วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๕ ผมเข้าร่วมประชุมกลั่นกรอง โครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรียนระดับมัธยมด้วยการพัฒนาเขตพื้นที่การศึกษาแห่งการเรียนรู้แบบองค์รวม ที่ผมชื่นชมมาก ที่มีการริเริ่มนี้ เพราะคิดมานานเป็นปีแล้วว่า น่าจะมีการสนับสนุนให้โรงเรียนระดับมัธยมมีการพัฒนาตนเอง สู่การเป็นโรงเรียนคุณภาพสูง
ยิ่งดีใจ เมื่อเห็นโครงการเน้นที่การหนุน ให้โรงเรียนทั้งเขตพื้นที่มัธยมศึกษาดำเนินการ
แต่ไม่เห็นด้วย ที่เป็นโครงการปีเดียว ผมจึงเสนอให้เป็นโครงการ ๓ ปี มีโครงการ DE คู่ขนาน เพื่อช่วยจัดการความร่วมมือของ stakeholders และให้มีคณะอนุกรรมการชี้ทิศทาง ที่ประชุมทุกๆ ๓ เดือน เพื่อช่วยให้สัญญามีความยืดหยุ่น การดำเนินการมีคณะอนุกรรมการคอยชี้แนะ
ที่ประชุมผู้ทรงคุณวุฒิรวม ๗ ท่าน ให้ความเห็นสร้างสรรค์มาก พอจะสรุปได้ว่า
- เน้นดำเนินการพัฒนา ไม่เน้นวิจัย หรือเน้น PAR – Participatory Action Research
- หาทางทำให้ สพฐ. สพม. และต้นสังกัดอื่นของโรงเรียน เป็นเจ้าของกิจกรรม ทีมดำเนินการ (มูลนิธิทักษะแห่งอนาคต) เป็น facilitator หรือ coach น่าจะมีการลงนามความร่วมมือ
- เป้าหมายคือ มี ๑๐ สพม. ที่ดำเนินการพัฒนาโรงเรียนทั้งเขตทุกโรงเรียน มีหลักฐานว่าผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนยกระดับขึ้น (effect size > 0.50) เรียกว่าเขตพื้นที่การศึกษาต้นแบบ และมีโรงเรียน ๓๐๐ - ๕๐๐ โรงเรียนเข้าร่วมโครงการ และ ๓๐๐ โรงเรียนมีผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนยกระดับขึ้น เรียกว่าโรงเรียนมัธยมต้นแบบ
- ต้องแยกแยะโรงเรียนมัธยม ที่อาจมีเป้าหมายแตกต่างกัน และแม้ในโรงเรียนเดียวกันก็ต้องแยกแยะนักเรียนที่มีเป้าหมายการเรียนแตกต่างกัน บางคนมุ่งเรียนจบออกไปทำงาน บางคนมุ่งเรียนต่อมหาวิทยาลัย
- หาทางทำให้มีการเชื่อมต่อกันระหว่าง สพม. กับ สพป.
- ภายใน กสศ. จะเป็นงานร่วมมือ ๔ สำนัก คือ วสศ., สำนักครู, สำนักพื้นที่, และสำนักสื่อสารสาธารณะ เพื่อให้เป็นโครงการที่ทำไปเรียนรู้ไป ปรับปรุงไป และนำเอาความสำเร็จออกสื่อสารสาธารณะและสื่อสารนโยบาย เป็นระยะๆ
- ผมแนะนำว่า ควรฝึกให้ทีมงานของ สพม. และโรงเรียนรู้จักใช้ Kolb’s Experiential Learning Cycle เพื่อหมุนวงจรการเรียนรู้จากการปฏิบัติ
เรื่องนี้น่าจะเป็นโครงการที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก่อผลกระทบสูง และเกิดการเรียนรู้สูง ทั้งระดับ micro, meso และ macro
วิจารณ์ พานิช
๒๗ ต.ค. ๖๕