วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๘ มีการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญตาม ยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง “เด็กไทยมีความสามารถคิดวิเคราะห์และมีสมรรถนะสูงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้”   

อ่านเอกสารข้อเสนอโครงการวิจัย ที่มีคุณสรวิศ ไพบูลย์รัตนากร เป็นหัวหน้าโครงการ แล้ว    ผมคิดว่า โครงการนี้ต้องตั้งหลักให้มั่นอยู่กับผลลัพธ์ และผลกระทบ ที่จะส่งมอบ (deliverables) ที่ตามหลักการของ แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของ สกสว. ที่ผมรับรู้มาจากการประชุมของ สกสว.   เป็นโครงการในลักษณะ sandbox  เพื่อสร้างฐานการเปลี่ยนแปลงในระบบนั้นๆ ในเวลา ๒ ปี   เพื่อสร้างผลกระทบสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ต่อเนื่องยาวนาน   

คือเป็น high impact investment ด้านการศึกษา    เพื่อนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลและ เอไอ เข้าสู่ระบบการศึกษาไทย    สู่ impact ต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ คือการพัฒนาสมรรถนะของนักเรียน  ที่ สกสว. เน้นสมรรถนะการคิดวิเคราะห์ (critical thinking)   

ผมจึงสะท้อนคิดกับตนเองว่า    ประเด็นสำคัญที่ต้องย้ำ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานฯ  มีดังต่อไปนี้   และนำเสนอต่อที่ประชุม   

  1. ผู้ดำเนินการโครงการต้องตั้งสติอยู่ตลอดเวลาว่า เป้าหมายสำคัญหมายเลข ๑ คือนักเรียน หรือผู้เรียน    หรือการพัฒนาผลลัพธ์ของผู้เรียน
  2. เทคโนโลยีดิจิทัล และเอไอ เป็น เครื่องมือ (means)  ไม่ใช่ เป้าหมาย (end)
  3. ต้องระวัง ไม่หลงใช้เทคโนโลยีทดแทนครู   ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ (มนุษย์สัมผัสมนุษย์) สำคัญที่สุดต่อการเรียนรู้ของมนุษย์   
  4. ระวังไม่เข้าไปติดกับดักระบบราชการ ต้องหาทางใช้ความคล่องตัวของ sandbox   
  5. ใช้พลังของการเรียนรู้จากประสบการณ์ (experiential learning)   โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วมกันสะท้อนคิดจากประสบการณ์สู่การร่วมกันพัฒนาแนวคิดหรือหลักการใหม่ๆ ตามหลักการของ  Kolb’s Experiential Learning Cycle    สำหรับใช้หลักการที่ร่วมกันสะท้อนคิดได้ ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาระบบการศึกษา
  6. การเรียนรู้จากประสบการณ์นี้  มีการนำไปใช้ในกระบวนการพัฒนาครูประจำการ  ที่ต้องออกแบบโครงการให้บูรณาการอยู่ในกระบวนการในโครงการ  
  7. เป้าหมายผลกระทบของโครงการนี้ หมายเลขสอง คือการเรียนรู้ของครู – PLC  ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น จากการใช้ AI Technology  การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือเรียนรู้จากการสร้างสรรค์หรือสร้างความรู้ และสมรรถนะต่างๆ ใส่ตัวจากการลงมือทำ โดยเน้นริเริ่มเอง  โครงการนี้จึงควรเน้นให้ครูเป็นผู้ริเริ่มกระทำการ    ไม่ใช้เน้นให้ครูทำตามที่คนอื่นสอน (หรือสั่ง)     
  8. เป็นไปได้ไหม ที่ครูจะแสดงบท co-creator   ในการสร้างสสรค์บางจุด  หรือรวมตัวกันทำหน้าที่ โค้ช    
  9. เป้าหมายผลกระทบของโครงการนี้ หมายเลขสาม คือการสร้างฐานความรู้ความเข้าใจหลักการด้านการเรียนรู้ สู่ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลง (transform) ระบบการศึกษา
  10. มีการสื่อสารสังคม (public communication) ด้านการเปลี่ยนวิธีจัดการศึกษาหรือการเรียนรู้ ที่ใช้ไอที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอไอ ช่วยให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างครบด้าน   รวมทั้งได้พัฒนาตามศักยภาพของแต่ละคน    โดยรู้เท่าทันด้านลบ หรืออันตรายที่เกิดจาก เอไอ   เพื่อให้พ่อแม่รู้วิธีหนุนให้ลูกใช้เอไอ เป็นตัวช่วยหนุนการเรียนรู้อย่างถูกวิธี  พ่อแม่เกิดความเข้าใจวิธีหนุนการเรียนรู้ของลูก    รวมทั้งสื่อสารเชิงนโยบายต่อฝ่ายนโยบาย ที่ไม่ใช่แค่ส่วนกลางของประเทศ   ยังเล็งเป้าไปที่ฝ่ายนโยบายท้องถิ่น คือ อปท. ด้วย       
  11. พึงระวังไม่ดำเนินการซ้ำเติม หรือส่งเสริมแนวทางที่ผิดพลาดที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวทางการศึกษาที่ไร้มิติของความเป็นมนุษย์   บั่นทอนศักยภาพของความเป็นมนุษย์   เรื่องนี้อธิบายได้ยาวมาก   

ในที่ประชุม มีกรรมการเตือนว่า   ต้องระวังอย่าหลงผิดว่า นักเรียนเรียนรู้เฉพาะตอนอยู่ที่โรงเรียน    ต้องเอาใจใส่การใช้ไอที และเอไอ โดยนักเรียนและพ่อแม่ ให้เกิดผลเชิงบวกตอนอยู่ที่บ้าน หรือตอนอยู่นอกโรงเรียนด้วย   

การประชุมวันนี้ มีพลังมาก   ตกลงกันว่า สิ่งส่งมอบเมื่อจบโครงการที่ใช้เวลา ๒ ปีการศึกษา (๒๕๖๘ และ ๒๕๖๙)     คือ AI platform ที่พิสูจน์แล้วว่าทำงานได้ผล   ที่เป็น open platform คือเปิดให้สาธารณะใช้ฟรี   รวมทั้งมีทีมโค้ชที่พัฒนาขึ้นใน ๗ พื้นที่ (จังหวัด)    ที่ได้ทำงานโค้ชโรงเรียนและครูอย่างได้ผล  และแม้จบโครงการก็ยังสามารถโค้ชโรงเรียนและครูได้อย่างต่อเนื่อง     รวมทั้งในบางทีมยังพัฒนา เอไอแพล็ตฟอร์ม ต่อเนื่องได้อีกด้วย   

ข้อมูลหลักฐานที่ช่วยยืนยันคุณภาพของ AI Platform ที่พัฒนาขึ้น   ผสานกับผลการดำเนินงานของทีมพัฒนา (โค้ช) ในพื้นที่  คือผลการเรียนของนักเรียนยกระดับขึ้นโดยเฉลี่ย ๑ ระดับ (ตามแนวทางของ PISA)   ในพื้นที่ทั้ง ๗ จังหวัด  รวมจำนวนนักเรียน และเด็กหลุดจากระบบที่ผลการเรียนยกระดับ ๒ หมื่นคน จากทั้งหมด ๒.๕ หมื่นคน   ตกลงกันว่าเด็กเหล่านี้เรียนชั้น ม. ต้น         

กรรมการได้แนะนำแนวทางที่จะช่วยให้ทีมงานบริหารกลางของโครงการที่นำโดยคุณสรวิศ ทำงานได้อย่างคล่องตัว   และมีทีมงานที่เข้มแข็งเข้ามารับงานในโครงการดำเนินการพัฒนาแพล็ตฟอร์ม    และทีมงานพัฒนาในพื้นที่       

วิจารณ์ พานิช

๑๙ มี.ค. ๖๘