วิสาลักขิวิมาน
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
๙. วิสาลักขิวิมาน
ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่นางสุนันทาอุบาสิกาผู้มีตาโต
(สมเด็จอมรินทราธิราชตรัสถามสุนันทาเทพธิดาว่า)
[๖๖๖] เทพธิดาผู้มีดวงตาโต เธอมีหมู่นางอัปสรแวดล้อม มีชื่อว่าอะไร มาเที่ยวเดินชมอยู่รอบๆ สวนจิตรลดาอันน่ารื่นรมย์
[๖๖๗] ในเวลาที่เหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์ล้วนทรงม้า ทรงรถ ประดับเครื่องทรงวิจิตรงดงาม พากันมา ณ ที่นี้ เข้าไปชมสวนจิตรลดานี้
[๖๖๘] แต่เมื่อเธอมาถึงที่นี่เที่ยวชมสวนอยู่ กายเธองามกระทั่งความงามของสวนไม่ปรากฏ เพราะเหตุอะไรรูปกายเธอจึงงามเช่นนี้ เทพธิดา เราถามแล้ว ขอเธอจงบอกเถิดว่า นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า
(สุนันทาเทพธิดาผู้เป็นอัครชายาทูลตอบว่า)
[๖๖๙] ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ ผู้ทรงบำเพ็ญทานมาแต่ปางก่อน ขอพระองค์โปรดสดับกรรมอันเป็นเหตุให้ดิฉันมีรูปงาม บังเกิดในเทวโลก มีฤทธิ์และอานุภาพ
[๖๗๐] หม่อมฉันเป็นอุบาสิกามีนามว่าสุนันทา อยู่ในกรุงราชคฤห์ อันน่ารื่นรมย์ เป็นผู้มีศรัทธา สมบูรณ์ด้วยศีล ยินดีแจกจ่ายทานเป็นนิตย์
[๖๗๑] หม่อมฉันมีจิตเลื่อมใสในเหล่าภิกษุผู้ปฏิบัติตรง จึงได้ถวายผ้านุ่งผ้าห่ม ภัตตาหาร เสนาสนะ และเครื่องตามประทีป
[๖๗๒] ทั้งได้เข้าจำอุโบสถศีลซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘ ทุกวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์
[๖๗๓] สำรวมระวังในศีลตลอดเวลา และแจกจ่ายทานด้วยความเคารพ จึงได้ครอบครองวิมานนี้
[๖๗๔] หม่อมฉันงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ การลักขโมย การประพฤตินอกใจสามี สำรวมระวังจากการพูดเท็จ และจากการดื่มน้ำเมา
[๖๗๕] หม่อมฉันยินดีในศีล ๕ ฉลาดในอริยสัจ เป็นอุบาสิกาของพระผู้มีพระภาคทรงพระนามว่า โคดม ผู้มีพระจักษุ มีพระยศ
[๖๗๖] หม่อมฉันใช้ดอกไม้ทั้งหมดที่หญิงรับใช้นำมาจากตระกูลญาติเนืองนิตย์นั้นเองบูชาที่พระสถูปของพระผู้มีพระภาค
[๖๗๗] อนึ่ง ในวันอุโบสถ หม่อมฉันมีจิตเลื่อมใส ได้ถือมาลัยของหอมและเครื่องลูบไล้ ไปบูชาที่พระสถูปของพระผู้มีพระภาคนั้นด้วยมือทั้งสองของตน
[๖๗๘] ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ เพราะกรรมที่หม่อมฉันใช้มาลัยบูชาพระสถูป (ของพระผู้มีพระภาค) หม่อมฉันจึงมีรูปงาม บังเกิดในเทวโลก มีฤทธิ์และอานุภาพเช่นนี้
[๖๗๙] อนึ่ง การที่หม่อมฉันรักษาศีลเป็นปกติ จะอำนวยผลเพียงเท่านั้นก็หามิได้ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ หม่อมฉันมีความหวังว่า อย่างไรเสีย เราพึงได้เป็นพระสกทาคามี
วิสาลักขิวิมานที่ ๙ จบ
----------------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปาริฉัตตกวรรคที่ ๓
๙. วิสาลักขิวิมาน
อรรถกถาวิสาลักขิวิมาน
วิสาลักขิวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร?
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว พระเจ้าอชาตสัตตุทรงรับพระบรมสารีริกธาตุของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่พระองค์ได้รับมาสร้างพระสถูปและฉลองในกรุงราชคฤห์
ลูกสาวช่างทำดอกไม้คนหนึ่งอยู่กรุงราชคฤห์ ชื่อสุนันทา เป็นอุบาสิกา เป็นอริยสาวิกา บรรลุโสดาบัน ได้ส่งพวงมาลัยและของหอมเป็นอันมากที่ส่งมาจากเรือนของบิดา ทำการบูชาพระเจดีย์ทุกๆ วัน. ทุกวันอุโบสถ นางได้ไปทำการบูชาด้วยตนเอง.
ต่อมานางมีโรคอย่างหนึ่งเบียดเบียนถึงแก่กรรม ได้ไปเกิดเป็นบริจาริกาของท้าวสักกเทวราช. วันหนึ่ง นางได้เข้าไปยังสวนจิตรลดากับท้าวสักกะจอมเทพ. ณ ที่นั้น รัศมีของทวยเทพเหล่าอื่นถูกรัศมีของดอกไม้เป็นต้นกำจัด มีสีวิจิตรตระการตายิ่งนัก. แต่รัศมีของเทพธิดาสุนันทามิได้ถูกรัศมีดอกไม้เหล่านั้นครอบงำ คงอยู่เหมือนเดิม.
ท้าวสักกเทวราชทรงเห็นดังนั้น มีพระประสงค์จะรู้สุจริตกรรมที่เทพธิดานั้นทำมา จึงได้สอบถามด้วยคาถาเหล่านี้ว่า
ดูก่อนแม่เทพธิดาผู้มีตางาม เธอชื่อไรจึงได้มีหมู่นางฟ้าแวดล้อม เดินวนเวียนอยู่รอบๆ ในสวนจิตรลดาอันน่ารื่นรมย์ ในคราวที่พวกเทวดาชั้นดาวดึงส์ ล้วนแต่ขึ้นม้าขึ้นรถตกแต่งร่างกายงดงามเข้าไปยังสวนนั้นแล้วจึงมาในที่นี้.
แต่เมื่อเธอมา พอมาถึงที่นี้กำลังเที่ยวในสวน รัศมีก็สว่างไสวไปทั้งสวนจิตรลดา แสงสว่างของสวนมิได้ปรากฏ รัศมีของเธอมาข่มเสีย ดูก่อนแม่เทพธิดาฉันถามเธอแล้ว ขอเธอจงบอกว่า นี้เป็นผลของกรรมอะไร.
ครั้นท้าวสักกะตรัสถามอย่างนี้แล้ว เทพธิดานั้นจึงได้ตอบด้วยคาถาเหล่านี้ว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ ผู้ทรงบำเพ็ญทานมาแต่กาลก่อน รูป คติ ฤทธิ์และอานุภาพของหม่อมฉันมีขึ้นด้วยกรรมใด ขอพระองค์จงทรงสดับกรรมนั้นเถิด.
หม่อมฉันชื่อสุนันทา เป็นอุบาสิกาอยู่ในกรุงราชคฤห์อันน่ารื่นรมย์ ถึงพร้อมด้วยศรัทธาและศีล ยินดีในการแจกจ่ายทานทุกเมื่อ หม่อมฉันมีใจเลื่อมใสในท่านผู้ประพฤติตรง จึงได้ถวายผ้านุ่งห่ม ภัตตาหาร เสนาสนะและประทีป ทั้งได้รักษาอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ตลอด ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สำรวมอยู่ในศีล ๕ เป็นนิตย์ คือเว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นจากการพูดเท็จ จากการเป็นขโมย จากการประพฤตินอกใจ ไกลจากการดื่มน้ำเมา เป็นผู้ฉลาดในอริยสัจจธรรม เป็นอุบาสิกาของพระโคดมผู้มีจักษุ ผู้มียศ.
ทาสีจากตระกูลญาติของหม่อมฉันนำดอกไม้มาให้ทุกวัน หม่อมฉันได้บูชาที่สถูปของพระผู้มีพระภาคเจ้าทุกวัน
อนึ่ง ในวันอุโบสถ หม่อมฉันมีใจเลื่อมใสได้ถือเอาดอกไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้ไปบูชาพระสถูปด้วยมือของตนเอง.
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ รูป คติ ฤทธิ์และอานุภาพเช่นนี้มีขึ้นแก่หม่อมฉันเพราะกรรมนั้น มิใช่ว่าผลที่หม่อมฉันได้บูชาพระสถูปด้วยพวงมาลัย และที่หม่อมฉันได้รักษาศีลจะให้ผลเท่านั้นก็หามิได้ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ หม่อมฉันยังได้เป็นสกทาคามี ตามความหวังของหม่อมฉันอีกด้วย.
ท้าวสักกะจอมเทพได้ทรงบอกความนั้นแก่ท่านพระวังคีสเถระ ตามนัยที่พระองค์และเทพธิดานั้นกล่าวแล้ว.
ท่านพระวังคีสะได้บอกแก่พระมหาเถระทั้งหลายผู้เป็นพระธรรมสังคาหกาจารย์ ครั้งทำสังคายนา. พระมหาเถระเหล่านั้นได้ยกเรื่องนั้นขึ้นสู่การสังคายนา ด้วยประการนั้นเอง.
จบอรรถกถาวิสาลักขิวิมาน
-----------------------------------------------------