Ebbinghaus’s Forgetting Curve กับการเรียนที่นำสู่ความจำระยะยาว


 

Ebbinghaus’s Forgetting Curve เป็นผลการวิจัยตีพิมพ์ตั้งแต่ ค.ศ. 1885   คือเมื่อ ๑๓๗ ปีมาแล้ว (๑)    ว่าอัตราการลืมเรื่องราวที่เรียนรู้ของคนเราเป็นอย่างไร   ที่ยังมีการนำเอามาประยุกต์ใช้ในระบบการศึกษาอยู่ในปัจจุบัน (๒)    โดยตอนนี้เรารู้แล้วว่า ยาแก้การลืม หรือวิธีทำให้ลืมช้าลง หรือจำได้ดีคือการสอนแบบ space repetition  หรือเรียนแบบแทรกสลับ (interleaving) (๓)    ที่อธิบายไว้ในหนังสือ ปรับปรุงการสอนเล็กน้อย ได้ผลยิ่งใหญ่  หน้า ๓๔ -  ๔๘    

อีกสองวิธีที่ช่วยให้จดจำได้ดีคือ active recall หรือฝึกดึงความรู้ออกมาใช้ (retrieval) (๔)    และฝึกทำนาย (predicting) (๕)     ซึ่งอยู่ในหนังสือ ปรับปรุงการสอนเล็กน้อย ได้ผลยิ่งใหญ่  หน้า ๔ - ๓๓ 

ที่จริงหนังสือ ปรับปรุงการสอนเล็กน้อย ได้ผลยิ่งใหญ่ ทั้งเล่ม    ช่วยการเรียนรู้แบบที่นำสู่การรู้จริง (mastery learning)    และหนังสือ ครูเพื่อศิษย์ สร้างการเรียนรู้สู่ระดับเชื่อมโยง  ก็ช่วยให้การเรียนรู้มีการซึมซับเข้าไปทั้งเนื้อทั้งตัวของผู้เรียน    ลึกซึ้งกว่าความรู้จากการทดลองของ Ebbinghaus เมื่อ ๑๓๗ ปีมาแล้วอย่างมากมาย   

วิธีเอาชนะการเรียนแล้วลืมในสมัยนี้ ไม่น่าจะเน้นเรื่องจำ    แต่เน้นเรื่องคิด   โดยเรียนจากการปฏิบัติหรือ active learning เป็นหลัก   ดังนั้นทฤษฎีที่น่าสนใจกว่า Forgetting Curve คือเรื่อง การเรียนรู้เชิงรุก (active learning)    ที่ผมตีความบรรยายไว้ที่ (๖)   ซึ่งจะเห็นว่า การเรียนรู้ที่ดีมีมากกว่าเรื่องความจำ   

วิจารณ์ พานิช

๒๑ ต.ค. ๖๕

 

หมายเลขบันทึก: 710722เขียนเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2022 08:57 น. ()แก้ไขเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2022 08:57 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง