เรียนรู้วิธีดำเนินการ Formative Assessment ในชั้นเรียน
วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ผมไปสังเกตการณ์การประชุมปฏิบัติการ Thai PILA ที่โรงแรมเดอะเซส บางแสน การประชุมนี้จัดวันที่ ๑๕ - ๑๘ พฤษภาคม แต่ผมมีเวลาไปเรียนรู้ได้เพียงวันเดียว และก็เป็นวันที่ได้เรียนรู้มากจริงๆ ได้เรียนรู้ว่า การเรียนรู้เชิงรุกที่ดี เป็นการประยุกต์ formative assessment ไปแล้วในตัว
คุณพอล คอลลาร์ด เป็นวิทยากรหลัก ผู้ออกแบบกระบวนการนี้ ระบุว่า formative assessment มีหลักการ ๕ ข้อ สำหรับครู คือ
- กำหนดและทำความเข้าใจเป้าหมายของการเรียน
- ออกแบบกิจกรรมที่เผยให้เห็นหลักฐานของการเรียนรู้
- ให้การป้อนกลับเพื่อหนุนความก้าวหน้าของนักเรียน
- กระตุ้นให้นักเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ฝึกการฟัง การตั้งคำถาม การให้คำติชม และการเรียนรู้ยกระดับจากผลงานด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติของผู้อื่น
- กระตุ้นให้นักเรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของตนเอง ฝึกการฟัง การตั้งคำถาม การให้คำติชม และการเรียนรู้ยกระดับจากผลงานของผู้อื่น
ผมได้เข้าใจว่าข้อสอบ PILA เป็นเพียงส่วนเดียวของ formative assessment ที่จริงแล้ว ใน active learning ที่ดี มี formative assessment บูรณาการเป็นเนื้อเดียวกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง self-assessment และ peer assessment ที่นำสู่ self-feedback และ peer feedback นักเรียนได้รับการฝึกทักษะเหล่านี้ฝังอยู่ในกระบวนการเรียนรู้ตามปกติ
การมี PILA จะช่วยให้ครูและนักเรียนได้รับ feedback เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ว่าควรปรับปรุงการเรียนรู้อย่างไร ในลักษณะ real-time feedback ผ่าน หน้าจอ dashboard เมื่อนักเรียนเข้าไปเรียนรู้และทำโจทย์ในคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต
ข้างบนเป็นการทำความเข้าใจของผม ก่อนเดินทางถึงโรงแรมที่ประชุม
ถึงโรงแรมที่ประชุม ผมตรงไปที่ห้องอาหารเช้า คุณกอล์ฟ โต้โผงานของ วสศ. กับ ๓ ทหารเสือของโรงเรียนรุ่งอรุณ คือ ดร. วรนิษฐ์ วรพรธัญพัฒน์, ผศ. อภิษฎา ทองสอาด และ อ. สืบศักดิ์ น้อยดัด มานั่งโต๊ะเดียวกัน และคุยกันเรื่องคุณค่าของการประชุมปฏิบัติการ ๔ วันนี้ ว่าจะเป็นกลไกหนึ่งของการเปลี่ยนขาดระบบการศึกษาไทย จากเน้นการเรียนรู้เชิงรับ หรือบอกสอน มาเป็นการเรียนรู้เชิงรุก หรือนักเรียนสร้างความรู้ใส่ตัว โดย Thai PILA จะเป็นเครื่องมือช่วยแบ่งเบาภาระครู ให้ครูได้ real-time feedback จากกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน เพื่อปรับการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะต่อนักเรียนแต่ละคน และทั้งกลุ่ม ยิ่งขึ้น
นี่คือเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของขบวนการที่เรามาร่วมกันขับเคลื่อน เพื่อให้ประเทศไทยมีพลเมืองที่เข้มแข็งและมีคุณธรรม ใน ๒๐ ปีข้างหน้า ที่ผมจะไม่มีโอกาสเห็น แต่คนส่วนใหญ่ในการประชุมนี้จะได้เห็น หากเราร่วมกันขับเคลื่อนได้สำเร็จ
พบคุณพอล คอลลาร์ด ในห้องประชุม ผมทักว่า ดูหน้าตามีความสุข ท่านบอกว่า เป็นเพราะใน ๒ วันที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้การสะท้อนคิดที่มีพลังมาก ผมบอกว่า ตามการตีความของผม เครื่องมือ Thai PILA เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวม คือ การเรียนรู้เชิงรุก ที่เน้นเรียนรู้โดยสะท้อนคิดจากประสบการณ์ โดยมีข้อมูล feedback แบบ real-time หลากหลายแบบ ช่วยกระตุ้นการสะท้อนคิด ที่นำสู่การพัฒนาองค์รวมของผู้เรียน
Thai PILA คือหนึ่งในกลไกให้ real-time feedback แต่ครูก็ต้องจัดกิจกรรมให้มี real-time feedback อย่างอื่นให้แก่นักเรียน ตามกิจกรรมในการประชุมปฏิบัติการนี้
ผมบอกคุณพอลว่า คุณสมบัติที่พัฒนาขึ้นของผู้เรียน จากแผ่นโปสเตอร์ใหญ่ของการประชุม ยังขาดคุณสมบัติ Agency - ความเป็นผู้ก่อการ กล้าลุกขึ้นมาร่วมกันดำเนินการริเริ่มสร้างสรรค์ให้แก่สังคม ทีมงานรีบเอาไปติดเพิ่มทันที
จากการสังเกตการณ์ตลอดวัน ผมเห็นโอกาสที่ทีมผู้เข้าร่วมจะพัฒนาตนเองเป็นผู้นำพัฒนา Thai PILA โดยไปร่วมกันจัด workshop แบบคล้ายกันนี้ แก่ครู ทราบว่าสัปดาห์หน้า จะไปจัด workshop ที่สุรินทร์ ก็จะได้เห็นว่าทีมแกนนำของสุรินทร์ที่มากันหลายคนจะไปสร้างความสนใจและความเข้าใจแก่ครูได้อย่างไร
ผมคิดว่า งานนี้ยังมีเส้นทางที่ต้องฟันฝ่าอีกยาวไกล เพราะจะต้องพัฒนาเนื้อในให้กลายเป็นฉบับไทย ไม่ใช่แปลมาจากของ OECD คือทีมไทยต้องตีความหลักการใน PILA App ของ OECD นำมาพัฒนา Thai PILA App ฉบับไทย คาดว่าวันที่ ๓๐ พฤษภาคมนี้ ในการประชุมคณะกรรมการ steering ของโครงการ Thai PILA จะมีการนำเสนอ และมีข้อยุติแผนงานภาพใหญ่ที่ชัดเจน
การเดินทางไปกลับบางแสนด้วยรถตู้คราวนี้ มีคุณรวิศ สำนักสื่อสารของ กสศ. ร่วมเดินทางด้วย ได้เป็นเพื่อนคุย ตั้งคำถาม ช่วยให้ผมมีโอกาสใคร่ครวญสะท้อนคิดเพิ่มขึ้น
วิจารณ์ พานิช
๑๘ พ.ค. ๖๗