ดินเป็นหัวใจสำคัญในการปลูกพืช นอกจากนั้นยังรวมไปถึงอาชีพการเพาะเห็ดที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากเห็ดเป็นทั้งผัก และสมุนไพร ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของมนุษย์เรา ในขณะเดียวกันวัสดุที่เหลือจากการเพาะเห็ดสามารถนำไปเป็นวัสดุปรับปรุงดินได้เป็นอย่างดี

ดินเป็นหัวใจสำคัญในการปลูกพืชเพราะในดินมีธาตุอาหารและสิ่งมีชีวิตที่ช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินให้เหมาะต่อการเจริญเติบโตของพืชนอกจากนั้นยังช่วยเกาะยึดระบบรากของพืชไม่ให้โค่นล้มได้โดยง่ายดังนั้นในดินที่ดีมีความอุดมสมบูรณ์พืชก็จะเจริญเติบโตได้ดีตรงกันข้ามกับดินที่ไม่ดีและไม่อุดมสมบูรณ์พืชก็จะเจริญเติบโตได้ช้าและให้ผลผลิตต่ำ

พอผมพูดบอกว่าดินเป็นหัวใจสำคัญต่อการปลูกพืชบางคนอาจจะบอกว่าไม่จริงโดยเฉพาะนักปลูกพืชแบบไร้ดิน (Hydroponics) แต่ก่อนที่จะแย้งท่านก็ต้องดูก่อนนะครับว่าท่านยังทำอยู่บนผืนดินอยู่เพียงแต่ว่าท่านไม่ได้ปลูกลงไปในดินโดยตรงเท่านั้นเองผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับว่าประเทศไทยหมดพื้นดินปลูกแล้วหรือจึงต้องไปปลูกเลีนแบบฝรั่งมังค่าที่ต้องใช้เทคโนโลยีมากและลงทุนสูงสุดท้ายเกษตรกรก็ต้องรับผลกรรมอีกเช่นเคยโดยเฉพาะกรมราชทัณฑ์ที่จัดอบรมหลักสูตรการปลูกผักในระบบ Hydroponics ให้กับนักโทษที่อยู่ในคุกทั่วประเทศไม่แน่ใจว่าอบรมไปแล้วจะเป็นประโยชน์มากน้อยเพียงใดเนื่องจากศักยภาพของคนที่มาอบรมผมคิดว่าคงไม่ได้ไปทำซึ่งว่าไปแล้วผมเองก็มีส่วนผิดเพราะทนแรงขอร้องจากเพื่อนให้ไปช่วยในการถ่ายทอดความรู้ให้กับนักโทษในเรือนจำในจังหวัดอุบลราชธานีไม่ไหวสุดท้ายก็ต้องไปสร้างกรรมอีกเช่นเคยแต่อย่างไรก็ตามผมก็พยายามชี้ประเด็นให้ผู้เข้ารับการอบรมได้พิจารณาดูว่าเทคโนโลยีนี้มีความเหมาะสมกับตนหรือไม่เพียงใดหากพ้นโทษไปแล้วค่อยไปพิจารณาต่อไปที่นำมาถ่ายทอดนี้เพื่อชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการผลิตเพื่อให้ได้รับทราบไว้และช่วงที่อยู่ในเรือนจำก็ลองเรียนรู้และทำดูเพราะวัสดุฝึกทุกอย่างฟรีหมด

เราย้อนกลับมาดูเรื่องดินต่อนะครับครั้นเมื่อผมได้มีโอกาสได้ไปทำงานวิจัยเรื่องข้าวอินทรีย์เมื่อปีที่แล้วและได้ลงไปคลุกอยู่กับนาและฟาร์มเห็ดของคุณสะพานฟ้านาวาบุญนิยมผู้ซึ่งบุกเบิกการปรับปรุงดินนาดินทรายให้เป็นนาดินร่วนควบคู่กับการเพาะเห็ด

คุณสะพานฟ้านาวาบุญนิยมหนุ่มบางร่างเล็กแห่งบ้านดอนเดือยไก่อำเภอคำเขื่อนแก้วจังหวัดยโสธรคุณสะพานฟ้าเล่าให้ฟังว่าหลังจากจบมัธยมศึกษาแล้วได้มุ่งหน้าสู่สันติอโศกเพื่อแสวงบุญและหาความรู้อีกทั้งคิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่ในสันติอโศกตลอดไปแต่ครั้นเมื่อกลับมาเยี่ยมบ้านจึงเห็นสถานะความเป็นอยู่ของครอบครัวที่ค่อนข้างลำบากพ่อแม่ที่มีอายุมากต้องทำงานหนักและต้องส่งน้องเรียนในระดับมหาวิทยาลัยรายได้ก็ขาดๆเขินๆเนื่องจากรายได้หลักมาจากการทำนาอย่างเดียวผลผลิตก็ต่ำเนื่องจากที่นาเป็นนาดินทรายขาดความอุดมสมบูรณ์เอาเสียมากๆมิหนำซ้ำครอบครัวต้องเป็นหนี้เพื่อนบ้านอีกต่างหาก

หลังจากนั้นคุณสะพานฟ้าจึงต้องขอลาพ่อท่านโพธิรักษ์จากสันติอโศกเพื่อกลับมาช่วยครอบครัวทำงานเมื่อปี 2545 คุณสะพานฟ้ายังมีความมุ่งมั่นขยันทำงานหนักพร้อมทั้งปฏิบัติตนเหมือนอยู่ที่สันติอโศกโดยได้นำความรู้ที่ติดตัวมาคือการปลูกพืชผักและการเพาะเห็ดฟางมาทำที่นาของตน

ดินไม่ดีดินมันตายดินไม่มีชีวิตดังนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องทำคือต้องเร่งปรับปรุงดินโดยการหาพวกเศษใบไม้เศษวัชพืชที่เขาทิ้งแล้วนำเข้ามาใส่ที่นาของตนหลังการเก็บเกี่ยวไถกลบตอซังและหว่านพวกพืชตระกูลถั่วพร้อมกับการนำเมล็ดพืชผักเช่นแตงไทยแตงโมฟักทองหยอดเป็นช่วงๆโดยเฉพาะบริเวณที่ดินพอมีความชื้นเพื่อไว้เป็นอาหารเวลาทำงาน

สร้างธนาคารปุ๋ยในครัวเรือนโดยให้พ่อซื้อวัวมาเลี้ยงเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่มีราคาถูกที่สุดคุณสะพานฟ้าแนะนำว่าในช่วงที่เราต้องการปุ๋ยมากเราต้องไม่ปล่อยวัวไปเลี้ยงเราต้องขังวัวไว้ในคอกแล้วค่อยตัดหญ้าที่เราปลูกไว้หรือฟางมาให้กินซึ่งจะได้มูลมากและเสียเวลาในการดูแลหากพื้นคอกแฉะเราก็เอาแกลบมาเติมและหากขี้วัวมีแก๊สเกิดขึ้นซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของวัวเราก็ทำน้ำหมักมาราดที่พื้นซึ่งดับแก๊สและกลิ่นได้ดีทีเดียวหลังจากนั้นเราค่อยขนลงแปลงนาและรองก้นหลุมสำหรับการปลูกพืชอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนั้นคุณสะพานฟ้ายังได้เพาะเห็ดฟางในโรงเรือนโดยใช้กากมันสำปะหลังเป็นวัสดุเพาะและใช้ฟางข้าวเป็นวัสดุรองชั้นเพาะในหนึ่งปีเพาะประมาณ 6-8 รุ่นและหลังจากเก็บผลผลิตเห็ดฟางหมดคุณสะพานฟ้าได้นำเอาเศษวัสดุเพาะเห็ดฟางไปคลุมแปลงผักไม้ผลและแปลงนาซึ่งรุ่นหนึ่งๆจะได้ปุ๋ยจากเห็ดฟางประมาณ 3 ตันซึ่งปุ๋ยจากเห็ดฟางนี้ดีมากเลยทีเดียวดีกว่าปุ๋ยหมักเลยเสียอีกเพราะว่ามันผ่านกระบวนการหมักมาแล้วอย่างสมบูรณ์ภายใน 1 ปีทำให้ดินในที่นาของคุณสะพานฟ้าทั้ง 10 ไร่มีชีวิตชีวาขึ้นมามากผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าพ่อของคุณสะพานฟ้าบอกว่าพืชผักสวยงามผิดหูผิดตาจากเดิมมากใครๆก็อยากมาซื้อเพราะเป็นพืชผักและเห็ดแบบอินทรีย์กินแล้วปลอดภัย

สุดท้ายคุณสะพานฟ้าได้กล่าวทิ้งท้ายว่าตนเองทำมาได้ 3 ปีถือว่าประสบความสำเร็จพ่อแม่มีความสุขสามารถส่งน้องเรียนจบมหาวิทยาลัยทั้ง 2 คนและสามารถปลดเปลื้องหนี้สินได้หมดแล้วคุณสะพานฟ้ายังบอกว่าในการปลูกพืชดินมีความสำคัญมากดังนั้นก่อนปลูกต้องปรับปรุงดินให้ดีเสียก่อนพอดินดีพืชก็เจริญเติบโตได้ดีแข็งแรงและสร้างภูมิต้านทานพวกโรคแมลงได้เองการทำให้ดินดีไม่ยากครับขอให้เรามีความตั้งใจจริงขยันและเข้าใจความต้องการของพืช

จากแนวทางการจัดการความรู้ในระบบเกษตรกรรมของคุณสะพานฟ้าถือว่าเป็นการจัดการโดยพึ่งตนเองเกือบทั้งหมดมีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรได้เป็นอย่างดีมีความเข้าใจในอาชีพอีกทั้งสามารถสร้างเป็นชุดความรู้ในเรื่องการปรับปรุงดินและการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนให้กับชุมชนเพื่อนำไปเป็นแบบอย่างที่ดีผมจึงเห็นว่าน่าจะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการจัดการความรู้เรื่องการทำเกษตรกรรมแบบประณีตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

ขอบคุณมากครับ

อุทัยอันพิมพ์

6 มกราคม 2550