การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความจากนิทาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทยโดย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านสองสะโกม อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์

วัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับตัวชี้วัดและมาตรฐาน 

1. เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความจากนิทาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80/80 

2. เพื ่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการเรียนเพื ่อพัฒนาทักษะการอ่านจับ ใจความจากนิทาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 

3. เพื ่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที ่มีต่อการเรียนเพื ่อพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความจาก นิทาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 

4. เพื ่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที ่มีต่อการเรียนเพื ่อพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความจาก นิทาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

กระบวนการหรือขั้นตอนการดำเนินงาน 

     การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความจากนิทาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านสองสะโกม อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 มีวิธีดำเนินการซึ่งสรุปได้ดังนี้

3.1 ขั้นวางแผน (Plan) 

3.1.1 วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน 

3.1.2 ศึกษาหลักสูตรและแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ แบบ 5w1h 

3.1.3 ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ แบบ 5w1h

ขั้นดำเนินการตามแผน (Do) 

วางแผนและเตรียมการ

จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบแบบ 5w1h ดำเนินการพัฒนาการอ่าน การเขียน ตามกิจกรรม

ประเมินผลการจัดกิจกรรม

ปรับปรุงและพัฒนา

รายงานผล/เผยแพร่

ขั้นตรวจสอบ (Check) 

3.3.1 ตรวจสอบคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้โดยผู้เชี่ยวชาญ 

3.3.2 กำกับติดตามการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยคณะกรรมการนิเทศการสอน 

3.3.3 ประเมินผลการอ่าน การเขียนของนักเรียน เพื่อดูพัฒนาการ การอ่านและการเขียน ของนักเรียน พัฒนาการของนักเรียน แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน แบบบันทึกการการอ่าน / การ เขียนของนักเรียน ผลสัมฤทธิ์การเรียนภาษาไทยและกลุ่มสาระอื่น ๆ ของนักเรียน

3.3.4 รวบรวมสรุปผลข้อมูล เพื่อสรุปผลการดำเนินกิจกรรมประสบผลสำเร็จบรรลุเป้าหมาย มากน้อยเพียงใด นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่าน การเขียนดีขึ้นกว่าเดิม นักเรียนอ่านและเขียนจับใจความ สำคัญได้ถูกต้อง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนพัฒนาขึ้น

ขั้นรายงานผลเพื่อปรับปรุงพัฒนา (Action) 

3.4.1 สรุปและเขียนรายงานผลการวิจัย 

3.4.2 นำผลการประเมินมาปรับปรุงแก้ไข โดยตรวจสอบกิจกรรมที่ควรปรับปรุง และพัฒนาให้ ดียิ่งขึ้น ได้แก่ ปรับวิธีการที่ให้พ่อแม่ช่วยเหลือการเรียนของลูก/จัดให้มีกิจกรรมพี่ช่วยน้องในปีต่อไป ฯลฯ

วิธีประเมินผล 

โรงเรียนบ้านสองสะโกม ใช้วิธีการนิเทศ (Supervision) กำกับติดตามเพื่อรับฟัง พูดคุยถึงปัญหาที่พบใน ขณะที่ครูดำเนินการตามกระบวนการโดยมีการนิเทศจากผู้บริหาร และคณะครูฝ่ายวิชาการเพื่อให้กำลังใจ และ ข้อเสนอแนะต่างๆ ซึ่งใช้รูปแบบการประเมินดังนี้

 ๔.1 สังเกตการณ์สอนของคณะครู 

๔.2 ผลการทดสอบ RT,NT,O-Net ของนักเรียน 

๔.3 แบบวัดความพึงพอใจในกระบวการ PLC ของครู

ผลการดำเนินงานที่ส่งผลที่ดีต่อผู้เรียนหรือสถานศึกษา 

    การพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียนจากนิทานโดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ5w1h กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในครั้งนี้ 

คะแนนการทำกิจกรรมระหว่างเรียนและทดสอบย่อยหลังเรียน การอ่านจับ ใจความจากนิทานของนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ทั้ง 3 เล่ม เฉลี่ยเท่ากับ 36.12 คะแนน คิดเป็น ร้อยละ 80.26

การจัดกิจกรรมการเรียนรู ้โดยใช้นิทาน กลุ ่มสาระการเรียนรู ้ภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาปีที ่ 3 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.26 / 81.76 แสดงว่า หนังสือนิทานมีประสิทธิภาพสูงกว่า เกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้

ผลรวมคะแนนทดสอบก่อนเรียนเท่ากับ 97 คะแนน และผลรวมคะแนน ทดสอบหลังเรียนเท่ากับ 139 คะแนน

นักเรียนที ่เรียนรู ้ด้วยหนังสือนิทาน กลุ ่มสาระการเรียนรู ้ภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาปีที ่ 3 มีค่าดัชนีประสิทธิผลในการเรียนรู ้เท่ากับ 0.5753 แสดงว่า การเรียนรู ้ด้วยหนังสือ นิทาน ทำให้นักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น 0.5753 หรือคิดเป็นร้อยละ 81.77

จากการเรียนรู้ด้วยหนังสือนิทาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ประสิทธิภาพกระบวนการ (E1) มีค่าเฉลี่ย 5.71 คิดเป็น ร้อยละ 57.06 และคะแนน ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประสิทธิภาพผลลัพธ์ (E2) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.18 คะแนน คิดเป็นร้อย ละ 81.77 ดังนั้น นักเรียนที่เรียนรู้ด้วยหนังสือนิทาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ท่ากับ 57.06 /81.77 คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที ่มีต่อการเรียนโดยใช้หนังสือนิทาน กลุ ่มสาระการ เรียนรู ้ภาษาไทย ชั ้นประถมศึกษาปีที ่ 3 โดยรวมอยู ่ในระดับมากที ่สุด ( X = 4.63, S.D.=0.53) เรียงลำดับ ค่าเฉลี ่ยจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก คือ หนังสืออ่านเพิ ่มเติมมีสีสันสวยงาม น่าอ่าน ( S.D.=0.32) หนังสืออ่านเพิ ่มเติมช่วยให้เกิดความกระตือรือร้นในการเรียนมากขึ ้น( และหนังสืออ่านเพิ่มเติมทำให้จดจำเนื้อหาสาระได้เร็วขึ้น ( X X = 4.70, S.D.=0.48) ตามลำดับ X = 4.90, = 4.80, S.D.=0.42)

ปัจจัยหรือสิ่งสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จได้เป็นแบบอย่างที่ดี (การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง) ได้แก่

ปัจจัยภายใน 

1) ผลการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ปรากฏว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียนหลังการใช้ หนังสือนิทาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างดียิ่ง ส่งผลให้มาตรฐานการ เรียนรู้ภาษาไทยมีระดับสูงขึ้น เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ 

๒) สถานศึกษา มีความพร้อมในเรื่องบุคลากรที่มีความรับผิดชอบ มีความสามารถในการจัดการ เรียนรู้และมีความตั้งใจใฝ่รู้ 

3) ผู้บริหารมีความรู้ ความสามารถและให้ความสำคัญในด้านวิชาการ การบริหารจัดการ และ การมีการกระตุ้นให้กำลังใจ กำกับติดตามอย่างใกล้ชิด ให้คำแนะนำ โดยใช้ Google meet และติดตามผ่าน Appication Line ในการปฏิบัติงานของคณะครู 

4) ครูมีแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ไว้ล่วงหน้าในรายวิชาต่าง ๆสามารถนำมาปรับใช้ใน สถานการณ์ได้เป็นอย่างดี

ปัจจัยภายนอก 

1) ผู้ปกครองนักเรียนให้ความสำคัญของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และให้ความร่วมมือ เป็นอย่างดีในการเรียน ๒) การมีส่วนร่วมของชุมชน ชุมชนมีส่วนร่วมทางการศึกษาอย่างชัดเจน ประชาชน ชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาการ

ชื่อบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่ให้การยอมรับ ได้แก่ 

      เกียรติบัตร การจัดการเรียนการสอนการอ่านจับใจความจากนิทาน จากสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต3

การเผยแพร่แบบอย่างที่ดี มีดังต่อไปนี้ 

      เผยแพร่ในรูปแบบแอปพลิเคชั่นfacbookซึ่งมีผลจากการนำไปใช้ ดังนี้ ใช้เป็นแนว ทางการจัดทำหนังสืออ่านเพิ่มเติม