ปิ๊งแว้บนี้เกิดขึ้นเช้ามืดวันเสาร์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ระหว่างอ่านหนังสือ The University Challenge : Changing universities in a changing world (2020) เขียนโดย Ed Byrne & Charles Clarke
ผมเกิดความคิดว่า ปรากฏการณ์หลายอย่างในอุดมศึกษาไทย ไม่มีกลไกนำมาสู่ที่แจ้งทำความเข้าใจ และร่วมกันหาทางทำให้เกิดผลเชิงบวก ลดผลเชิงลบ เช่นกรณีมหาวิทยาลัยเกริก ที่จีนเข้ามาซื้อ และนำนักศึกษาจีนเข้ามาเรียน กัลกรณีมหาวิทยาลัยชิณวัตร ที่จีนซื้อเช่นกัน และจัดการหลักสูตรผลิตพยาบาลจำนวนปีละ ๘๐๐ คน โดยให้นักศึกษาจีนเข้ามาเรียน ทั้งสองกรณีนั้น ทำเป็นธุรกิจ
คำถามคือ ผลเชิงบวกคืออะไร ผลเชิงลบคืออะไร ทำอย่างไรเราจะช่วยกันหนุนผลเชิงบวก ลดผลเชิงลบ ควรมีการนำมาหารือกันในที่แจ้ง ไม่ปล่อยไว้ใต้พรม หรือในที่มืด
หาก สป.อว. หรือ กกอ. หรือกลไกอื่น จัดการประชุม เอาข้อมูลความเป็นไปในอุดมศึกษาไทย โดยเฉพาะการริเริ่มใหม่ๆ ที่มีทั้งความสร้างสรรค์ และความเสี่ยง เอามาทำความเข้าใจอย่างใจกว้าง ยังไม่เอาเรื่องการกำกับดูแลทางกฎหมายมาจับ แต่เอาเรื่องผลกระทบต่อสังคมมาเป็นตัวเดินเรื่อง เราจะได้เรียนรู้เรื่องวิวัฒนาการของระบบอุดมศึกษาในมิติที่ลึกและสร้างสรรค์ รวมทั้งพบโอกาสหนุนการพัฒนาระบบอุดมศึกษาไทยให้ก่อผลดีต่อประเทศไทย และต่อโลก
ข้อเสนอของผมจะเป็นจริงได้ และก่อผลดี ต่อเมื่อการจัดเวทีนี้ ไม่เน้นการใช้อำนาจทางกฎหมาย ไม่เน้นการบังคับบัญชา (command & control) แต่ใช้ท่าที learning and development จากสถานการณ์จริง
วิจารณ์ พานิช๑๖ พ.ย. ๖๗