วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ผมเข้าร่วม “การประชุมออกแบบแผนการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ ปีงบประมาณ 2566 และแผนการดำเนินงานและแผนการใช้งบประมาณ ปีงบประมาณ 2567 (แผนขาขึ้น) สำนักพัฒนาคุณภาพครู และสถานศึกษา กสศ.”
ข้อเสนอของ กสศ. ว่า “เป้าหมายการดำเนินการของ กสศ. คือ ประชากรกลุ่มยากจนที่สุดร้อยละ ๑๕ ครอบคลุมทุกช่วงวัย” นำสู่บันทึกนี้
โดยผมมีความเห็นว่า หากดำเนินการแบบ population-based โดยใช้เกณฑ์ทางเศรษฐกิจ แบบนี้ แคบเกินไป ต่อการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ผมคิดว่า ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาฝังลึกอยู่ในระบบการศึกษา มากกว่า หรือพอๆ กันกับอยู่ในความยากจนของประชากร
คนที่ขาดโอกาสเข้าเรียนในโรงเรียนคุณภาพสูง คือคนที่ด้อยโอกาส ในมุมมองของผม
และระบบการศึกษาไทย คือต้นเหตุหลัก เพราะเป็นผู้ทำให้คุณภาพโรงเรียนแตกต่างกันมาก ยิ่งอยู่ห่างไกลคุณภาพยิ่งต่ำ เป็นปัญหาเชิงระบบ เชิงการจัดการระบบ
เป็นระบบที่สนับสนุนให้คนหนีจากโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล หากสามารถหนีได้ ทั้งคนที่เป็นครู ผู้บริหาร และตัวนักเรียน ใครหนีไม่ได้ก็ต้องทนอยู่กับโรงเรียนคุณภาพต่ำ
จะเห็นว่า คนที่หนีไม่ได้คือลูกหลานของคนในพื้นที่ห่างไกล หรือพื้นที่ของคนยากจน
เป็นระบบที่แตกต่างอย่างสุดขั้วกับระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ ที่ไม่ว่าโรงเรียนจะอยู่ห่างไกลเพียงไร คุณภาพเสมอกันกับโรงเรียนในเมือง โดยที่สภาพนี้ฝังแน่นอยู่ในระบบสังคมของประเทศ ที่พลเมืองเชื่อในคุณค่าของความเท่าเทียมกันในสังคม ในขณะที่สังคมไทยยอมรับความเหลื่อมล้ำในสังคม ที่น่าห่วงคือ กสศ. ยอมรับความเหลื่อมล้ำที่ซ่อนตัวฝังลึกอยู่ในระบบการศึกษาหรือไม่
สังคมไทยต้องแก้ไขกระบวนทัศน์ของผู้คน ทั้งในเรื่องความเสมอภาคในสังคม และเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษา
วิจารณ์ พานิช
๑๑ พ.ย. ๖๕