คอลลาเจนเปปไทด์กำลังฮิตสุดๆ ในบ้านเรา โดยเฉพาะในหมู่นักกีฬาและคนรักสุขภาพที่เชื่อว่าจะช่วยให้เส้นเอ็นแข็งแรง ป้องกันเจ็บได้ แต่ล่าสุดมีงานวิจัยที่สื่อออนไลน์ Barbend หยิบมาพูดถึง ชวนให้คิดใหม่ว่าไอ้ที่เชื่อๆ กันมา โดยเฉพาะเรื่อง “คอลลาเจนเปปไทด์กับความหนาของเส้นเอ็น” ที่โยงกับสุขภาพเอ็นและการป้องกันการบาดเจ็บเนี่ย มันจริงแค่ไหนกันแน่ [barbend.com]

ที่คนหันมาสนใจคอลลาเจนเปปไทด์กันเยอะ ก็เพราะรู้กันว่าคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ผิวหนัง และกระดูกอ่อน ยิ่งในไทยเราที่กีฬาฮิตๆ อย่างแบดมินตัน ฟุตบอล หรือมวยไทย ทำให้เจ็บเส้นเอ็นกันบ่อย แบรนด์อาหารเสริมต่างๆ ก็เลยแข่งกันออกสินค้าคอลลาเจนเปปไทด์มาเป็นตัวช่วย ลดปวดข้อ ฟื้นตัวไว หรือกระทั่งเพิ่มพลังตอนออกกำลังกาย แต่เอาเข้าจริง หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มายืนยันสรรพคุณเหล่านี้มันยังคลุมเครืออยู่เลย

Barbend รายงานว่า ถึงแม้โฆษณาจะบอกว่าคอลลาเจนเปปไทด์ (ยิ่งถ้ากินกับวิตามินซีและออกกำลังกายไปด้วย) จะช่วยให้เส้นเอ็นแข็งแรง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ แต่เรื่องที่ว่ามันช่วยเพิ่ม ความหนา ของเส้นเอ็นได้จริงมั้ยเนี่ย ยังเถียงกันไม่จบ บางทีเขาก็วัดความหนาเส้นเอ็นเพื่อดูว่าสุขภาพดีหรือเปล่า เพราะเชื่อว่าเอ็นหนาๆ จะรับแรงได้ดีกว่า โอกาสขาดก็น้อยลง แต่พอไปดูงานวิจัยที่ออกแบบมาดีๆ อย่างพวกที่สุ่มคนกินคอลลาเจนเทียบกับคนกินยาหลอก กลับไม่เจอว่าความหนาเส้นเอ็นของสองกลุ่มนี้มันต่างกันเลยนะ แม้จะซ้อมกันหนักตามโปรแกรมก็ตาม

ล่าสุด วารสารดังอย่าง “International Journal of Sport Nutrition and Exercise Metabolism” ก็ตีพิมพ์ผลวิจัยที่ไปในทางเดียวกัน คณะนักวิจัยเขาทดลองกับนักกีฬากว่า 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้คอลลาเจนเปปไทด์กับกลุ่มที่ได้ยาหลอก แล้วให้ฝึกเวทเทรนนิงนาน 12 สัปดาห์ ผลคือ ถึงแม้ทั้งสองกลุ่มกล้ามเนื้อจะแข็งแรงขึ้น และเส้นเอ็นมีคุณสมบัติบางอย่างดีขึ้นตามคาด แต่เรื่อง “ความหนา” ของเส้นเอ็นนี่สิ ไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเลย นักวิจัยฟันธงเลยว่า “การกินคอลลาเจนเปปไทด์ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ได้ช่วยให้เอ็นร้อยหวายหนาขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้กิน” [journals.humankinetics.com]

ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬาและศัลยกรรมกระดูกในบ้านเราก็มองตรงกันว่า ความหนาของเส้นเอ็นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของสุขภาพเอ็นโดยรวมเท่านั้น นักกายภาพบำบัดจากโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เสริมว่า “โครงสร้างเส้นเอ็น เส้นใยคอลลาเจน และระบบเลือดที่ไปเลี้ยงเส้นเอ็น ก็สำคัญไม่แพ้กัน อาหารเสริมมันแทนที่โปรแกรมฟื้นฟูที่ถูกหลัก หรือการออกกำลังกายที่พอเหมาะพอดีไม่ได้หรอก” จริงๆ แล้ว ปัญหาเส้นเอ็นของนักกีฬาส่วนใหญ่มักเกิดจากการใช้งานหนักเกินไป รับภาระไม่สมดุล หรือพักผ่อนไม่พอ มากกว่าจะขาดสารอาหารซะอีก

นักโภชนาการการกีฬาจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ก็ให้ความเห็นว่า “คอลลาเจนอาจจะช่วยดูแลเนื้อเยื่อเกี่ยวพันโดยรวมได้บ้าง แต่ข้อมูลที่ฟันธงได้ว่ากินคอลลาเจนเปปไทด์แล้วเอ็นจะหนาและแข็งแรงขึ้นจริงจังน่ะยังไม่มีเลย จำเป็นต้องมีงานวิจัยเพิ่ม โดยเฉพาะกับคนเอเชีย เพราะงานวิจัยส่วนใหญ่ที่ผ่านมาทำในกลุ่มคนตะวันตก ซึ่งอาหารการกินและไลฟ์สไตล์ก็ต่างกับเรา”

ตลาดอาหารเสริมในไทยก็ยังบูมไม่หยุดตามเทรนด์โลก หน่วยงานรัฐอย่าง อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ก็อนุญาตให้ขายผลิตภัณฑ์คอลลาเจนได้ แต่ก็คอยกำชับเรื่องโฆษณาเกินจริงมาตลอดหลายปีหลังนี่ ยิ่งพักหลังๆ มีการรณรงค์และคุมเข้มโฆษณาออนไลน์มากขึ้น เพราะเจอบ่อยมากที่รีวิวหรือแชร์ประสบการณ์อวดอ้างสรรพคุณว่าดูแลเส้นเอ็น ผิวสวยเป๊ะปังเกินเบอร์ โดยไม่มีหลักฐานมายืนยันเลย [fda.moph.go.th]

ถ้ามองในมุมวัฒนธรรมบ้านเรา ที่คนไทยฮิตคอลลาเจนกัน ไม่ใช่แค่เรื่องกีฬาอย่างเดียว แต่ยังผูกกับค่านิยมเรื่องความสวยความงาม ผิวพรรณผุดผ่อง ที่ทำให้เครื่องดื่มและผงคอลลาเจนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่ถ้าพูดถึงสุขภาพกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นจริงๆ ผู้เชี่ยวชาญเขาก็ยังแนะนำเหมือนเดิม คือ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ บริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ยืดหยุ่น กินอาหารให้ครบหมู่ และใส่ใจโปรแกรมฟื้นฟูหรือป้องกันการบาดเจ็บที่น่าเชื่อถือ มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ

ในอนาคต คงต้องรอดูงานวิจัยที่เจาะลึกกว่านี้ ตอนนี้มหาวิทยาลัยในไทยและทีมนักกีฬาก็กำลังจับมือกับสถาบันต่างชาติเพื่อศึกษาว่าปัจจัยเรื่องพันธุกรรม อาหารการกิน หรือโปรแกรมฝึกซ้อมที่เหมาะกับคนเอเชีย มันส่งผลต่อการดูดซึมคอลลาเจนหรือการเปลี่ยนแปลงของเส้นเอ็นยังไงบ้าง กว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนสำหรับคนไทยเรา นักวิชาการด้านสุขภาพก็ฝากให้ทุกคนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลโฆษณาต่างๆ และหันไปเน้นวิธีที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง อย่างการเสริมสร้างความแข็งแรง จัดท่าออกกำลังกายให้ถูก และพักผ่อนให้เพียงพอ

สรุปง่ายๆ สำหรับคนไทยที่กังวลเรื่องเส้นเอ็น การกินอาหารเสริมคอลลาเจนอาจจะมีบทบาทน้อยมาก หรืออาจจะไม่จำเป็นเลยด้วยซ้ำ ทางที่ดีควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ออกกำลังกายสม่ำเสมอแบบพอดีๆ และเน้นกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เช่น ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ เต้าหู้ ผักผลไม้หลากสีสัน ซึ่งของพวกนี้มีทั้งกรดอะมิโนและวิตามินซีที่จำเป็นต่อการสร้างเสริมร่างกายให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน

ถึงแม้ว่าคอลลาเจนโดยทั่วไปจะถือว่าปลอดภัย แต่ ณ วันนี้ งานวิจัยก็ยังไม่มีหลักฐานชัดๆ ว่ามันช่วยเพิ่มความหนาเส้นเอ็นหรือป้องกันการบาดเจ็บได้แบบปาฏิหาริย์ งานวิจัยที่เจาะจงศึกษาในกลุ่มคนไทยโดยเฉพาะจึงสำคัญมากในอนาคต เพื่อจะได้เข้าใจบทบาทของคอลลาเจนต่อสุขภาพเส้นเอ็นและข้อต่อของพวกเราในระยะยาวจริงๆ