พ่อสอนลูก...
ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ทำให้ผมยังจะต้องเป็นห่วงลูกอยู่ร่ำไป ถึงแม้ว่าเขาจะบรรลุนิติภาวะแล้วก็ตาม และอีกอย่างก็คืองานที่เขาทำเป็นงานที่ต้องสอนผู้อื่น ผมเกรงว่าเขาจะลืมสอนตัวเอง
ใช่ครับ ลูกผมเป็นครูทั้งสองคน สืบทอดงาน “แม่พิมพ์ของชาติ” ต่อจากพ่อและแม่ ความที่เป็นครอบครัวครู นับวันจึงยิ่งเข้าใจและเข้าถึงงานครูอย่างแท้จริง
ความเข้าใจประการแรกคือ งานครูเป็นงานที่หนักและเหนื่อยมาก แต่จะสนุกและมีความสุขหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละคนและแต่ละโรงเรียน
ความเข้าถึงประการต่อมาก็คือ ความรู้สึกลึกๆที่รู้สึกว่า โรงเรียนช่างมากมีไปด้วยปัญหา อุปสรรคและความขาดแคลน หรือว่าเส้นทางคุณภาพ..ก็ย่อมจะต้องตั้งอยู่บนความยากลำบากเช่นนี้เสมอ
ผมไม่ได้รู้สึกกังวลหรือหนักใจแต่ประการใด ดีเสียอีก ลูกจะได้เรียนรู้รสชาติของการทำงาน ได้ประสบการณ์และทักษะความรู้ โดยที่ไม่ต้องยึดติดตำราอยู่ร่ำไป แต่ถึงอย่างไรการทำงานกับผู้คนก็ต้องมี...สติ..เป็นเกราะกำบังมิให้พลาดพลั้งเผลอไผล
บทเรียนของพ่อที่เกี่ยวข้องกับคนไม่สู้จะดีนัก อันเนื่องมาจากพ่อเอางานเป็นตัวตั้ง และทำงานกับคนไม่มาก ตลอดจนไม่ชอบที่จะสังสรรค์กับผู้คน จึงโดดเดี่ยวแต่ก็โชคดีที่รอดมาได้อย่างสวยงาม
สำหรับลูกแล้ว เริ่มต้นในโรงเรียนที่อลังการงานสร้าง จึงต้องสังวรณ์โดยเฉพาะทักษะในการสื่อสาร อย่าคิดว่าบุคลิกหน้าตา เสื้อผ้า หน้าผมและใบปริญญาจะพาตัวรอดอย่างเดียว
ลูกจะต้องรู้จักพูดกับเพื่อนร่วมงานอย่างชัดเจน อย่าพร่ำบ่นให้น่าเบื่อหน่าย ใช้การอ่อนน้อมถ่อมตนและเคารพนบไหว้อย่างจริงใจและสม่ำเสมอ
ผมบอกลูกอยู่เสมอว่างานราชการยุคใหม่นี้เจ้านายจะเยอะ ขอให้ลูกปรับตัว โดยคิดแค่ว่า เราทำงานอยู่กับใคร นั่นแหละคือสิ่งที่เราจะต้องเชื่อฟังและเดินตาม แต่ไม่ใช่ประจบประแจง ใช้การทำงานที่มุ่งมั่นทุ่มเทตามบทบาทหน้าที่และที่ได้รับมอบหมาย ด้วยความถูกต้องและซื่อสัตย์สุจริต
ความซื่อสัตย์สุจริต แม้จะไม่มีใครรู้ใครเห็น แต่มันศักดิ์สิทธิ์เหลือเกิน จะเป็นเครื่องกำบังป้องกันให้เราพ้นจากภัยพาล ทำงานได้สำเร็จตามที่มุ่งหวัง อาจต้องใช้เวลาแต่ลูกก็ต้องยึดมั่นเอาไว้ในใจเสมอ
ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ให้นึกถึงตอนเรียน กว่าจะจบมา กว่าจะได้เป็นครูต้องดูหนังสือมากี่รอบ พอได้เป็นครูก็คิดจะก้าวกระโดด มันไม่จำเป็นเลย ทำงานให้สนุกและมีความสุขกับการทำงานจะดีกว่า
จำที่พ่อสอนไว้ จงทำงานแบบมีส่วนร่วม อย่าข้ามหน้าข้ามตาและข้ามขั้นตอน ทุกคนมีเกียรติมีศักดิ์ศรีในตนเอง จงเอาใจเขามาใส่ใจเรา และอย่าทำตัวเป็นเจ้าคนนายคน
จะทำสิ่งใดให้ขออนุญาตหรือพูดคุยกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนทุกครั้ง อย่าทำตัวแบบข้ามาคนเดียว มันหมดสมัยแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีขีดความสามารถที่ทำได้ก็ตาม “ไม่มีใครเขาอยากเห็นเราเด่นเกิน..”เป็นคำเตือนแต่เก่าก่อน ที่ยังใช้ได้เสมอ
ท้ายที่สุดนี้ลูกเคยอยู่ในสถานที่ที่แวดล้อมด้วยต้นไม้ หากต้องพบเจอการตัดต้นไม้ ขอให้คิดแต่เพียงว่ามันเป็นธรรมดาของคนและของโลกที่ย่อมเปลี่ยนไป อย่าเสียเวลาไปวิพากษ์วิจารณ์
จงใช้เวลาตกแต่งใจให้มีสติและไม่ประมาท ตกแต่งห้องทำงานและอาคารเรียน เน้นประหยัดและเรียบง่าย แต่ต้องสะอาดและสวยงาม พ่อคิดว่าลูกทำได้
เงินเดือนของลูกไม่เคยพอใช้ แต่จงมั่นใจว่าพ่อสามารถช่วยส่งค่างวดรถและและค่าน้ำมันให้ลูกได้ทุกเดือน ขอเพียงให้ลูกดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง อย่าทำแต่งานจนลืมบริหารเงิน..เงินอาจจะไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต
แต่รสชาติของการไม่มีเงิน...จะทำการสิ่งใดมันจะไปไม่รอด.. เชื่อพ่อเถอะ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗






