อัฏฐธัมมปริทัศน์ เป็นหนังสือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราช อมฺพรมหาเถระ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดพิมพ์ขึ้นถวายพระเกียรติเนื่องในโอกาสถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาการเรียนรู้ พ.ศ. ๒๕๖๖

เป็นหนังสือที่รวมผลงานวิจัยเล็กๆ ๘ เรื่อง เกี่ยวกับ “สังฆราโชวาท” ในโอกาสต่างๆ เลือกเอาตอนที่ผู้เขียนคัดมาเป็นถ้อยคำธรรมดา ไม่เป็นโวหาร ไม่เป็นบาลี เพื่อเรียนรู้ความหมายในมิติที่ลึกของท่าน ได้ประโยคดีๆ มากมาย เช่น “… ปัญญาจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยเหตุที่ได้อบรมบ่มเพาะให้เจริญขึ้นในตนเอง … ขอให้เด็กๆ จงถือหลักเกณฑ์ตัดสินว่าสิ่งใดควรจะเชื่อ หรือสิ่งใดไม่ควรจะเชื่อ…” (หน้า ๒๒)

ขยายความว่า ปัญญาเกิดจากการก่อตัวหล่อหลอมขึ้นภายในตน ไม่ได้เกิดจากการรับถ่ายทอดจากภายนอก และสิ่งที่แต่ละคนรับรู้จากรอบตัวนั้น มีทั้งสิ่งที่ควรเชื่อ และสิ่งที่ไม่ควรเชื่อ คนเราจึงต้องฝึกฝนตนเอง พัฒนาตนเอง ให้รู้เท่าทันเรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามากระทบตน

“บุคคลผู้เจริญแล้วจำเป็นต้องมีวินัยเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตก่อน เพื่อคอยกำกับพฤติกรรมของตนเองทุกขณะ ด้วยเหตุที่ วินัย คือระเบียบแบบแผนสำหรับฝึกฝนควบคุมความประพฤติบุคคลให้มีชีวิตที่ดีงาม…” (น. ๒๓)

ตีความว่า วินัยที่สำคัญต่อชีวิตคือวินัยในตนเอง วินัยที่ตนเองตั้งหรือกำหนดให้ตนเองปฏิบัติ หรือฝึกฝน จนในที่สุดกลายเป็นวัตรปฏิบัติโดยไม่รู้ตัว กลายเป็นบุคลิกประจำตัว เป็นสิ่งที่ผู้อื่นมองเห็นหรือตระหนัก คือเป็นตัวตน หรือเป็นคุณลักษณะเฉพาะตัวของเราในสายตาคนอื่น สร้างความเชื่อถือ (หรือไม่เชื่อถือ) ต่อผู้อื่น ซึ่งมองอีกมุมหนึ่ง เป็น “ทรัพย์” (assets) ทางสังคมของตัวเรา

“ความอดทนอดกลั้นต่อโลกธรรมฝ่ายที่ไม่น่าพึงใจนั้น เป็นคุณสมบัติที่ผู้บริหารทุกระดับต้องสั่งสม อบรมให้เจริญขึ้น เพื่อเป็นประตูสู่การแก้ไขปัญหา กระทั่งบรรลุถึงความเจริญงอกงามได้ หากลองศึกษาใคร่ครวญถึงประวัติการของหมู่คณะจะพบว่าบูรพาจารย์ของเราทั้งหลาย ทรงมี และมีขันติธรรม คือความอดทนอดกลั้นอย่างยิ่งยวด ในการก่อร่างสร้างความปึกแผ่นมั่นคงของคณะสงฆ์ ทำให้เราทั้งหลายได้มีที่พึ่งพาอาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุข ตราบเท่าทุกวันนี้” พระโอวาทแก่ พระสังฆาธิการ ระดับเจ้าอาวาสรองเจ้าอาวาส และผู้ช่วยเจ้าอาวาสในเขตปกครอง กรุงเทพมหานคร ๖ ตุลาคม ๒๕๖๑

เป็นธรรมะของผู้บริหาร ที่ต้องอดทนอดกลั้นต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ไม่ตรงใจตนเอง และต้องหาวิธีการที่แยบยลในการแก้ปัญหานั้นในภาพใหญ่หรือเชิงระบบ คืออดทนต่อเรื่องจุกจิก ให้เป็นข้อเรียนรู้สำหรับนำไปจัดการภาพใหญ่เชิงระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งไม่ถูกต้องนั้นอีก

“อุดมการณ์เผยแพร่พระพุทธศาสนา มีอยู่ด้วยกัน ๔ ข้อ ข้อแรก ได้แก่ ขันติ คือความอดทนอดกลั้น อันนักบวชในศาสนา จำเป็นต้องอบรมสั่งสมให้เจริญขึ้น ข้อ ๒ ได้แก่ การมุ่งพระนิพพาน เป็นเป้าหมายหลักของผู้ออกบวช ไม่มุ่งแสวงสิ่งอื่นใด นอกจากการหลุดพ้นจากความทุกข์ด้วยวิธีการตามหลักพระพุทธศาสนา ข้อ ๓ ไม่พึงทำผู้อื่นให้ลำบากด้วยการเบียดเบียนไม่ว่าจะในกรณีใดๆ และข้อ ๔ เป็นผู้มีจิตใจสงบ จากอกุศล วิตก มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นต้น” พระคติธรรมเนื่องในวันมาฆบูชา ๒๕๖๑

เป็นถ้อยคำง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่ลึกซึ้ง สะท้อนแก่นของพระพุทธศาสนา ที่ใช้ได้ทั้งบรรพชิต และฆราวาส

“อันว่า พระราชธรรมสำหรับพระมหากษัตริย์นั้นมี ๑๐ ประการ เรียกว่าทศพิธราชธรรม ประกอบด้วย การให้ สังวรระวังกายวาจาให้เป็นปกติ การบริจาคเพื่อบรรเทาความโลภ ความซื่อตรง ความอ่อนโยน การกำจัดความเกียจคร้านและความชั่ว ความไม่มักโกรธ ความไม่เบียดเบียน ความอดทน และการดำรงความยุติธรรม” พ.ศ. ๒๕๖๓

ทรงเอ่ยถึงทศพิธราชธรรมด้วยถ้อยคำธรรมดา ช่วยให้เข้าใจง่าย และจะเห็นว่า เป็นธรรมะที่ไม่จำกัดต่อพระมหากษัตริย์เท่านั้น บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ใหญ่ เป็นที่เคารพนับถือ ก็มีอยู่ในตัวด้วย

ผมเอาหนังสือที่มีชื่ออลังการ มาตีความด้วยภาษาคนธรรมดา เพื่อเรียนรู้จากการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราช อมฺพรมหาเถระ ด้วยศรัทธาในความเป็นคนง่ายๆ ของท่าน

วิจารณ์ พานิช๖ พ.ย. ๖๗