ผมเขียนบันทึกนี้ต่อเนื่องจากบันทึกเรื่องความคิดสร้างสรรค์ 4 แบบ โดยเฉพาะที่พูดถึงกันมากก็คือการคิดนอกกรอบ หรือ คิดทางขวาง ซึ่งมีตัวอย่างมากมาย  สมัยเรียนปริญญาโทอาจารย์ได้นำเอารูกที่มีจุด 9 จุด มาให้ผมลากเส้น 4 เส้นให้ผ่านจุดทุกจุดโดยไม่ต้องยกมือ ปรากฎว่าผมทำไม่ได้ แต่เพื่อนๆหลายคนทำได้ พออาจารย์เฉลยผมก็เถียงว่า ทำได้ไงเพราะมันออกนอกกรอบสี่เหลี่ยม อาจารย์ก็บอกว่าแล้วใครบอกว่าห้ามลากออกนอกกรอบสี่เหลี่ยมละ 

                ในชีวิตจริงของคนเราเช่นกัน เรามักจะถูกกฎกติกาหลายอย่างขีดเส้นความคิดเราไว้ จนไม่กล้าคิดสิ่งใหม่ๆ  ทำให้เราคิดแก้ปัญหาแบบเดิมๆ  การแก้ปัญหาความเร็วของลิฟต์ในอาคารสูงๆที่คนใช้งานรู้สึกว่าช้า หากใช้ความคิดทางกลศาสตร์ฟิสิกส์ก็คงทำได้แค่ระดับหนึ่งเพราะติดอยู่กับกฎของแรงโน้มถ่วงโลก และเครื่องยนต์สุดท้ายก็มีความเร็วจำกัดและอาจต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายอย่างมากในการปรับความเร็ว แต่การแก้ปัญหาเพียงแค่นำเอากระจกไปติดไว้ในลิฟต์ ขณะที่ความเร็วเท่าเดิมแต่ความรู้สึกของคนเร็วขึ้นเพราะเพลินอยู่กับการส่องกระจกดูตัวเอง

                เมื่อสามปีก่อน ผมได้จ้างคนขับรถไถ ไถที่ของผม ที่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นรูปสี่เหลี่ยมอะไรแน่ พอไถเสร็จเขาคิดค่าจ้างเป็นไร่ ผมก็ไม่รู้ว่ากี่ไร่ ก็ต้องมานั่งคิดคำนวณอยู่พักหนึ่งว่าจะใช้สูตรคณิตศาสตร์อะไร ลากเส้นไปมาหลายรอบ พร้อมกับนึกสูตรสมัยเรียนมัธยมไปด้วย คนขับรถไถบอกเลยว่าหมอไม่ต้องคิดยุ่งยาก เอาด้านตรงข้ามบวกกันหารสอง แล้วเอาผลที่ได้ของสองด้านนั้นมาคูณกันก็ได้พื้นที่แล้ว นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของคนติดกรอบ ติดตำรา ติดวิธีทำตามตัวหนังสือ สู้คนที่จบชั้น ป. 4 ก็ไม่ได้ วิธีของเขาง่ายและเร็วกว่าเยอะ

                เขียนมานาก็วกกลับมาที่ตัว ร เรือ 6 ตัวนี้ (รรรรรร) ผมเห็นตอนแรกก็นึกว่าเป็นตัวย่ออะไรสักอย่างหรือเป็นการเขียนพยัญชนะเรียงกันไว้เฉยๆ กลับกลายเป็นชื่อคนสองคนที่เป็นพี่น้องกัน เขียนเหมือนกันเป๊ะเลย แต่อ่านไม่เหมือนกัน คนพี่อ่านว่า ระ-รัน-รอน ส่วนคนน้องอ่านว่า ระ-รอน-รัน ผมงี้ทึ่งมากเลยกับความคิดแบบแปลกๆ ผมว่าคนที่ตั้งชื่อนี่น่าจะมีความคิดนอกกรอบหรือความคิดสร้างสรรค์มากทีเดียว