกออกจากกันและพยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ โดย ไม่ขัดกับระเบียบขององค์การ4) ผู้บริหาร ทำงานโดยอาศัยความร่วมมือของคนอื่นภายใต้นโยบาย และกระบวนการขององค์การ เพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายที่กำหนด โดยผู้ปฏิบัติงานมีข้อจำกัดว่า ต้องปฏิบัติงานให้อยู่ในแนวทางหรือข้อกำหนด ขององค์การ การทำหน้าที่ของผู้บริหาร จึงยึดติดอยู่กับขั้นตอนการทำงานขององค์การ ผู้นำ จะทำงาน โดยคำนึงถึงผลงานและเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานเริ่มคิดริเริ่ม หรือมองหาโอกาสใหม่ เพื่อความสำเร็จของงาน จะไม่กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานตามวิธีการที่องค์การกำหนดขึ้นอย่างเคร่งครัด แต่ให้อิสระในขอบเขตที่ผู้ปฏิบัติงานจะเลือกวิธีของตัวเองได้เพื่อให้ได้ผลงานที่ดีขึ้น การควบคุมเน้นที่ผลงาน ไม่ใช่เน้นที่วิธีการ5) ผู้บริหารจะดำเนินงานต่างๆเพื่อการอยู่รอด และมักมุ่งสนใจแต่กิจกรรมที่เป็นเรื่องธรรมดาของคน หรือที่เป็นเรื่องของโลกผู้นำ จะแสวงหาความเสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงและมุ่งสนใจในกิจกรรมที่อยู่เหนือโลกหรือเหนือธรรมดา ผู้บริหาร จึงมีลักษณะของการประคองสถานการณ์ให้ดำเนินไปโดยราบรื่น คอยเฝ้าดูและติดตามปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เมื่อพบปัญหาก็แก้ปัญหานั้นให้ทันทีส่วนผู้นำ จะมองล่วงหน้าและแสวงหาโอกาสที่ทำให้ได้รับผลตอบแทนสูงหรือได้ประโยชน์คุ้มค่ากับการเสี่ยงภัย โดยการสามารถพิเศษที่อยู่เหนือธรรมดา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"> ดังนั้น ในการคิดผู้บริหารจะคิดเพียงขั้นเดียวหรือสองขั้น แต่ผู้นำคิดหลายขั้นและคิดลึกกว่าในการแก้ปัญหา</p>
3. ทฤษฎี 8 K’s, 8 H’s, 5 K’s เกี่ยวข้องอย่างไรกับLeadership
ทฤษฎี8K’s นั้นประกอบด้วย <p style="margin-left: 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt">· ทุนมนุษย์ (Human Capital)</p>
· ทุนทางความรู้ (Talented Capital) · ทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) · ทุนทาง IT (Digital Capital) · ทุนทางความสุข (Happiness Capital) · ทุนทางจริยธรรม (Ethical Capital) · ทุนทางสังคม (Social Capital) · ทุนแห่งความยั่งยืน (Sustainability Capital)ทฤษฎี 8 H’s นั้นประกอบด้วย· HERITAGE (มรดก)รากฐานของชีวิต· HEAD สมอง (คิดเป็น คิดดี)· HAND มืออาชีพ· HEART จิตใจที่ดี· HEALTHสุขภาพและพลานามัยที่สมบูรณ์· HOME บ้านและครอบครัว· HAPPINESS การดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข· HAMONY ความปรองดอง สมานฉันท์ ทฤษฎี 5 K’S นั้นประกอบด้วย · Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม· Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์· Knowledge Capital ทุนทางความรู้· Cultural Capital ทุนทางประสบการณ์ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· Emotional Capital ทุนทางอารมณ์</p> จากองค์ประกอบทั้งหมดของ ทฤษฎี 8 K’s, 8 H’s, 5 K’s นั้น จะเห็นได้ว่า สิ่งเหล่านี้คือองค์ประกอบที่ผู้นำพึงมีเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กรและจะนำมาซึ่งความร่วมมือในการทำงานร่วมงานกันมากขึ้นเพราะมีการวางแผนและแก้ปัญหาที่ดี และสุดท้ายนี้ขอกราบขอบพระคุณ ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่ได้ให้ความรู้และแนวความคิดของ ทฤษฎี ภาวะผู้นำ(leadership) รวมถึงความรู้ต่างๆที่ท่านได้แนะนำด้วย</span></span></font></span></span></span></span>