แก้ข้อสอบ

เพื่อนส่งข้อความนี้มาให้ทาง ไลน์

“ชายรายหนึ่งไปสัมภาษณ์งาน เจอคำถาม จะงมเข็มที่ตกลงไปในทะเลยังไง จึงตอบไปด้วยความมั่นใจ ได้งานทันที (ตปท.)

 

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2567 เว็บไซต์ต่างประเทศ ETtoday ได้มีการรายงานบทความเกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่ไปสัมภาษณ์งานในบริษัทใหญ่ของจีน โดยคุณสมบัติของเขาครบถ้วน ผ่านการคัดเลือกจากเรซูเม่ จนผ่านไปถึงขั้นตอนการสัมภาษณ์กับทาง HR โดยช่วงแรกก็เป็นการตั้งคำถามทั่วไป เกี่ยวกับประสบการณ์แต่ช่วงท้าย ทาง HR เลือกจะใช้คำถามเชิงจิตวิทยา ถามผู้สมัครงานคนนี้ว่า คุณจะทำยังไง ถ้าต้องงมหาเข็มที่ตกลงไปในมหาสมุทร? หลังเจอคำถามนี้เข้าไปหลายต่อหลายคนที่มาสมัครงานก็ถึงกับหนักใจ เพราะไม่รู้จะต้องตอบอย่างไรให้ตรงใจกับผู้ถาม และไม่รู้ว่าจะวัด หรือประเมินอะไรจากคำตอบบ้าง แต่สำหรับชายคนนี้ เขาตอบคำถามนี้ได้อย่างชาญฉลาด

 

โดย ชายคนดังกล่าวตอบอย่างเรียบง่ายว่า ผมคิดว่า คำถามแรกที่เราควรหาคำตอบคือ เข็มที่ตกลงไปในมหาสมุทรมันสำคัญแค่ไหน มันคุ้มค่าแค่ไหนที่เราจะต้องพยายามงมมันขึ้นมา ถ้ามันไม่สำคัญขนาดนั้น ก็ลืมมันไปเถอะครับ อย่าไปยึดติดกับสิ่งเล็กน้อยที่สูญเสียไป เราควรมูฟออนไปข้างหน้า ถ้าใช้เข็มเล่มนี้ มีความสำคัญแค่ใช้เย็บเสื้อผ้า เก็บมันขึ้นมาได้ มันก็ทำได้แค่เย็บเสื้อผ้า เราสามารถเย็บด้วยวิธีอื่นได้นะครับตราบใดที่เราผลิตเสื้อผ้าได้ประสบความสำเร็จ ไม่สำคัญเลยที่จะมีเข็มบางเล่มสูญหายไปบ้าง แต่ถ้าหากเข็มเล่มนี้มันเป็นผลผลิตจากงานวิจัยและพัฒนาชิ้นสำคัญ เราค่อยมาวางแผนกันว่า จะต้องใช้วิธีการไหน และต้องใช้เครื่องมืออะไร เพื่องมมันกลับมาให้ได้

หลังจากที่ได้ฟังดังนั้น HR พอใจกับคำตอบนี้มาก เพราะมันแสดงให้เห็นถึงทัศนคติ และความสามารถในการประเมินผลดี ผลเสีย ในการตัดสินใจทำงานแต่ละอย่างได้อย่างดี แต่ HR ก็ยังถามต่อไปอีกว่า แล้วถ้าหัวหน้าของคุณสั่งว่า ยังไงก็ต้องงมเข็มเล่มนี้ขึ้นมาให้ได้ล่ะ

 

ชายคนนี้ตอบว่า เพียงแค่ผมทำตามทุกอย่างที่เจ้านายสั่งอย่างเชื่อฟัง ผมก็คงจะเป็นคนที่ไม่เคยทำอะไรผิดเลยในสายตาเจ้านายใช่ไหมครับ แต่ผมเชื่อนะครับว่า บริษัทนี้คงจะไม่จ้างผมด้วยเหตุผลนี้แน่นอน เพราะบริษัทมองหาคนที่มีความสามารถในการแข่งขัน และทำงานได้อย่างดี

เพราะฉะนั้น ถ้าได้รับคำสั่งให้ทำอะไรสักอย่าง ผมคงต้องใช้ความรู้ความสามารถของผม ในการหาทางออกร่วมกับเจ้านายอยู่ดี ว่าอะไรมันคุ้มที่จะทำ หรือไม่ทำ เมื่อได้ฟังคำตอบแบบนี้ ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมชายคนนี้ถึงได้งานทันทีหลังสัมภาษณ์จบ” 

ทำอย่างไร การศึกษาไทยจะช่วยหนุนให้ประเทศไทยมีพลเมืองที่มีคุณสมบัติดังกล่าว    คุณสมบัติ มีวิจารณญาณ ค่านิยม  และมั่นใจในค่านิยมของตน    และสามารถสื่อสารความเห็นแย้งได้อย่างสุภาพอ่อนน้อม   

นี่คือทักษะในการแก้ข้อสอบ    หรือรู้เท่าทันข้อสอบที่เป็นกับดัก  อย่างข้อสอบสัมภาษณ์ข้างต้น    เมื่อเร็วๆ นี้มีคนเอาข้อสอบง่ายๆ มาสอบผม    ให้หาข้อความที่ผิด ซึ่งมี ๕ ที่ ในข้อความสั้นๆ    หาเท่าไรก็พบเพียง ๔ ที่   เฉลยว่าข้อความที่ ๕ คือ “มีที่ผิด ๕ ที่”   เพราะที่จริงมีผิดเพียง ๔ ที่   

เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ผมไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา   ข้อสอบคณิตศาสตร์ข้อหนึ่งผิด   ผมจึงตอบว่า ข้อสอบผิด และบอกว่าที่ถูกเป็นอย่างไร และแสดงวิธีแก้โจทย์ จนได้คำตอบ    ผลสอบทั้งหมดนำผมสู่ห้อง ๒๒ ที่รู้กันว่าเป็นห้องคิง   ตอนหลังรู้ระแคะระคายว่า มีอาจารย์นัดกันมาดูตัวผมแบบไม่ให้รู้ตัว     เข้าใจว่าน่าจะเพราะการแก้ข้อสอบ   

ที่ผมกล้าทำเช่นนั้น ก็เพราะเตรียมตัวสอบไว้ดีมาก   พอเห็นข้อสอบก็รู้รูปแบบของข้อสอบ  คือรู้เลยจากสาระไปสู่ประเด็นสำคัญเบื้องหลัง    ผมโชคดีที่ค้นพบวิธีเรียนแบบนี้ 

สมัยนี้ เราต้องการให้กระบวนการศึกษาหรือกระบวนการเรียนรู้   หนุนให้เด็กไทยเรียนลึกกว่าสาระที่อ่านพบกันทั่วไปในตำรา    คือให้เด็กค้นพบหลักการด้วยตนเอง    และเรารู้แล้วว่า ทำได้โดยให้เด็กได้เรียนแบบ experiential learning - เรียนรู้จากประสบการณ์    ได้ฝึกหมุนวงจรสร้างปัญญา – Kolb’s Experiential Learning Cycle (1)    ซึ่งหมายความว่าเมื่อมีประสบการณ์ จะตามด้วยการสะท้อนคิดสู่หลักการ   ครูเน้นตั้งคำถามให้นักเรียนได้ฝึกสะท้อนคิด 

วิจารณ์ พานิช

๑๖ พ.ค. ๖๗