กลับมาอีกครั้งกับการเขียนบันทึก ห่างหายไปนาน แต่ติดตามทุกวัน เพียงแต่เป็นคนที่ทำอะไรต้องใช้...อารมณ์ 
     วันนี้  ไม่รู้จะเขียนได้ดีหรือเปล่า ดึกๆ  คืนนี้นอนไม่หลับ  นั่งมองออกไปที่หน้าต่าง เห็นแสงไฟหน้าบ้าน  ทำให้หวลคิดถึงเมื่อครั้งเยาว์วัย สภาพหมู่บ้านชนบท ไม่มีไฟฟ้าใช้ จุดตะเกียงเจ้าพายุ เสียงจั้กจั่นร้องร่ำไร ลมพัดมาเบาๆ  ท้องฟ้ามีหมู่ดาวพราวแสงเต็มท้องฟ้า  แต่..ณ.  สวยกล้วยข้างบ้านมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ถูกจับมัดมือไว้กับต้นกล้วย  แต่เธอยืนนิ่งเฉย  เหมือนทบทวนอะไรซักอย่าง  ดวงตามีแววขบคิด  คราบน้ำตาแห้งสนิท  สักครู่ใหญ่  มีเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามา มีเสียงเจรจากระซิบเบาๆ  "อย่าเอะไปนะ  พ่อจะตื่น กิตติดูต้นทางให้พี่  ศักดิ์จับประตูไว้" "นิ่งนะคนดีของพี่ พี่มาช่วยแล้ว เข้าบ้านนอนซะ" 
     ทุกท่านอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วรู้สึกอย่างไร เดาเหตุการณ์ต่อไปดูซิ...จะเกิดอะไรขึ้น
     เมื่อเด็กหญิงเดินเข้าห้องนอน  พบพ่อ แม่ ที่นั่งรอใต้แสงตะเกียงหน้าเปื้อนด้วยรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นเหลือเกิน พ่อพูดสั้นๆ เพียงว่า "เห็นความรักของพี่น้อง พ่อดีใจที่สุด" "แสดงว่าพ่อไม่ได้นอนหลับ แต่พ่อรอดูการแก้ปัญหาของพวกเรา" พี่ชายคนโตพูด พ่อยิ้ม แม่หัวเราะเบาๆ  คืนนั้น เด็กหญิงหลับด้วยความสุขใจ
     หลายคนเริ่มสงสัยแล้วว่า เกิดอะไรขึ้นกับเด็กผู้หญิงคนนี้ ตั้งใจอ่านนะคะ(ไม่รู้จะฉีกมุม  ผู้อ่านหรือเปล่า)  เธอถูกทำโทษ เพราะ "งอแง" เอาแต่ใจตนเอง ร้องไห้ไม่หยุด เพียงแค่เธอเล่นเกมท้าประลอง วิ่งไปนั่งข้างพ่อกับแม่ เพื่อรับประทานอาหารเย็น  เธอแพ้พี่ชายทั้งสองคน  พ่อที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน (ครูใหญ่) แม่ก็เหนื่อยจากการสอน(ครูน้อย) กลับมาบ้าน ต้องเลี้ยงหมู ดูโรงสีข้าว ขายรำ  สารพัดที่ท่านทำ  บ้านหลังนี้ครอบครัวใหญ่ มีลูก  8  คน  วัยรุ่น 3  วัยเด็ก  4  และวัยแบเบาะ  1  คน  เมื่อเธอร้องงอแง คงเป็นสาเหตุให้พ่องุดหงิด และแม่ก็ปลอบแล้ว   แต่..เธอก็ไม่หยุดร้องเสียที นี่  คือสาเหตุที่เธอถูกทำโทษ โดยการจับไปมัดมือติดกับต้นกล้วย พร้อมคำสั่ง ห้าม! ไม่ให้ใครช่วย จนกว่าเธอจะหยุดร้อง แต่สถานการณ์ก็คลี่คลายไปในทางที่ดี เมื่อพี่ชายทั้งสามร่วมกระบวนการช่วยเหลือเด็กหญิง
     เหตุการณ์ที่เล่ามานี้  ดิฉันเพียงแต่อยากจะสื่อถาม ท่านนักจิตวิทยาทั้งหลายว่า  เป็นการทารุณกรรมเด็กหรือเปล่า 
     แต่...เด็กผู้หญิงคนนี้  เธอกลับบอกว่าม่ใช่  คืนนั้นทำให้เธอพบกับความรักที่ใหญ่  คำสอนที่มีราคาแพง  บทเรียนที่จำฝังใจ  เธอค้นพบคำสอนของพ่อที่สอนให้เธอเข้มแข็ง ไม่กลัว(ความมืด  วังเวง) เธอรู้จักเหตุผล  (ไม่งอแง) เห็นความรักความสามัคคีของพี่ชาย ด้วยวัยเพียง 6 ขวบ เธอจำได้ไม่มีวันลืม เธอเติบโตมาด้วยความรัก ความห่วงใยจากครอบครัว  เธอไม่เคยคิดว่าเธอถูกทำลายจิตใจเลย  ซักนิด...จนกระทั่งวันนี้  วันที่เธอมานั่งคืนบันทึก วันที่เธอเติบโตมาเป็นแม่ เป็นครู  เธอภูมิใจกับคำสอนสอนของวีรบุรุษ หากไม่มีคืนนั้น เธออาจจะเป็นคนเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจตนเอง ก็ได้  หรือท่านนักจิตวิทยา ว่าอย่างไร