ลูกสาวคนเล็กแนะนำหนังสือที่เขียนโดย Clayton Christensen ผู้ล่วงลับ ชื่อ How Will You Measure Your Life : Finding Fulfillment Using Lessons From Some of The World’s Greatest Business    ที่เคยสอนเขาสมัยเรียนที่ Harvard Business School     

คำแนะนำสำคัญคือ ให้ทำเพื่อสนองแรงบันดาลใจของตนเอง มากกว่าทำเพื่อเงิน หรือตำแหน่ง    จึงนำสู่ประเด็นว่า คนเราต้องหาแรงบันดาลใจส่วนตนให้พบ   ซึ่งก็คือค้นหาตัวตนของตนเองให้พบ   และมีคนจำนวนไม่น้อยมีชีวิตแบบล่องลอยเพราะไม่มีหลักยึดคือตัวตนหรือแรงบันดาลใจของตนเอง   

เรื่องนี้ต้องค่อยๆ ก่อเกิดตั้งแต่เด็ก    คือเกิดขึ้นรางๆ แล้วค่อยๆ ชัดขึ้น    ตามหลักการ Chickering’s Seven Vectors of Identity Development   การเลี้ยงดูลูก และการศึกษา ต้องส่งเสริมให้เด็กมีจินตนาการ    และรู้จักเรียนรุ้จากประสบการณ์    พัฒนาการของอัตลักษณ์ หรือตัวตน ก็จะแข็งแรง

ความสุขและความสำเร็จเป็นเรื่องของอนาคต    ที่จะต้องเผชิญและฟันฝ่าความลุ่มดอนๆ ของชีวิต   ซึ่งเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามปกติ   คนเราจึงต้องพัฒนา “ทักษะแห่งอนาคต” (future skills) เอาไว้ใช้ยามชีวิตไม่ราบรื่น และยามราบรื่น    ทักษะเหล่านี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า soft skills   การศึกษาที่ดี จึงต้องเอื้อให้เด็กพัฒนา “ทักษะอ่อน” เหล่านี้ ใส่ตัว 

กล่าวใหม่ว่า คนเราต้องพัฒนา ทักษะอ่อน ให้แก่ตนเอง     โดยพ่อแม่และครูต้องเข้าใจเรื่องนี้ และหนุนเด็กเป็น   โดยผมตีความว่า ตัวหนุนสำคัญคือ จิตวิทยาเชิงบวก (positive psychology)   

ประสบการณ์สอนผมว่า แม้ผู้ใหญ่ หรือคนแก่อายุเกิน ๘๐ อย่างผม ก็ต้องหมั่นพัฒนาทักษะอนาคตให้แก่ตนเอง   และรู้จักเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ที่เรียกว่า experiential learning 

Christensen บอกว่า ชีวิตที่ทั้งสุขและสำเร็จ ต้องเป็นชีวิตที่มีดุลยภาพ    รู้จักใช้แรงบันดาลใจ  มีกลยุทธด้านอาชีพ   ธำรงสัมพันธภาพที่ดี   และสร้างครอบครัวที่แข็งแรง    คือต้องมีทักษะจัดการทั้งจัดการด้านงาน  และด้านชีวิตส่วนตัว    และที่สำคัญที่สุด คือการสั่งสมและสร้างความเข้มแข็งของ ความมั่นคงในคุณธรรม (integrity)   

ผมขอเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า    เมื่อชีวิตประสบความสำเร็จสูง ได้รับการยกย่องสูง    ต้องมีทักษะจัดการความเสี่ยง ที่ตนเองจะเหลิง    เกิดการเพิ่มพูนอัตตาตัวตน    จนกลายเป็นคนไม่น่ารัก    ต้องฝึกฝนตนเองให้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน (humility) ให้คงเส้นคงวา    

 ขอเพิ่มเติมว่า    องค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ความเห็นอกเห็นใจคนอื่น (empathy)   ต้องฝึกสติ ให้มี empathy ยามไม่สบอารมณ์     

ชีวิตที่ดี คือชีวิตที่รู้จักพอเพียง 

วิจารณ์ พานิช

๓๑ ธ.ค. ๖๕