สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จัดการประชุม OEC Hackathon รอบตัดสิน วันที่ ๖ - ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘    ผมมีโอกาสได้เข้าฟังการนำเสนอของ ๑๐ ทีมที่เข้ารอบสุดท้าย    ช่วงเช้าวันที่ ๙ ดังข่าว (๑)  (๒)   พบว่าเยาวชนไทยมีความสามารถในการคิดโครงการ และการนำเสนอ อย่างน่าชื่นชม     

ประกาศรับสมัคร (๑) ระบุว่าเป็นการแข่งขัน “ไอเดียนวัตกรรม เพื่อสร้างสรรค์ความยั่งยืนในชุมชน” ที่ผมไม่มีโอกาสเห็นรายละเอียดอื่นๆ    แต่ก็รับทราบว่ามีทีมสมัคร ๒๐๓ ทีม    คัดเลือกเหลือ ๓๐ ทีม    นำมาโค้ช   แล้วคัดเลือกเหลือ ๑๐ และโค้ชอีกระหว่างวันที่ ๖ - ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘   เพื่อนำมาเสนอในวันนี้ ให้คณะกรรมการตัดสิน    ซึ่งผลการตัดสินตรงตามสายตาของผม   

แต่ผมเกิดความคิดเตลิดไปไกลกว่าการประกวดไอเดีย    ว่าโอกาสต่อไป น่าจะให้ทุนพัฒนาเพื่อลงมือทำจริงๆ แก่ทีมที่ได้รับการคัดเลือก    เพื่อการเรียนรู้จากประสบการณ์    หมุนวงจรเรียนรู้จากประสบการณ์ ของนักเรียน   และสร้างผลกระทบต่อการพัฒนาชุมชนไปพร้อมๆ กัน    จะยิ่งดี หากจัดให้มีทีม DE – Developmental Evaluation เก็บข้อมูล    นำมาตั้งวงสานเสวนา (dialogue) สะท้อนคิด (reflection) ร่วมกันในวงทีมนักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชน    ที่จะส่งผลให้โครงการมีผลกระทบสูงขึ้น   และเกิดการเรียนรู้สูงขึ้นในทีมนักเรียน   และในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชน   ผลการวิจัยของทีม DE น่าจะนำไปตีพิมพ์เป็นผลงานวิชาการได้    ภายใต้หลักการ ผู้เรียนเป็นผู้ร่วมสร้างสรรค์ (co-creator) เพื่อการเรียนรู้ของตนเอง             

เพื่อนำผลการดำเนินการมาเผยแพร่ ชักจูงให้วงการศึกษาจัดการเรียนรู้แบบ community-engaged PBL ให้มากขึ้น ในวงการศึกษาไทย   เพื่อให้นักเรียนได้เรียนจากประสบการณ์จริง    และทำประโยชน์แก่ชุมชนไปพร้อมๆ กัน    เพื่อสร้างจิตสาธารณะไปพร้อมๆ กันกับการพัฒนาทักษะอื่นๆ ใส่ตัว จากการทำกิจกรรม   

ผมขอเสนอต่อคณะผู้ดำเนินการว่า    ในกิจกรรมเช่นนี้   ควรมีช่วงเวลาสะท้อนคิดเพื่อการเรียนรู้   ตอบคำถามที่นำสู่การปรับเปลี่ยนหรือพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ในโรงเรียน   ให้ทีมนักเรียนและครูร่วมกันสะท้อนคิดอย่างอิสระ ไม่มีผิดไม่มีถูก    ตอบคำถาม   โดยครูตอบในฐานะครูพี่เลี้ยง   นักเรียนตอบในฐานะทีมงาน    ตัวอย่างคำถามได้แก่ 

  1. ที่ตนเองเข้าร่วมโครงการนี้ มีเป้าหมายของตนเอง (ไม่ใช่ของโรงเรียน) อะไรบ้าง
  2. เป้าหมายข้อไหนที่ได้มากเกินคาด เพราะอะไร
  3. เป้าหมายข้อใดที่ได้น้อย เพราะอะไร
  4. ได้รับผลดีที่ไม่ได้กำหนดเป้าหมายไว้ก่อน อะไรบ้าง    เพราะอะไร
  5. มีข้อเสนอแนะต่อทีมจัด hackathon อย่างไรบ้าง
  6. หากมีโอกาสเข้าร่วมแข่งขันอีก จะเตรียมตัวต่างจากเดิมอย่างไรบ้าง
  7. หากปีหน้ามีรุ่นน้องเข้าแข่งขัน    มีคำแนะนำแก่น้องอย่างไรบ้าง   
  8. จากประสบการณ์ครั้งนี้   มีคำแนะนำแก่ผู้อำนวยการโรงเรียนและครู ให้ปรับปรุงวิธีจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนอย่างไรบ้าง   

แล้วทีมดำเนินการนำข้อมูลเหล่านั้นมาสังเคราะห์เป็นข้อเรียนรู้สำหรับใช้ (๑) ปรับปรุง hackathon ครั้งต่อไป   (๒) เสนอแนะต่อวงการศึกษาไทยให้นำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนเชิงรุก แบบ PBL – Project-Based Learning ของโรงเรียน     

ผมมีข้อสะท้อนคิดของตนเองโดยตั้งคำถามว่า   บรรยากาศในงานเน้นการแข่งขันมากเกินไปหรือเปล่า   เป้าหมายที่แท้จริงของงานคือการแข่งขันเอารางวัล    หรือเพื่อการเรียนรู้    เป็นเป้าหมายหลัก    ทีมงานที่ได้รับรางวัล ๓ ทีม สอนอะไรแก่ทีมอื่นๆ 

ผมไม่ได้อยู่ร่วมประชุมตอนบ่าย จึงไม่ทราบว่าเขาพูดเรื่องนี้กันหรือไม่   โดยผมมองว่า ๓ ทีมที่ได้รับรางวัล เป็นทีมที่ค้นหาข้อมูลในชุมชนหรือพื้นที่มาอย่างดี   ทีมที่ได้ที่ ๑ ได้ผู้ร่วมงาน ที่จะให้ทุนดำเนินการโครงการเพื่อหวังผลพัฒนาธุรกิจของตน   อีก ๒ ทีมก็ได้ศึกษาทำความเข้าใจบริบทในชุมชนเป็นอย่างดี    แต่ทีมส่วนใหญ่คิดเฉพาะด้านเทคโนโลยี   ไม่ได้ศึกษาความต้องการของผู้ใช้ให้ชัดเจนมาก่อนที่จะคิดโครงการ   

การเข้าชมกิจกรรมนี้ มาจากการเชื้อเชิญของ ศ. นพ. ประสิทธิ์ วัฒนาภา กรรมการสภาการศึกษา  และประธานอนุกรรมการนวัตกรรมการศึกษา    ที่เชิญคุณ Paul Collard  ผม และทีมงานจาก กสศ. ไปร่วมฟัง    ตกเย็นผมก็ได้รับอีเมล์ที่คุณพอลสะท้อนคิดส่ง ศ. นพ. ประสิทธิ์ อย่างยืดยาวละเอียดลออ   ช่วยให้ผมได้เรียนรู้เพิ่มขึ้น   โดยเฉพาะคำว่า Community-Engaged Learning ที่เมื่อผมค้น ก็ได้นิยามที่บอกองค์ประกอบ ๔ อย่าง ตามที่ลิ้งค์ไว้ให้    นอกจากนั้น ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณพอลว่า  ในปีต่อไปโครงการนี้ควรขยายเวลาให้นักเรียนมีเวลาไปหาข้อมูลและมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชน   เพื่อให้การคิดโครงการอยู่บนฐานบริบทในชุมชนอย่างแท้จริง   และควรให้ทุนแก่โครงการที่ได้รับรางวัลไปดำเนินการ    เพื่อการเรียนรู้จากประสบการณ์ โดยหมุนวงจรเรียนรู้ของโค้ลบ์ สู่การเรียนรู้หลักการเชิงนามธรรม ตามที่กล่าวแล้ว    สู่การเรียนรู้ในระดับลึกยิ่งขึ้น    

ตอนรับประทานอาหารเที่ยง ผมมีบุญที่ได้ทำความรู้จักคนในวงการศึกษาที่น่าเคารพนับถือสองท่าน  คือ ท่านรองอธิบดี สกร. ดร. ยุพิน บัวคอม ที่มีประสบการณ์เป็นผู้บริหารการศึกษาทั่วประเทศ  รู้เรื่องการศึกษาไทยทะลุปรุโปร่ง    และ รศ. ธีรวัฒน์ ประกอบผล อาจารย์ฟิสิกส์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่สนใจเรื่องการเรียนรู้    และได้รับรางวัลข้าราชการพลเรื่อนดีเด่น พ.ศ. ๒๕๖๖       

วิจารณ์ พานิช 

๑๑ ก.พ. ๖๘