ความโชคดีนี้ไม่เข้าข้างใครออกข้างใครนัก แต่ความโชคดีเกิดขึ้นบ่อยๆ จนอาจจะต้องเรียกว่า เฮงก็เป็นได้ แต่ก่อนจะเฮง ก็ต้องแสดงความสามารถเสียก่อน จึงผนวกออกมาเป็น เก่งบวกเฮง
การทำงานที่ไม่ได้หวังผลตอบแทน ..... ย่อมนำมาสู่ซึ่งความสุข..เป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่า....แต่อาจจะนำมาสู่ความเฮง..โดยไม่รู้ตัว
การทำงานที่ทำด้วยใจรัก...เสียสละ ....อุทิศเวลา..ทุ่มเทสติปัญญา..ผลที่ได้คุ้มค่าเกินกว่าที่จะบรรยาย..จึงเกิดมาเป็น..เก่งบวกเฮง
เก่งบวกเฮงของครูอ้อยเป็นบันทึกที่เขียนมาจากความเป็นจริง ไม่ได้ปรุงแต่ง
ใกล้จะถึง วันครู ครูอ้อยก็มีประวัติศาสตร์วันครูถึง 2 ครั้ง ในชีวิตนี้ ที่จะเขียนเรื่อง เก่งบวกเฮง
วันนี้จะกล่าว 1 เรื่อง คือ วันครูกับเข็มเชิดชูเกียรติ คุรุสดุดี ปี 2545
ปีนั้น ครูอ้อยเป็นนักล่ารางวัล และเป็นปีทองของครูอ้อย หมายถึง ครูอ้อยจะได้รับรางวัลต่างๆมากมาย จากการนำเสนอผลงานทางวิชาการ การประกวดสื่อ การเป็นวิทยากร เขียนบทความลงวารสาร ฯ
ครูอ้อยจะเก็บผลงานเหล่านี้ และจัดทำเป็นแฟ้มรายงานผลงานตลอดและต่อเนื่อง
เมื่อถึงคราวการสรรหาบุคคลเพื่อรับรางวัลเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ ครูอ้อยก็จัดส่งทันที
และเป็นไปตามคาดหมาย ครูอ้อยได้รับรางวัล
ก็จะไม่จบเท่านี้ ครูอ้อยกลับมาจากการรับรางวัล ก็ต้องกลับมาจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงาน เพื่อการต่อยอดต่อไปอีก
ครูอ้อยจะทำอย่างนี้เสมอ พอที่จะเป็นประวัติศาสตร์ของครูอ้อย ในบันทึกชื่อ เก่งบวกเฮง ได้หรือยัง