ค่านิยมศึกษา ต้องเป็นการเรียนรู้แบบที่นักเรียนเป็นผู้ริเริ่มออกแบบและดำเนินการ   เป็นกิจกรรม “จากล่าง” และอบอวลอยู่ในผู้ปฏิบัติ คือนักเรียนและครู รวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครอง    โดยครูทำหน้าที่ “เอื้ออำนวย” (facilitate)    ไม่ใช่ครูเป็นผู้กำหนดให้นักเรียนปฏิบัติตาม   

นั่นคือ ค่านิยมศึกษาเป็นการเรียนรู้เชิงรุก (active learning)    ที่นักเรียนเป็นผู้ปฏิบัติแล้วสะท้อนคิด (reflect) เพื่อการเรียนรู้ระดับลึก และระดับที่เป็นหลักการเชิงนามธรรม (abstract conceptualization)   ค่านิยมศึกษาจึงเป็น reflective learning   และ experiential learning   ซึ่งครูมีหน้าที่ช่วยตั้งคำถาม    ไม่ใช่เน้นให้คำตอบ   ครูควรเป็นแหล่งข้อสงสัย มากกว่าเป็นแหล่งความรู้ หรือแหล่งคำตอบที่ถูกต้อง   

โรงเรียน VbE เป็นแหล่ง “อบรม” คือทั้งอบทั้งรมนักเรียน ด้วยสิ่งเร้าให้สะท้อนคิดสู่คุณค่า   โดยที่นักเรียนเป็นผู้ร่วมกันสร้างสิ่งเร้าเหล่านั้นให้แก่ตนเอง    ไม่ใช่ครูหรือบริษัทธุรกิจการศึกษา เป็นผู้ผลิตสิ่งเร้าออกจำหน่ายให้โรงเรียนซื้อมาใช้    เพราะจะทำให้การเรียนรู้เป็นการเรียนรู้เชิงรับ (passive learning) ทันที 

นักเรียนอบรมตนเอง และอบรมกันเอง จึงจะบรรลุผลค่านิยมศึกษา    ผู้ใหญ่มีหน้าที่ชวนสะท้อนคิด    

 

รายการค่านิยมที่ควรเอาใจใส่

ค่านิยมที่มีคุณค่า มีประโยชน์ มีมากมาย   แต่ละโรงเรียนไม่ควรพยายามเอาค่านิยมมาดำเนินการให้ครบถ้วน   เพราะจะทำให้เกิดอาการทำเพื่อให้ได้ชื่อว่าทำ    ไม่เกิดผลจริงจังต่อนักเรียน   ควรชวนให้นักเรียนช่วยกันเลือกมาจำนวนหนึ่ง    นำมาใช้เป็นค่านิยมแห่งเดือน   ใช้ในกิจกรรมสมัชชาค่านิยม   และใช้ในกิจกรรมอื่นๆ   

หนังสือ See the Good! : How to guide children and adolescents to find their strengths, 2019   เขียนโดย Lotta Uusitalo & Kaisa Vuorinen  แนะนำ ๒๔ คุณสมบัติที่พึงพัฒนาใส่ตน (character strength)  ได้แก่ creativity (ความสร้างสรรค์), curiosity (ความใคร่รู้), judgement (การตัดสินใจ), love of learning (รักเรียน), perspective (วิสัยทัศน์), bravery (ความกล้าหาญ), perseverance (ความมานะพยายาม), honesty (ความซื่อสัตย์), zest (ความสนุก), love (ความรัก), kindness (ความเมตตา), social intelligence (ปัญญาทางสังคม), teamwork (การทำงานเป็นทีม), fairness (ความยุติธรรม), leadership (ภาวะผู้นำ), forgiveness (การให้อภัย), humility (ความอ่อนน้อมถ่อมตน), prudence (ความมัธยัสถ์), self-regulation (การควบคุมตนเอง), appreciation of beauty (ชื่นชมความงาม), gratitude (ความกตัญญูรู้คุณ), hope (มีความหวัง), humour (อารมณ์ขัน), spirituality (จิตวิญญาณ) 

 หนังสือ Values Based Education : Practical Strategies to Start, Strengthen and Sustain Values Based Learning, 2019   เขียนโดย Peter Williams   แนะนำ 12 core values ได้แก่   peace (สันติภาพ), respect (ความเคารพให้เกียรติ), love (ความรัก), happiness (ความสุข), freedom (อิสรภาพ), honesty (ความซื่อสัตย์), humility (ความอ่อนน้อมถ่อมตน), tolerance (ความอดทนอดกลั้น), cooperation (ความร่วมมือ), responsibility (ความรับผิดชอบ), simplicity (ความเรียบง่าย), unity (ความสามัคคี)     

หนังสือ เพื่อครูและศิษย์เป็นนักพัฒนาตนเอง, ๒๕๖๗ เขียนโดย วิจารณ์ พานิช, ศีลวัต ศุษิลวรณ์ และณัฐทิพย์ วิทยาภรณ์ ระบุค่านิยม ๒๖ ตัว   ที่นักเรียนควรได้พัฒนาใส่ตน ดังต่อไปนี้ ให้อภัย,  ความสามารถตัดสินใจ, ระมัดระวัง,  จิตใจดี, อารมณ์ขัน, กระตือรือร้น,  ควบคุมตนเอง,  ภาวะผู้นำ, เป็นระเบียบเรียบร้อย, รู้คุณ, สร้างสรรค์, เสียสละ, มองภาพใหญ่,  รักเรียน, ความรัก, ซื่อสัตย์, ยุติธรรม (แฟร์),  กล้าหาญ, ทำงานเป็นทีม,  อดทนมานะพยายาม, ทำเรื่องที่มีความใฝ่ฝันจนสำเร็จ, ความฉลาดทางสังคม, มีความหวัง, อยากรู้อยากเห็น, ถ่อมตน, มีใจโอบอ้อมอารี     

โรงเรียน Meritton British International School ที่เชียงใหม่ แนะนำ values vocabulary (ศัพท์ค่านิยม) ไว้ดังนี้  trust (ความไว้วางใจ), kindness (ความเมตตา), compassion (ความเห็นอกเห็นใจ), confidence (ความมั่นใจ), empathy (ความเข้าอกเข้าใจ), cooperation (ความร่วมมือ), happiness (ความสุข), honesty (ความซื่อสัตย์), resilience (ความยืดหยุ่น), collaboration (ร่วมแรง), aspiration (แรงบันดาลใจ), independence (ความเป็นอิสระ), equality (ความเท่าเทียม), freedom (อิสรภาพ), growth (ความเจริญเติบโต), courage (ความกล้าหาญ), appreciation (ความชื่นชม), community (ความเป็นชุมชน), teamwork (การทำงานเป็นทีม), creativity (ความสร้างสรรค์), exploration (การสำรวจ), friendship (มิตรภาพ), hope (ความหวัง), inspiration (แรงจูงใจ), respect (ความเคารพ), peace (สันติภาพ), love (ความรัก), forgiveness (การให้อภัย), positivity (คิดบวก), determination (ปณิธาน), responsibility (ความรับผิดชอบ), unity (ความสามัคคี)    

โรงเรียนฉือจี้ ที่อำเภอฝาง  จังหวัดเชียงใหม่    ดำเนินการแนวเดียวกันกับโรงเรียนฉือจี้ที่ประเทศไต้หวันซึ่งมี ๒ แห่ง   ที่นอกจากสอนตามแนวโรงเรียนสามัญของประเทศแล้ว    ยังใช้หลักการคุณธรรม “วิถีฉือจี้” ซึ่งเน้นที่คุณธรรม ๔ ประการ คือ (๑) สำนึกคุณ (๒) เคารพผู้อื่น (๓) รักไร้เงื่อนไข (๔) รู้จักใช้ชีวิตให้มีความสุข (gotoknow.org/posts/626340,  gotoknow.org/posts/635816) 

ขอย้ำว่า โรงเรียนไทยไม่ควรพยายามกำหนดให้นักเรียนพัฒนาค่านิยมให้ครบถ้วนตามรายการที่เสนอข้างต้น   แต่ควรดำเนินการให้นักเรียนแต่ละชั้นร่วมกันเลือกประมาณ ๑๐ ตัว    สำหรับใช้เป็นค่านิยมแห่งเดือน    ซึ่งหมายความว่า นักเรียนจะเป็นผู้ร่วมกันตีความค่านิยมที่ตนเห็นว่าสำคัญต่อชีวิตในอนาคตของตน    แล้วร่วมกันเลือกมาเพียง ๑๐ ตัว   ครูหรือผู้บริหารโรงเรียนต้องไม่เป็นผู้กำหนดเป็นอันขาด               

 

ค่านิยมสำคัญที่มีการใช้กับนักเรียนไทย

ผมลองถาม Generative AI ด้วยคำถามต่อไปนี้ What are important values to be focused in VbE Thai school? Why? How will the selected values determine future life of the Thai children? How will the values empower the person to live happy and contributive life?  ได้รับคำตอบเป็นภาษาไทยจาก Copilot ดังต่อไปนี้ 

ในโรงเรียนไทยที่ใช้การศึกษาแบบมุ่งค่านิยม (Values-based Education หรือ VbE) ค่านิยมที่สำคัญที่ควรให้ความสนใจ ได้แก่ ความเคารพความซื่อสัตย์ความมีเมตตา, และ ความรับผิดชอบ12ค่านิยมเหล่านี้ถูกเลือกเพราะสามารถสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนาทักษะทางสังคมและความสัมพันธ์ที่จะอยู่กับเด็กๆ ไปตลอดชีวิต2.

ค่านิยมเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของเด็กไทย เพราะเป็นพื้นฐานในการสร้าง ความเข้าใจความสามารถในการตัดสินใจ, และ ความสามารถในการจัดการกับอารมณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเติบโตและประสบความสำเร็จในสังคม1.

การเลือกค่านิยมเหล่านี้ยังช่วยให้เด็กๆ มีพลังในการใช้ชีวิตที่มีความสุขและสามารถมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างมีคุณค่า การมีค่านิยมที่ดีจะช่วยให้พวกเขามีความสามารถในการตัดสินใจที่ดี, การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ, และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญของชีวิตที่มีความสุขและมีส่วนร่วมในสังคม3 4.

โดยรวมแล้ว, ค่านิยมเหล่านี้จะช่วยให้เด็กๆ สามารถพัฒนาเป็นบุคคลที่มีความเข้าใจในตนเองและผู้อื่น, มีความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น, และมีความสามารถในการนำพาชีวิตของตนเองไปสู่ทิศทางที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่มีความสุขและมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างมีคุณค่า” 

เป็นคำตอบที่ดีมาก    และยังให้เอกสารอ้างอิงไว้ด้วย  โดยแหล่งหนึ่งคือ โรงเรียน Meritton British International School ที่เชียงใหม่   แต่เราก็ไม่ควรถือตามเขา   ควรให้นักเรียนแต่ละชั้นช่วยกันเลือกและใช้ในการเรียนรู้ (อย่างบูรณาการ) ไปตลอดปีการศึกษา 

 

บทบาทของนักเรียน

ค่านิยมหลักของ VbE คือ เพื่อนักเรียน  โดยนักเรียน ของทั้งโรงเรียน   ที่ผู้บริหารโรงเรียน ครู คณะกรรมการโรงเรียน ผู้ปกครอง ไม่เข้าไปทำหน้าที่กำหนดค่านิยมหลัก ที่นักเรียนจะพัฒนาใส่ตน   แต่ทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนร่วมกันกำหนด   

การที่นักเรียนได้ร่วมกันกำหนดค่านิยมที่ต้องการฝึกฝนใส่ตน เป็นหัวใจสำคัญของค่านิยมศึกษา   เพราะค่านิยมศึกษาจะได้ผลแท้จริงต้องเรียนแบบการเรียนรู้เชิงรุก    คือผ่านการปฏิบัติ ตามด้วยการสะท้อนคิด   การปฏิบัติอย่างหนึ่งคือการได้มีโอกาสฝึกตัดสินใจ    การมีโอกาสเลือก   ในบรรยากาศอิสระและรับผิดชอบ   ไม่ใช่บรรยากาศของการควบคุมสั่งการจากเบื้องบน    ไม่ใช่บรรยากาศของการบังคับ

นั่นคือ บทบาทสำคัญของนักเรียนคือ ได้ฝึกรับผิดชอบ 

นักเรียนควรได้รับการเน้นย้ำบ่อยๆ ว่าการเรียนรู้แนวค่านิยมศึกษานั้น   นักเรียนต้องเรียนรู้แบบร่วมมือกัน ไม่ใช่แข่งขันเอาชนะกัน   ช่วยกันหนุนให้เพื่อนที่เข้าใจช้า เกิดสมรรถนะ    การรับฟังข้อสะท้อนคิดของเพื่อน เป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้ครบทุกด้าน          

 

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน

นี่คือค่านิยมของครูที่จะต้องเปลี่ยนแปลง    จาก “ครูสอน”  หรือถ่ายทอดความรู้    สู่ “ครูถาม” เพื่อใช้คำถามกระตุ้นให้นักเรียนสะท้อนคิดจากประสบการณ์   ทุกประสบการณ์สะท้อนคิดสู่หลักการด้านค่านิยมได้    หากครูตั้งคำถามเชิงหลักการ และพฤติกรรมที่ส่อค่านิยม ให้นักเรียนฝึกสะท้อนคิด    นี่คือการที่ครูทำหน้าที่ “สร้างนั่งร้าน” (scaffolding) ให้นักเรียนยกระดับค่านิยมให้แก่ตนเอง   

ครูช่วยเป็นนั่งร้าน หรือสร้างนั่งร้าน  ให้นักเรียนสร้างหรือปลูกฝังค่านิยมใส่ตนเอง    ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน แล้วร่วมกันสะท้อนคิด         

วิจารณ์ พานิช

๑๖ พ.ค. ๖๗