เมื่อดูภาพลูกศิษย์ที่ไรก็พลอยให้ใจนึกถึงคุณครูผู้แสนดีคนหนึ่งซึ่งได้ล่วงลับไปแล้ว..ตั้งแต่ข้าพเจ้าอยู่ ม.2 ......นี่ก็เป็นเวลา 16 ปีแล้ว ที่ข้าพเจ้าได้สุญเสียคุณครูที่รักไป..แต่ข้าพเจ้าไม่เคยลืมคุณครูนี้เลย......ข้าพเจ้าจึงอยากนำมาเล่าเพื่อยกย่องคนครูของข้าพเจ้า.....ข้าพเจ้าขออนุญาตดวงวิญญาณของคุณครูที่ต้องเล่าเรื่องจริงแต่ขอบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นความรู้สึกรักและเคารพที่ไม่เคยลืมเลือน....ไปจากใจข้าพเจ้าเลย....คุณครูของข้าพเจ้าคือ นายสานิตย์  ชำนาญพงษ์ มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ชัยภูมิ....อายุประมาณ 30 กว่า หรือ 40 ข้าพเจ้าก็จำไม่ได้....ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้าเรียนต่อหลังจากที่จบป.6 ออกไปทำไร่ ทำนาอยู่ 1 ปี ข้าพเจ้าจึงได้เข้ามาสมัครเป็นนักเรียน ม.1 พร้อมนักเรียนรุ่นน้อง...โรงเรียนของข้าพเจ้าเป็นโรงเรียนสาขา...ของโรงเรียนแก้งคร้อวิทยา...ห้องของข้าพเจ้ามีนักเรียนประมาณ 30 คน(วันแรกๆครแต่ตอนหลัง ประมาณ 20กว่าๆ) พวกเราเรียนหนังสือกันใต้ถุนอาคารเรียนของโรงเรียนประถมประจำหมู่บ้าน...ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอประมาณ 30กว่ากิโล...และตั้งอยู่บนหลังเขา (อยู่บนสันเขาสูง คล้ายกับหลังแปภูกระดึง แต่ไม่สูงขนาดนั้น)ครูคนแรกของพวกเราในโรงเรียนแห่งนี้ก็คือ ครูสานิตย์ของพวกเรา  คุณครูเป็นคนรูปร่างดู เหมือนผู้ชายไทยสูง ร่างใหญ่ หน้าตาดี เสียงดี (โดยเฉพาะตอนร้องเพลง) และเป็นคนที่เก่งมากเกี่ยวกับการสอนและการเข้ากับบนักเรียนตลอดจนชุมชน....ครูสานิตย์จึงเป็นทั้งครูใหญ่ ครูที่ปรึกษา และครูผู้สอน...รวมทั้งภารโรงในเวลานั้น....แต่ก็มีครูคนอื่นๆไปสอนด้วยวันละ 2-3 คน ที่ต้องเดินทางจากโรงเรียนในอำเภอไป บางวันฝนตก คุณครูไม่สามารถเดินทางขึ้นไปสอนพวกเราที่หลังเขาได้...เพราะทางเป็นถนนลุกรัง....ลำบากในการเดินทาง....ครูสานิตย์จึงต้องทำหน้าทีสอนแทนครูทุกคน....แต่พวกเราไม่เคยรู้สึกเบื้อเลยเพราะคุณครูคนนี้สอนได้ทุกอย่างทั้งวิชาการและสันทนาการ....คุณครูสอนภาษาอังกฤษก็ได้....สอนคณิตศาสตร์ก็เก่ง...ภาษาไทยก้ดี...ตอนบ่ายๆคุณครูพาเล่น ข้าพเจ้าไม่ได้หมายถึงบ่อยพวกเราเล่นแต่คุณครุมีเกม มีเพลง โดยคุณครูให้พวกเราล้อมวงแล้วเริ่มเล่นเกมหรือร้องเพลงกันคุณครูก็ร่วมวงด้วย...โดยเฉพาะเพลงนี้ข้าพเจ้าจำได้ดี....(ของเพลิน พรมแดน) ..ท่อนหนึ่งร้องว่า...แสนสุขใจนั่งดม........(แล้วให้พวกเราสูดหายใจเข้าลึกๆกลั้นไว้)..ควาย ความยก็และเร็มหญ้า......พวกเราหัวเราะกันเป็นที่สนุกสนาน......ทุกครั้งที่คุณครูจากโรงเรียนใหญ่เดินทางไปถึงสายหรือเดินทางไปไม่ได้พวกเราก็จะได้เรียนกับคุณครูสานิตย์....โดยเฉพาะวิชาลุกเสือ....คุณครูได้พาพวกเราทำกิจกรรมอย่างเต็มรูปแบบ..ถุงแม้จะเป็นกองลูกเสือเล็กๆ แต่พวกเราได้ถูกฝึกให้เป็นผู้มีระเบียบวินับ อย่างเคร่งครัด โดยมีคุณครูคนนี้เป็นแบบอย่างที่ดี....คุณครูสอนว่าแต่งกายลุกเสือต้องทำให้ถูกต้องและให้เกียรติชุด นอกจากนี้ต้องเป็นบุคคลที่มีความเข้มแข็ง อดทน...ภาพที่คุณครูพาพวกเราเปิดกองลุกเสือไม่เคยลบเลือนเลย....หลายๆกิจกรรมพวกเราได้รับแรงบันดาลใจจากคุณครูคนนี้....พวกเราได้รับการฝึกมารยาทและการไหว้จากคุณครุจนพวกเราได้รับคำชมหน้าเสาธงจากผู้อำนวยการโรงเรียนในวันที่พวกเราเดินทางไปร่วมงานกีฬาสีที่โรงเรียนใหญ่ และผท่านผู้อำนวยการก็ยังบันทึกวีดีโอไว้ด้วย( ข้าพเจ้าได้ดูอีกครั้งหลังจากไปต่อ ม.ปลาย อีกครั้ง) พวกเราจึงภูมิใจในคุณครูคนนี้มาก นอกจากนี้คุณครูก็ยังพยายามเป็นโค้ชที่ดีให้กับพวกเรา (ทั้งที่คนครูเล่นกีฬา ไม่ค่อยเก่ง...พอทำได้) คุณครูจึงเป็นแบบอย่างของข้าพเจ้ากับเพื่อนเสมอมา.....และเมื่อพวกเราได้เลื่อนชั้นขึ้น ม.2 ข้าพเจ้าจำไม่ได้ว่าเป็นเดือนใด....คุณครูของข้าพเจ้าก็ได้ย้ายโรงเรียน พวกเราพากันร้องไห้ คุณครูก็ร้องไห้ด้วยวันนั้นพวกเราไม่เป็นอันเรียนหนังสือเลย......พวกเราเศร้ากันอยู่หลายวันกับเรื่องการย้ายของครู.......ไม่ข่าวที่น่าเศร้ากว่านั้นก็ยังมี เมื่อคุณครูย้ายไปไม่นาน(ไม่น่าจะเกิน2-3เดือน) พวกเราเห็นชื่อครูในโทรทัศน์ ว่ามีผู้เสียชีวิตจากการเหตุการณ์ตุกถล่มที่จ.นครราชสีมา.....ข้าพเจ้าเห็นตัวหนังสือที่เป็นชื่อครูบนหน้าจอ....ข้าพเจ้านึกว่าตาฝาดไปมั้ง....ข้าพเจ้าถามญาตที่อยู่บ้านใกล้กันว่าได้อ่านชื่อครูสานิตย์มั้ย.....ก็ได้รับคำตอบว่าใช่ ..ชื่อนายสานิตย์ ชำนาญพงษ์.......ข้าพเจ้าพูดไม่ออกในความรู้สึกมันสบสน...คืนนั้นข้าพเจ้ารอดูข่าวทั้งคืน แต่ก็ยังไม่แน่ชัด..อนเช้าไปก็ไปถามกับเพื่อนๆและคุณครูคนใหม่ที่มาอยู่แทนได้รับคำตอบว่าใช่......พวกเรานัดกันจะเดินทางไปร่วมงานศพของคุณครู...คุณครูคนที่มาแทนก็อาสาพาเอารถไป....พวกเราไม่เคยไปบ้านคุณครูมาก่อนแต่ทุกคน พ่อแม่ญาติพี่น้องของคุณ...ให้การต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี...เพราะคุณครูสานิตย์เล่าให้ฟังตอด(แม่และภรรยายของคุณครูบอก) พวกเราซาบซึ้งมากที่คุณครูสนใจและให้ความสำคัญกับพวกเรา....ในตอนบ่ายพวกเราก็ได้ปไหว้ศพคุณครูที่วัด  พวกเราอดร้องไห้ไม่ได้เมื่อเห็นรูปคุณครุติดอยู่ที่น่าโลง.....และที่น่าใจหายกว่านั้น..มีคนบอกพวกเราว่า.....ภรรยาของคุณครูเพิ่งจะตั้งท้องได้ 3 เดือน ทั้งที่แต่งงานกันมา 10 กว่าปี...และก็ไม่ได้คุมกำเนิดจนคุณครูคิดว่าตัวเองเป็นหมัน....พวกเราสงสารคุณครูและภรรยามากที่ไม่มีโอกาสได้เห็นหน้ากันพร้อมครอบครัว.....และข้าพเจ้าไดทราบว่าภรรยายของคุณครูได้เก็บลุกไว้เป็นตัวแทนของคุณครู......แต่พวกเราก็ไม่เคยได้ข่าวลูกหรือครอบครัวคุณครูหลังจากนั้น.....แต่ก็จะอยู่ในความทรงจำของข้าพเจ้าตลอดไป....ขอให้ดวงวิญญาณของคุณครุไปสู่สุคติ......ด้วยความอาลัยรัก..คุณครูตลอดไป......