๒๙๔. แม่


วันที่แม่มาถ่ายภาพ แม่แต่งตัวสวย ดูสดใสกว่าทุกวัน แม่ขยันใส่เครื่องประดับวับวาวเหมือนเดิม ผมไม่เคยว่าอะไร อย่างน้อยก็เป็นความสุขของแม่ ชดเชยในสิ่งที่แม่ขาดหายไป ในช่วงต้นของชีวิตแม่

แม่....

        ผมเคยป่วยหนักต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ในยามนั้นไม่ได้คิดถึงใครเลยนอกจากแม่ ผมไม่อยากจากโลกนี้ไปเลย เพราะยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณของแม่เท่าที่ควร

        นอกจากแม่จะมีบุญคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว แม่ยังเป็นคนที่มีบุญมาก ดังนั้นในวันที่ผมป่วยและต้องผ่าตัด ผมได้บอกแม่ให้ช่วยแผ่ผลบุญให้ผมด้วย ผมจะได้อยู่รอดปลอดภัย ก้าวพ้นภยันอันตรายทั้งปวง

        ตอนที่ผมเกิด แม่บอกว่าคลอดยาก จากนั้นก็สามวันดีสี่วันไข้ ผมเป็นลูกชายที่แม่บอกว่าเลี้ยงยากมาก โชคยังดีที่ถึงแม้จะทำให้แม่ยากลำบาก แต่แม่ก็ยังแข็งแรงและอยู่ดูผมรับราชการเรื่อยมา

        ผมเกษียณแล้ว จึงมีเวลาได้เห็นรอยยิ้มของแม่มากขึ้น แม่ยังพูดเสียงดังฟังชัด และแม่ก็ยังเดินได้กระฉับกระเฉง อันนี้เองที่ผมจะต้องยกให้แม่เป็นต้นแบบในการรักษาสุขภาพเสียแล้ว

        บางครั้ง..งานที่หนักหนาสาหัสของผม ก็ทำให้เหินห่างแม่ไปเหมือนกัน แต่พอเจอหน้ากันผมก็ไม่เคยบอกเล่าเรื่องราวชีวิตให้แม่ฟัง อยากให้แม่รับรู้แต่เรื่องดี ๆเท่านั้น

       ตอนนี้ไม่มีเรื่องราชการไปเล่าให้แม่ฟังอีกแล้ว พบกันก็จะคุยกันแต่เรื่องหลานๆ เรื่องการสร้างบ้านสร้างเรือนและโคกหนองนา ต้องมีสักวัน ที่จะต้องพาแม่มาเห็นผลงานของผมบ้าง

        แม่ไม่สะดวกที่ออกจากบ้านไปไหน หากจะไปนอกบ้าน ลูกๆจะไปรับ ผมจึงถือโอกาสชวนแม่มาถ่ายภาพกับผมและลูกหลานเป็นที่ระลึกสักครั้ง

        แม่ไม่ปฏิเสธ และคงตื่นเต้นเป็นพิเศษเหมือนกับผม เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมจะถ่ายภาพกับแม่ ในชุดข้าราชการ(ปกติขาว) เต็มยศ ผมจึงมีความรู้สึกที่ประทับใจอย่างบอกไม่ถูก

       ผมมีวันนี้ได้ก็เพราะแม่ ที่เฝ้าอบรมสั่งสอนและเก็บออมเงินไว้ให้ลูกเรียน เป็นหนี้เป็นสินบ้างแต่ก็ไม่มาก จะลำบากก็ตอนไปโรงรับจำนำ ต้องยอมเสียดอกและเสียเวลาตอนที่ไปไถ่ถอนคืนมา

        ก่อนเดินเข้าร้านถ่ายภาพ ที่บริเวณโดยรอบเป็นตึกแถวที่ใหญ่โตรโหฐาน ในย่านเมืองนนท์เจริญรุ่งเรืองไปตามกาลเวลา ผ่านมาเกือบ ๕๐ ปี แม่ของผมคงจำไม่ได้แล้ว ว่ามีโรงรับจำนำอยู่ข้างๆ

        ตอนนั้น ผมยังเป็นเด็กแต่ก็จำได้ แม่กลัวทองจะหล่นหาย จึงให้ผมมาด้วย เพื่อเรียนรู้วิธีแก้ปัญหา ผมจึงมีโอกาสได้เห็นแม่พิมพ์ลายนิ้วมือ ภาพนั้นยังติดตาตรึงใจเสียนี่กระไร

        วันที่แม่มาถ่ายภาพ แม่แต่งตัวสวย ดูสดใสกว่าทุกวัน แม่ขยันใส่เครื่องประดับวับวาวเหมือนเดิม ผมไม่เคยว่าอะไร อย่างน้อยก็เป็นความสุขของแม่ ชดเชยในสิ่งที่แม่ขาดหายไป ในช่วงต้นของชีวิตแม่

        ผมไม่ชอบใส่แก้วแหวนเงินทอง แม่มองผมอย่างสงสาร คงแปลกใจในวันที่ผมต้องถ่ายภาพแบบนี้ แต่ไม่มีเครื่องประดับกาย แม่รีบถอดแหวนทองวงใหญ่กับสร้อยทองหนัก ๑ บาทให้ผมในทันที

        ผมไม่มีเวลารับของมีค่าจากแม่ เพราะต้องพะวงกับการแต่งตัวและจัดท่าทาง ทั้งภาพเดี่ยวและภาพหมู่ แม่จะคอยนั่งดูและให้กำลังใจ แม่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คงจะมีความสุขมิใช่น้อย

        จากนั้น ผมก็จูงแม่มาถ่ายภาพหมู่ ซึ่งเป็นภาพใหญ่และเป็นภาพที่ถือว่าสำคัญที่สุด

        ใช้เวลาเกือบ ๒ ชั่วโมง กิจกรรมการถ่ายภาพก็เสร็จเรียบร้อย ผมพาแม่ไปทานข้าวกลางวัน จากนั้นน้องสาวก็พาแม่กลับบ้าน จากวันนั้นจนถึงวันนี้...ผมยังไม่เคยลืมสร้อยและแหวนทองที่แม่จะให้เลย…..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๘  พฤษภาคม  ๒๕๖๗

หมายเลขบันทึก: 718358เขียนเมื่อ 28 พฤษภาคม 2024 20:53 น. ()แก้ไขเมื่อ 28 พฤษภาคม 2024 20:53 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท